โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ในเมื่อ ‘บาลี’ หมายถึงภาษาเขียน แล้วพระพุทธเจ้าพูดภาษาอะไร

The Momentum

อัพเดต 17 ก.ค. 2567 เวลา 19.40 น. • เผยแพร่ 17 ก.ค. 2567 เวลา 10.23 น. • THE MOMENTUM

ย้อนกลับไปเมื่อราว 5-6 ปีที่แล้ว ผู้เขียนเคยเห็นคลิปการบรรยายทางวิชาการบางส่วนของ ยัน นัตเทียร์ (Jan Nattier) นักวิชาการระดับโลกด้านพุทธศาสนศึกษา ในงานเสวนา Translation and Transmission Conference เมื่อปี 2017 ซึ่งถกกันถึงปัญหาที่ว่า ‘พระพุทธเจ้าพูดภาษาอะไร’

หลังจากคลิปสั้นๆ นั้นแชร์ออกไป จึงเกิดความสนใจอย่างแพร่หลายออกไปในวงกว้างเพื่อพยายามตอบคำถามง่ายๆ สั้นๆ นี้ และแน่นอนว่า ผู้เขียนก็เป็นหนึ่งในผู้ที่ตกลงไปในกระแสความตื่นตัวนั้น โดยหาอ่านงานทั้งของนัตเทียร์ร่วม 10 ชิ้น (จริงๆ แล้วเพื่อหวังหาคำตอบบางประการตามวัตถุประสงค์ของวิทยานิพนธ์ที่กำลังทำอยู่ด้วย) และนักวิชาการด้านพุทธศาสนศึกษาอีกหลายคน ก่อนพบกับคำตอบกลายๆ

กระนั้น ขอออกตัวในย่อหน้านี้เลยว่า คำตอบที่ได้มาจากมุมมองส่วนตัว อย่าถือเอาเป็นเรื่องจริงจังอะไรมากมาย ทว่าผลพลอยได้ที่มากกว่านั้นคือ ช่วยให้มองเห็นภาพโครงข่ายบางอย่างของพุทธศาสนาในอดีต ที่เชื่อมสัมพันธ์ระหว่างเอเชียใต้กับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เข้าไว้ด้วยกันอย่างน่าสนใจ

ครั้งนี้ขอเขียนเอาบุญเนื่องในโอกาสเข้าพรรษา เกี่ยวกับภาษาบาลีและภาษาโบราณอื่นๆ ผ่านมุมมองและหลักฐานทางโบราณคดี-ประวัติศาสตร์ของโลกพุทธศาสนาในอดีต เพื่อชวนคิดชวนคุยและหาข้อสรุปว่า ‘พระพุทธเจ้าพูดภาษาอะไรกันแน่’ แล้วภาษาบาลีเกี่ยวอะไรกับประเพณีเข้าพรรษา

‘บาลี’ คือพุทธภาษาจริงหรือไม่

บาลี ตามความรับรู้ของคนทั่วไปแปลว่า รักษา และในบริบททางพุทธศาสนาไทยยังขยายความไปถึง ‘พระไตรปิฎก’ ได้ด้วย ทว่าที่น่าสังเกตมากกว่าคือ คำว่า บาลี ไม่ปรากฏอยู่ในพระไตรปิฎกหรือคัมภีร์อรรถกถาเลย แต่กลับเป็นคำว่า ‘ตันติ’ ที่ใช้ในบริบทแทนคำว่า ภาษา

การศึกษาของ เค อาร์ นอร์มัน (K. R. Norman) นักวิชาการแนวหน้าผู้บุกเบิกการศึกษาภาษาบาลีและวรรณกรรมภาษาบาลี อธิบายว่า คำว่า บาลี เริ่มปรากฏขึ้นในฐานะภาษาราวต้นพุทธศตวรรษที่ 16 ในดินแดนศรีลังกา โดยเป็นความเข้าใจผิดจากวลีในอรรถกถาที่ว่า ‘บาลีภาษา’ (Pali Bhasa) ซึ่งตามบริบทแล้วควรแปลว่า ภาษาของหนังสือ (Language of the Texts) เท่ากับว่า ตามข้อเสนอของนอร์มัน ภาษาบาลีจึงไม่ใช่ภาษาพูด แต่เป็นภาษาเขียนที่มีเพื่อใช้จดข้อความลงไปในหนังสือ หากเป็นเช่นนี้แสดงว่าพระพุทธเจ้าก็ไม่ได้พูดภาษาบาลีน่ะสิ

ใช่, ทั้งนัตเทียร์และนอร์มันก็พูดตรงกันว่า พุทธองค์ไม่ได้พูดภาษาบาลี เพราะภาษาบาลีพูดไม่ได้!

