โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

พิพัฒน์นำผู้ประกอบการไทยเดินสายบุกตลาดท่องเที่ยวตะวันออกกลาง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 17 พ.ค. 2565 เวลา 09.27 น. • เผยแพร่ 17 พ.ค. 2565 เวลา 06.48 น.

พิพัฒน์ รมว.การท่องเที่ยวฯ นำผู้ประกอบการไทยเดินสายบุกตลาดการท่องเที่ยวตะวันออกกลาง ร่วมงาน ATM 2022 พร้อมลงนามร่วมมือ OTA รายใหญ่ในภูมิภาค พบยอดค้นหาข้อมูลเมืองไทยเดือน พ.ค. พุ่ง 1,100%

วันที่ 17 พฤษภาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เข้าร่วมงาน Arabian Travel Mart 2022 เมื่อวันที่ 9-12 พฤษภาคมที่ผ่านมา ณ เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งงานดังกล่าวเป็นงานส่งเสริมการขายการท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดในตลาดตะวันออกกลาง

โดยในปีนี้มีผู้เข้าร่วมงานจากทั่วโลกมากกว่า 30,000 ราย จาก 150 ประเทศ ธุรกิจท่องเที่ยวไทยที่เข้าร่วมงานประกอบด้วยโรงแรม 18 แห่ง โรงพยาบาล 3 แห่ง สวนสนุก 1 แห่ง และบริษัทนำเที่ยว 2 แห่ง

รายงานระบุว่า ผู้ประกอบการท่องเที่ยวทุกรายมีการนัดหมายธุรกิจโดยเฉลี่ย 128 นัดหมายต่อราย หรือมากกว่า 3,000 นัดหมายตลอดระยะเวลาการเข้าร่วมงาน 4 วัน โดยคาดว่าจะสามารถสร้างรายได้ตลอดทั้งปีประมาณ 1,000 ล้าน บาท โดยมีกลุ่มเป้าหมาย คือ กลุ่มตลาดระดับบน กลุ่มตลาดครอบครัว กลุ่มรักษาพยาบาล และผู้ประกอบการหลายรายได้รับการจองทันทีหลังจบงาน

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมเป็นสักขีพยานการลงนามบันทึกความร่วมมือ (Memorandum of Cooperation) ระหว่าง ททท. ร่วมกับบริษัท Almosafer Online Travel Agency รายใหญ่ที่สุดของตลาดซาอุดีอาระเบียและคูเวต และครองส่วนแบ่งการตลาดติด 1 ใน 3 ของภูมิภาคตะวันออกกลาง และแอฟริกาทางตอนเหนือ

โดยตั้งเป้าส่งเสริมประเทศไทยในตลาดซาอุดีอาระเบีย และตลาดตะวันออกกลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มตลาดคนรุ่นใหม่ (Arab Millennials) ซึ่งเป็นประชากรกลุ่มหลักในตลาดมีสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 40 และเป็นกลุ่มฐานข้อมูลหลักของบริษัทมีจำนวนมากกว่า 2.5 ล้านราย

รายงานระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 9 มีนาคม 2565 ประเทศซาอุดีอาระเบียอนุญาตอย่างเป็นทางการให้พลเมืองเดินทางไปท่องเที่ยวประเทศไทยได้ มีการค้นหาข้อมูลการท่องเที่ยวมาประเทศไทยทางเว็บไซต์ของ Almosafer เพิ่มขึ้นมากกว่า 470% และสถิติในเดือนพฤษภาคม ที่ผ่านมาการค้นหาข้อมูลเพิ่มขึ้นเป็น 1,100% โดยทันที เมื่อเทียบกับช่วงไตรมาสแรกของปี

นอกจากนี้ นายพิพัฒน์ยังได้ร่วมเป็นสักขีพยานลงนามบันทึกความร่วมมือระหว่าง ททท. กับสายการบิน Saudia สายการบินแห่งชาติซาอุดีอาระเบีย โดยร่วมกันหารือเพื่อขยายความร่วมมือในระดับ Global Campaign เน้นนำเสนอสินค้าและบริการ Niche Market ของประเทศไทย อาทิ Luxury, Health & Wellness เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวซาอุดีอาระเบีย

โดย 3 ประเด็นหลัก ในการหารือ มีดังต่อไปนี้ 1.นายพิพัฒน์รัชกิจประการ เสนอเรื่องการส่งเสริมตลาดการท่องเที่ยวแบบ 2 ทาง (Two Way Tourism) ระหว่างไทย และซาอุดีอาระเบีย 2.ขอให้พิจารณาผลักดันการเพิ่มโควตาให้กลุ่มชาวไทย-มุสลิม ที่เดินทางมาประกอบพิธีฮัจญ์ในแต่ละปีเพิ่มมากขึ้น

และ 3.ขอให้สายการบิน SAUDIA พิจารณาเปิดเส้นทางบินเพิ่มเติม เช่น เส้นทางบินตรงจากซาอุดีอาระเบียภูเก็ต เป็นต้น ทั้งนี้ สายการบิน SAUDIA สายการบินขนาดใหญ่เป็นลำดับที่ 3 ของภูมิภาคตะวันออกกลางในเชิงรายได้ ได้เปิดเส้นทางบินตรงเข้าสู่ประเทศไทยเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

ก่อนวิกฤตสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 มีนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางเดินทางเข้าประเทศไทยปีละประมาณ 533,237 คน สร้างรายได้เข้าไทยมากกว่า 41,290 ล้านบาท ถือเป็นตลาดนักท่องเที่ยว คุณภาพสูง มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อทริปต่อคนสูงที่สุดตลาดหนึ่งของนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าไทยอยู่ที่ประมาณ 75,000 บาท ต่อทริป

นักท่องเที่ยวมีพฤติกรรมเดินทางท่องเที่ยวเป็นครอบครัวใหญ่ และเดินทางท่องเที่ยวในช่วงเดือนกรกฎาคมและสิงหาคมของทุกปี ซึ่งเป็นช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยวของประเทศไทย โดยตลาดหลักของภูมิภาค ได้แก่ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คูเวต บาห์เรน กาตาร์

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวไทยที่เข้าร่วมงานมีความประสงค์ให้รัฐบาลไทยพิจารณายกเลิก Thailand Pass ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2565 เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวที่กำลังจะมาถึง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...