โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรือของกลาง ขนน้ำมันเถื่อน หายได้ยังไง ?

อีจัน

อัพเดต 14 มิ.ย. 2567 เวลา 19.04 น. • เผยแพร่ 14 มิ.ย. 2567 เวลา 12.04 น. • อีจัน

เปิดไทม์ไลน์ Ship หาย !

เรือของกลางที่ขนน้ำมันเถื่อน 300,000 ลิตร หายไป ไร้วี่แวว

เรื่องนี้ ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2567

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย ศูนย์ปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง (ศปนม.ตร.) และ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) สนธิกำลังเข้าจับกุม 5 เรือไทย ในพื้นที่ทะเลอ่าวไทย ที่ขนน้ำมันเถื่อน กว่า 300,000 ลิตร โดยมีมูลค่าความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท !

เรือทั้ง 5 ลำนี้ มีลูกเรือทั้งหมด 28 คน

1. เรือ เจ.พี. มีน้ำมันเถื่อนประมาณ 80,000 ลิตร พร้อมลูกเรือ 7 คน

2. เรือ ช.โชคบุญชู 91 พร้อมลูกเรือ 4 คน

3. เรือกำไลเงิน (กำไลเหล็ก) พร้อมลูกเรือ 6 คน

4. เรือซีฮอต พร้อมน้ำมันเถื่อนประมาณ 150,000 ลิตร พร้อมลูกเรือ 6 คน

5. เรือดาวรุ่ง พร้อมน้ำมันเถื่อนประมาณ 100,000 ลิตร พร้อมลูกเรือ 5 คน

หลังจากที่ถูกควบคุมตัว และ ควบคุมเรือไว้แล้ว

เจ้าหน้าที่ได้นำเรือที่มีของกลาง ไปจอดไว้ที่ ท่าเทียบเรือตำรวจน้ำสัตหีบ จังหวัดชลบุรี

ต่อมาวันที่ 29 มีนาคม 2567 และ วันที่ 17 พฤษภาคม 2567
ตำรวจสอบสวนกลาง ลงพื้นที่ตรวจปริมาณน้ำมัน ร่วมกับศุลกากร

เช้ามืดวันที่ 9 มิถุนายน 2567 เจ้าหน้าที่ได้นำเรือของกลางจำนวน 3 ลำ ไปทอดสมอห่างจากสะพานตำรวจน้ำ ประมาณ 100 เมตร เนื่องจากจะมีพายุเข้าในพื้นที่ อ.สัตหีบ อาจมีกระแสลมแรง ทำให้สะพานตำรวจน้ำไม่สามารถรองรับน้ำนักของเรือของกลางได้

วันที่ 11 มิถุนายน 2567 เวลา 20.11 น. เรือของกลาง จำนวน 3 ลำ ยังอยู่ในพื้นที่

1. เรือ เจ.พี.

2. เรือซีฮอต

3. เรือดาวรุ่ง

ต่อมาเวลา 20.11.52 น. เรือของจำนวน 3 ลำ ได้ทำการปิดไฟ และหายออกจากพื้นที่ไป โดยไม่ทราบว่า ช่วงเวลาไหน

ย้อนกลับไปวันที่ 10 มิถุนายน 2567 มีรถกระบะต้องสงสัยเข้า-ออก บริเวณจุดจอดเรือของกลาง เมื่อเวลา 17.07 น. ตามเวลาของกล้องวงจรปิด

แต่ประเด็นนี้ ตำรวจสอบสวนกลางได้ออกมาชี้แล้วว่า เป็นรถของตำรวจ ในสังกัดสถานีตำรวจน้ำ 3 กองกำกับการ 5 ซึ่งขับขี่รถยนต์เข้าไปยังท่าเรือสถานีตำรวจน้ำสัตหีบ เพื่อเติมน้ำเปล่า สำหรับใช้ในการอุปโภค เช่น การอาบน้ำ และกิจกรรมอื่นๆ

เหตุการณ์นี้ทำให้ บิ๊กก้อง พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. ส่ง บิ๊กเต่า พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. ลงพื้นที่ด่วน ตรวจสอบเหตุการณ์ดังกล่าว

โดย บิ๊กก้อง มีการเซ็นต์คำสั่งย้าย ตำรวจน้ำ จำนวน 4 นาย โดยขาดจากต้นสังกัดเดิม คือ

1.พ.ต.อ.อินทรัตน์ ปัญญา ผู้กำกับการ 5 กองบังคับการตำรวจน้ำ (ผกก.5 บก.รน.)

2.พ.ต.ท.กอบชัย โตอ่อน สารวัตรสอบสวน 3 กก.5 บก.รน.

3.ส.ต.อ.ธรรมรัตน์ เล็กมนตรา ผบ.หมู่งานสอบสวน 3 กก.5 บก.รน.

4.ส.ต.ท.อภิชาติ จันทร์หนู ผบ.หมู่สอบสวน 3 กก.5 บก.รน.

ล่าสุดวันนี้ (14 มิ.ย.67) มีรายงานว่า เรือของกลางดังกล่าว แล่นผ่านพื้นที่เกาะกูด จอดรอส่งน้ำมัน ซึ่งจุดนี้เป็นจุดที่เรือต่างๆใช้เป็นที่สำหรับปล่อยของเถื่อน

นายอำเภอเกาะช้าง ก็ได้สั่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และ อส. ลาดตระเวนตรวจสอบรอบเกาะช้าง ไม่พบมีเรือดังกล่าวมาจอดลอยลำแต่อย่างไร

ซึ่งหลังจากที่เรือของกลาง ที่มีน้ำมันเถื่อนจำนวน 300,000 ลิตร หายไปนั้น ตำรวจน้ำสัตหีบ ได้นำเรือตรวจการณ์ ออกค้นหาแล้ว จนถึงเวลานี้ ตอนนี้ วันที่ 14 มิถุนายน 2567 ก็ยังไม่พบเรือดังกล่าว

การลักลอบนำเข้าน้ำมันเถื่อนที่ไม่ได้เสียภาษีอากร จะทำให้ภาครัฐสูญเสียรายได้ จากจัดเก็บภาษีหลายหมื่นล้านบาทต่อปี ซึ่งรายได้จากภาษีดังกล่าวจะนำกลับคืนสังคมในรูปของบริการสาธารณะ สาธารณูปโภคที่ทุกคนจะมีส่วนได้รับประโยชน์จากเงินภาษีดังกล่าว อีกทั้ง ถ้าเราใช้น้ำมันเถื่อนที่ อาจส่งผลเสียต่อเครื่องยนต์ทั้งทางตรงและทางอ้อม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...