คนไทยก็จะแย้งต่อว่า พระพุทธเจ้าพูดภาษามคธ-มคธี ซึ่งก็ต้องเท้าความว่า สิ่งนี้มาจากข้อมูลเชิงภูมิศาสตร์ตามพุทธประวัติ ที่พระพุทธเจ้าทรงดำรงพระชนม์ชีพอย่างนักบวชไปตามเมืองต่างๆ ในแคว้นมคธโบราณ หรือบริเวณรัฐพิหาร-เบงกอลตะวันตกในปัจจุบัน แต่ภาษามคธจะเป็นภาษาที่พระพุทธเจ้าพูดจริงไหมก็ยากที่จะตอบ เพราะอินเดียสมัยพุทธกาลไม่มีหลักฐานทางเอกสาร จารึก หรือสิ่งร่วมสมัย ที่ระบุภาษาได้นอกจากภาษาหนึ่งที่เรารู้แน่นอนว่ามีอยู่ คือ ‘สันสกฤต’

ครั้งหนึ่งผู้เขียนเคยคุยกับ อสุโตษ มถุร์ (Prof. Ashutosh Mathur) อาจารย์สอนภาษาสันสกฤตที่วิทยาลัยเซนต์สตีเฟน (St. Stephen’s College) มหาวิทยาลัยเดลี (University of Delhi) อาจารย์อธิบายเรื่องนี้ว่า ภาษาสันสกฤตในสมัยนั้นมีหลากหลาย ทั้งสันสกฤตระดับพระเวท (Classical Sanskrit) และสันสกฤตระดับภาษาพูดทั่วไป (Speaking Sanskrit/ Prakrit Languages) ซึ่งคนในสมัยนั้น (น่าจะ) สามารถพูดได้มากกว่า 1 ภาษา และภาษาโบราณเหล่านั้นก็แตกต่างไปจากภาษาที่เรามีในปัจจุบันมาก

แม้แต่ภาษาสันสกฤตที่ปรากฏในวรรณกรรม เช่น ศกุนตลา (Sakuntala) ของกาลิทาส (Kalidasa) เทียบกับรามจริตมานัส (Ramcharitmanas) ของโคสวามีตุลสีทาส (Tulsidas) ก็ต่างกันแล้ว ฉะนั้นหากจะบอกว่า พระพุทธเจ้าพูดภาษามคธก็ดูด่วนสรุปเกินไป เพราะจะเป็นการตัดขาดภาษาจากพลวัตและการพัฒนาของภาษา

หลักฐานหนึ่งซึ่งสะท้อนความหลากหลายทางภาษาของอินเดียโบราณได้เป็นอย่างดี คือ จารึกพระเจ้าอโศก ตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ราชวงศ์โมริยะของพระเจ้าอโศกเป็นราชวงศ์แรกที่มีอำนาจครอบคลุมเกือบทั่วทั้งอนุทวีป การกระจายนโยบายของกษัตริย์ออกไปในวงกว้าง เพื่อสร้างความเข้าใจตรงกัน จึงต้องพึ่งพาการถ่ายทอดเนื้อความที่สอดคล้องไปกับภาษาประจำท้องถิ่นที่พระราชอำนาจไปถึง

เราจึงพบข้อความหลากหลายภาษาที่บันทึกบนเสาพระเจ้าอโศกในพื้นที่ต่างๆ แม้กระทั่งภาษานอกวัฒนธรรมอนุทวีปอย่างภาษากรีก (Greek) หรือภาษาแอราเมอิก (Aramaic) ฉะนั้นมาถึงตรงนี้คงพอจะเห็นภาพว่า พระพุทธเจ้าน่าจะพูดได้หลายภาษา และภาษามคธโบราณก็อาจจะเป็นหนึ่งในนั้น แต่ที่แน่ๆ คือไม่ได้พูดภาษาบาลี

