เรือของกลาง ขนน้ำมันเถื่อน หายได้ยังไง ?
เปิดไทม์ไลน์ Ship หาย !
เรือของกลางที่ขนน้ำมันเถื่อน 300,000 ลิตร หายไป ไร้วี่แวว
เรื่องนี้ ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2567
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย ศูนย์ปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง (ศปนม.ตร.) และ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) สนธิกำลังเข้าจับกุม 5 เรือไทย ในพื้นที่ทะเลอ่าวไทย ที่ขนน้ำมันเถื่อน กว่า 300,000 ลิตร โดยมีมูลค่าความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท !
เรือทั้ง 5 ลำนี้ มีลูกเรือทั้งหมด 28 คน
1. เรือ เจ.พี. มีน้ำมันเถื่อนประมาณ 80,000 ลิตร พร้อมลูกเรือ 7 คน
2. เรือ ช.โชคบุญชู 91 พร้อมลูกเรือ 4 คน
3. เรือกำไลเงิน (กำไลเหล็ก) พร้อมลูกเรือ 6 คน
4. เรือซีฮอต พร้อมน้ำมันเถื่อนประมาณ 150,000 ลิตร พร้อมลูกเรือ 6 คน
5. เรือดาวรุ่ง พร้อมน้ำมันเถื่อนประมาณ 100,000 ลิตร พร้อมลูกเรือ 5 คน
หลังจากที่ถูกควบคุมตัว และ ควบคุมเรือไว้แล้ว
เจ้าหน้าที่ได้นำเรือที่มีของกลาง ไปจอดไว้ที่ ท่าเทียบเรือตำรวจน้ำสัตหีบ จังหวัดชลบุรี
ต่อมาวันที่ 29 มีนาคม 2567 และ วันที่ 17 พฤษภาคม 2567
ตำรวจสอบสวนกลาง ลงพื้นที่ตรวจปริมาณน้ำมัน ร่วมกับศุลกากร
เช้ามืดวันที่ 9 มิถุนายน 2567 เจ้าหน้าที่ได้นำเรือของกลางจำนวน 3 ลำ ไปทอดสมอห่างจากสะพานตำรวจน้ำ ประมาณ 100 เมตร เนื่องจากจะมีพายุเข้าในพื้นที่ อ.สัตหีบ อาจมีกระแสลมแรง ทำให้สะพานตำรวจน้ำไม่สามารถรองรับน้ำนักของเรือของกลางได้
วันที่ 11 มิถุนายน 2567 เวลา 20.11 น. เรือของกลาง จำนวน 3 ลำ ยังอยู่ในพื้นที่
1. เรือ เจ.พี.
2. เรือซีฮอต
3. เรือดาวรุ่ง
ต่อมาเวลา 20.11.52 น. เรือของจำนวน 3 ลำ ได้ทำการปิดไฟ และหายออกจากพื้นที่ไป โดยไม่ทราบว่า ช่วงเวลาไหน
ย้อนกลับไปวันที่ 10 มิถุนายน 2567 มีรถกระบะต้องสงสัยเข้า-ออก บริเวณจุดจอดเรือของกลาง เมื่อเวลา 17.07 น. ตามเวลาของกล้องวงจรปิด
แต่ประเด็นนี้ ตำรวจสอบสวนกลางได้ออกมาชี้แล้วว่า เป็นรถของตำรวจ ในสังกัดสถานีตำรวจน้ำ 3 กองกำกับการ 5 ซึ่งขับขี่รถยนต์เข้าไปยังท่าเรือสถานีตำรวจน้ำสัตหีบ เพื่อเติมน้ำเปล่า สำหรับใช้ในการอุปโภค เช่น การอาบน้ำ และกิจกรรมอื่นๆ
เหตุการณ์นี้ทำให้ บิ๊กก้อง พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. ส่ง บิ๊กเต่า พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. ลงพื้นที่ด่วน ตรวจสอบเหตุการณ์ดังกล่าว
โดย บิ๊กก้อง มีการเซ็นต์คำสั่งย้าย ตำรวจน้ำ จำนวน 4 นาย โดยขาดจากต้นสังกัดเดิม คือ
1.พ.ต.อ.อินทรัตน์ ปัญญา ผู้กำกับการ 5 กองบังคับการตำรวจน้ำ (ผกก.5 บก.รน.)
2.พ.ต.ท.กอบชัย โตอ่อน สารวัตรสอบสวน 3 กก.5 บก.รน.
3.ส.ต.อ.ธรรมรัตน์ เล็กมนตรา ผบ.หมู่งานสอบสวน 3 กก.5 บก.รน.
4.ส.ต.ท.อภิชาติ จันทร์หนู ผบ.หมู่สอบสวน 3 กก.5 บก.รน.
ล่าสุดวันนี้ (14 มิ.ย.67) มีรายงานว่า เรือของกลางดังกล่าว แล่นผ่านพื้นที่เกาะกูด จอดรอส่งน้ำมัน ซึ่งจุดนี้เป็นจุดที่เรือต่างๆใช้เป็นที่สำหรับปล่อยของเถื่อน
นายอำเภอเกาะช้าง ก็ได้สั่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และ อส. ลาดตระเวนตรวจสอบรอบเกาะช้าง ไม่พบมีเรือดังกล่าวมาจอดลอยลำแต่อย่างไร
ซึ่งหลังจากที่เรือของกลาง ที่มีน้ำมันเถื่อนจำนวน 300,000 ลิตร หายไปนั้น ตำรวจน้ำสัตหีบ ได้นำเรือตรวจการณ์ ออกค้นหาแล้ว จนถึงเวลานี้ ตอนนี้ วันที่ 14 มิถุนายน 2567 ก็ยังไม่พบเรือดังกล่าว
การลักลอบนำเข้าน้ำมันเถื่อนที่ไม่ได้เสียภาษีอากร จะทำให้ภาครัฐสูญเสียรายได้ จากจัดเก็บภาษีหลายหมื่นล้านบาทต่อปี ซึ่งรายได้จากภาษีดังกล่าวจะนำกลับคืนสังคมในรูปของบริการสาธารณะ สาธารณูปโภคที่ทุกคนจะมีส่วนได้รับประโยชน์จากเงินภาษีดังกล่าว อีกทั้ง ถ้าเราใช้น้ำมันเถื่อนที่ อาจส่งผลเสียต่อเครื่องยนต์ทั้งทางตรงและทางอ้อม