เรือด่วน-เรือข้ามฟาก จ่อขึ้นค่าโดยสาร แบกขาดทุนไม่ไหว ปี64 เจ๊ง 80 ล้าน
เรือด่วน-เรือข้ามฟาก จ่อปรับขึ้นค่าโดยสาร 1 บาท แบกขาดทุนไม่ไหว ได้รับผลกระทบอย่างหนัก ระบุปี 64 เจ๊ง 80 ล้าน
วันที่ 27 เม.ย. 65 นาวาตรีเจริญพร เจริญธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท เรือด่วนเจ้าพระยา จำกัด ผู้ให้บริการ เรือด่วนเจ้าพระยาและเรือข้ามฟากแม่น้ำเจ้าพระยาเปิดเผยถึง กรณีที่รัฐบาลจะยกเลิกการตรึงราคาน้ำมันดีเซลที่ลิตรละ 25 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.2565ว่า หากการปล่อยลอยตัวทำให้ราคาน้ำมันดีเซลปรับเพิ่มขึ้นเกินลิตรละ 30 บาท บริษัทจำเป็นต้องปรับขึ้นค่าโดยสารเรือด่วน 1บาท/คน/เที่ยว หรือ ปรับจากราคา 15-20 บาท/คน/เที่ยว เป็น 16-26 บาท/คน/เที่ยว
โดยเรือธงส้มตลอดสายจะปรับจาก 15 บาท เป็น 16 บาท/คน/เที่ยว เรือธงเหลือง ปรับจาก 20 บาท เป็น 21 บาท /คน/เที่ยว และเรือธงเขียว ปรับระยะละ 1 บาท คือ ปรับจาก 11บาท, 20 บาทและ 32 บาท เป็น 12 บาท , 21 บาท และ 33 บาท
ส่วนเรือข้ามฟากนั้น เมื่อวันที่ 12 เม.ย. ที่ผ่านมา คณะทำงานกรมเจ้าท่าได้หารือร่วมกับบริษัทฯ เพื่อพิจารณาเรื่องการปรับราคา โดยที่ประชุมได้เห็นชอบให้ปรับขึ้นค่าโดยสารเรือข้ามฟาก 0.50-1บาท/คนต่อเที่ยว หากราคาน้ำมันดีเซลปรับเพิ่มขึ้นเกินลิตรละ 30 บาท เนื่องจากเรือข้ามฟากได้รับผลกระทบอย่างหนักจากปริมาณผู้โดยสารที่ลดลงกว่า70% โดยปัจจุบันมีผู้ใช้บริการเพียง วันละ 300 คนเท่านั้น
"เรือด่วนเราช่วยรัฐบาลตรึงราคาค่าโดยสารมาปีกว่าแล้ว แม้ว่าราคาน้ำมันจะเกิน 29บาท/ลิตรตามข้อตกลง แต่ก็ไม่ได้ปรับราคา ขณะที่ผู้ใช้บริการก็ลดน้อยลงจากปัญหาการระบาดโควิด ทำให้ปี 2563 เราขาดทุน 50 ล้านบาท และขาดทุนเพิ่มขึ้นเป็น80 ล้านบาทในปี 2564 ดังนั้น หากรัฐปล่อยลอยตัวทำให้ราคาน้ำมันแพงขึ้น กระทรวงคมนาคม ควรอนุมัติให้เราปรับขึ้นค่าโดยสาร เพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนและสามารถทำธุรกิจต่อไปได้" นาวาตรีเจริญพร กล่าว