ส่วนการศึกษาด้านภาษาศาสตร์ของนักวิชาการด้านภาษาอินเดียโบราณพบว่า ภาษาบาลีกับภาษามคธตามที่ชาวพุทธเถรวาทเข้าใจกันนั้นต่างกันมากโข เพราะแม้ภาษาบาลีมีลักษณะค่อนข้างผสม คือมีระบบไวยากรณ์คล้ายภาษาสันสกฤตและภาษาโบราณอื่นๆ แต่ภาษาบาลีมีลักษณะคล้ายกับกลุ่มภาษาโบราณทางทิศตะวันตกของอินเดีย ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 2 มากกว่าภาษาจากพื้นที่ฝั่งตะวันออก หรือบริเวณที่วัฒนธรรมพุทธศาสนาเจริญอยู่

ตัวเลขพุทธศตวรรษที่ 2 ยังมีความสำคัญ เพราะตรงกับช่วงเวลาของการสังคายนาครั้งที่ 2 อันนำไปสู่การแยกเป็นนิกายต่างๆ ในพุทธศาสนา ตามข้อทักท้วงของคณะวัชชีบุตรว่าด้วยบัญญัติ 10 ประการในพระธรรมวินัย ซึ่งตามคัมภีร์มหาวงศ์และทีปวงศ์ของศรีลังกาบอกว่า นำไปสู่การเกิดเป็นคณะสงฆ์กว่า 10 คณะ

คัมภีร์มหาวงศ์ยังระบุต่อไปว่า เหตุการณ์ประวัติศาสตร์ของพุทธศาสนานี้ เป็นแรงผลักสำคัญให้เกิดความพยายามในหมู่สงฆ์ในการรักษาพุทธบัญญัติเอาไว้ให้ได้มากที่สุด จึงทำให้ต้องเกิดการบันทึกข้อพระธรรม เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบจากความแตกแยกในหมู่สงฆ์ในขณะนั้น ทำให้นักวิชาการเห็นตรงกันว่า ภาษาบาลีน่าจะเริ่มใช้จริงในราวพุทธศตวรรษที่ 2-3 เป็นต้นมา และเกิดขึ้นครั้งแรกในศรีลังกา

ด้วยเหตุนี้ นัตเทียร์จึงระบุว่า “ภาษาบาลีไม่ใช่ภาษาเดิมแท้ของพุทธศาสนา” เอกสารภาษาบาลีไม่ใช่เอกสารดั้งเดิมที่สุดของพุทธศาสนา และการเติบโตของขนบบาลีน่าจะเป็นเรื่องในศรีลังกามากกว่าอินเดีย เพราะเมื่อเทียบดูแล้วหลักฐานที่เก่าที่สุดที่มีในอินเดีย คือชิ้นส่วนคัมภีร์จากคันธาระ (Gandhara Scrolls) กำหนดอายุด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ได้ราวพุทธศตวรรษที่ 6 ซึ่งเป็นหลักฐานเอกสารที่เก่าที่สุดที่ยังหลงเหลือ และไม่ได้จดบันทึกด้วยภาษาบาลี แต่คำสอนต่างๆ บันทึกด้วยภาษาคันธารีโบราณแทน

ชิ้นส่วนคัมภีร์จากคันธาระ (Gandhara Scrolls) ที่มา: Wikipedia

ที่น่าตื่นเต้นไปว่านั้น (สำหรับผู้เขียน) จารึกภาษาบาลีเก่าแก่ที่สุดเท่าที่พบในปัจจุบัน กลับอยู่ในเขตเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ‘จารึกลานทอง’ จากกรุสถูปขิ่นบ๊ะโกง ประเทศเมียนมา และจารึกคาถาเยธมฺมา ในวัฒนธรรมทวารวดี ประเทศไทย

อย่างไรก็ตาม จากการศึกษาของ ปีเตอร์ สกิลลิง (Peter Skilling) และนิโคลัส เรวีร์ (Nicolas Revire) ภาษาบาลีในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีความไม่เสถียรทางไวยากรณ์ และพบการปะปนของภาษาสันสกฤตอยู่มากในจารึกหลายหลัก ซึ่งอาจเกิดขึ้นจากเหตุผล 2 ประการ คือ 1. เป็นผลจากการปะปนกันของแหล่งที่มาของพุทธศาสนาในอินเดีย และ 2. ขนบแบบบาลีที่กำลังอยู่ในช่วงขาลงในศรีลังกา เพราะช่วงราวพุทธศตวรรษที่ 10 ศรีลังกาก็กำลังเดินหน้าเข้าสู่ขนบแบบสันสกฤตมากขึ้นทุกที

จารึกลานทอง ที่มา: ยุทธพร นาคสุข, 2557: 131

จารึกคาถา เย ธมฺมา ที่มา: อธิพัฒน์ ไพบูลย์

ภาษาบาลีเกี่ยวข้องกันอย่างไรกับเข้าพรรษา

‘งดเหล้าเข้าพรรษา’ วลีคุ้นหูของชาวไทย ที่ว่าด้วยการเชิญชวนให้ลดหรืองดการดื่มยาดองของเมา ในช่วง 3 เดือนที่เหล่าพระภิกษุจำอยู่กับวัด ไม่ออกธุดงค์ ซึ่งเป็นที่คุ้นเคยกันดีของชาวไทยพุทธอีกว่า ทุกช่วงหน้าฝนพระสงฆ์องค์เจ้าจะต้องประจำในที่หนึ่งๆ ไม่ย้ายไปไหน เนื่องจากพระพุทธเจ้าทรงมีพุทธบัญญัติในพระวินัยปิฎก มหาวรรคว่า ให้พระสงฆ์จำอยู่ในสถานที่ช่วงหน้าฝน (พรรษา/ วรรษา แปลว่า ฝน) เพราะมีชาวบ้านมาฟ้องพระพุทธเจ้าว่า สาวกของท่านเดินเหยียบต้นอ่อนของพวกเขา ทำให้พวกเขาเดือดร้อน ว่าแต่แล้วเกี่ยวอะไรกับเรื่องภาษาบาลีและพระพุทธเจ้าพูดภาษาอะไร

จุดเชื่อมโยงสำคัญอยู่ตรงที่พระวินัยปิฎก ที่เราใช้กันในคณะสงฆ์ไทยเป็นแบบศรีลังกา ซึ่งเชื่อกันว่า บันทึกด้วยภาษาบาลีมาแต่เดิม ผู้เขียนจึงเชื่อว่า รูปแบบการเข้าพรรษาในช่วงเดือน 7-9 แบบที่ไทยเราทำน่าจะเป็นขนบแบบศรีลังกา และอาจจะไม่ใช่แบบสมัยพุทธกาล เพราะเมื่อลองสังเกตดูฤดูฝนในเขตอินเดียภาคเหนือ (พื้นที่ซึ่งพระพุทธเจ้าเคยใช้ชีวิตอยู่) มีฤดูฝนที่สั้นมาก คือแค่เดือนเดียว บางปีไม่ถึงเดือนด้วยซ้ำ ในทางตรงกันข้ามฤดูฝนในเขตทางตอนใต้ของอินเดียมีความยาวกว่ามาก ระยะเวลา 3 เดือนที่ระบุอยู่ในข้อพระวินัยจึงดูเป็นเรื่องของพวกคณะสงฆ์ทางใต้มากกว่าทางเหนือ และเมื่อลองเทียบเคียงกับศาสนาอื่น เหล่านักบวชไชนะก็หยุดเดินทางในฤดูฝนเช่นกัน ซึ่งตรงนี้สอดคล้องกับเรื่องเล่าในพระวินัยปิฎกแต่นักบวชไชนะหยุดเดินเพียง 8 วัน ด้วยเหตุผลที่จะเทศนาให้กับชาวบ้าน และรับฟังคำถามทางธรรมจากชาวบ้านเป็นหลัก

อีกหลักฐานหนึ่งที่น่าสนใจคือ กลุ่มถ้ำพุทธศาสนารุ่นเก่าก็สร้างอยู่ในพื้นที่รัฐซึ่งค่อนลงมาทางภาคใต้ของอินเดีย ต่างจากโบราณสถานรุ่นเก่าของพุทธศาสนาในเขตอินเดียเหนืออย่างสถูปสาญจี สถูปภารหุต หรือสถูปต่างๆ ในเขตคันธาระ ซึ่งตั้งอยู่กลางแจ้ง ความแตกต่างนี้เป็นไปได้ไหมว่า เมื่อพุทธศาสนาเคลื่อนตัวลงใต้ (เข้าใจว่าเป็นนิกายเถรวาทโดยส่วนใหญ่) ซึ่งเป็นพื้นที่ฝนตกชุกและยาวนาน ทำให้คณะสงฆ์ต้องหาที่กำบังฝนถาวรและเหมาะสมต่อการฝึกฝนสมาธิ พุทธศาสนาในถ้ำจึงตอบโจทย์มากกว่า และพัฒนาการนั้นก็ส่งต่อลงมายังศรีลังกา แม้ว่าโบราณสถานถ้ำให้ศรีลังกามีจำนวนน้อยกว่าในอินเดียมาก แต่สิ่งหนึ่งที่เห็นคือ การเกิดขึ้นของวิหารขนาดใหญ่ที่มีสังฆาวาสชัดเจนสำหรับให้สงฆ์พำนักได้เป็นเวลานานๆ ฉะนั้นด้วยเหตุผลข้างต้น เข้าพรรษาไทยจึงน่าจะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นหลังสมัยพุทธกาล?

ถ้ำมหากาลี เมืองมุมไบ ประเทศอินเดีย ที่มา: อธิพัฒน์ ไพบูลย์

สุดท้ายอย่างที่บอกข้างต้น ข้อเขียนนี้เป็นเพียงข้อสังเกตส่วนตัว ไม่ใช่ความจริงสูงสุด แต่สิ่งหนึ่งที่คิดว่าข้อเขียนนี้ร้องทักขึ้นคือ การอ้างหาความเดิมแท้ในพุทธศาสนาตัดขาดมุมมองของเราให้คับแคบลง ทั้งที่การเกิดขึ้นของภาษาที่เราเชื่อว่าเดิมแท้นั้น มาจากความหลากหลายที่พรั่งพรูในโลกพุทธศาสนาโบราณ และอีกสิ่งที่รู้สึกคือ ศรีลังกาเป็นอีกหนึ่งในดินแดนที่ควรต้องให้ความสนใจและศึกษามากกว่าเดิม โดยหลักฐานหลายชิ้นที่คิดว่ามาจากอินเดีย อาจจะไม่ใช่อีกต่อไป และภาพอดีตที่ขาดหายของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อาจตกหล่นอยู่ในศรีลังกาก็เป็นได้

ที่มาข้อมูล

Childers, Robert Cæsar (1875). A Dictionary of the Pali Language. London: Trübner.

Norman, Kenneth Roy (1983). Pali Literature. Wiesbaden: Otto Harrassowitz.

Revire, Nicolas. (2014). “Glimpses of Buddhist Practices and Rituals in Dvaravati.” In Before Siam: essays in art and archaeology, 240-271. Edited By Revire, Nicolas, and Murphy, Stephen A. Bangkok: River Books.

Skilling, Peter. (1999). “A Buddhist inscription from Go Xoai, southern Vietnam and notes towards a classification of ye dharma inscriptions.” In 80 ปี ศาสตราจารย์ ดร.ประเสริฐ ณ นคร, 171-187. กรุงเทพ: คณะกรรมการจัดงาน 80 ปีศาสตราจารย์ ดร.ประเสริฐ ณ นคร.

_. (2009). Buddhism and Buddhist literature of South-East Asia: Selected papers. Bangkok: Fragile Palm Leaves Foundation, Lumbini International Research Institute.

Sudharmawathei, J.M. (2017). “Foreign Trade Relations in Sri Lanka in The Ancient Period: With Special Reference to the Period From 6th Century B.C. to 16th Century A.D.” Humanities and Social Sciences Review 7, 2 (January): 191-200.

Nattier, Jan (2017). The Proto-History of Buddhist Translation: From Ganndhari and Pali to Han-Dynasty Chinese access through https://youtu.be/aCCkA12ynLs?si=2DbCNX7j5CGUtypi

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...