โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดภาพบ้านหรู ใช่ของ “หมอบี” ไหม? หลังโดนแฉปม เงินบริจาควัด 50 ล้าน

Thaiger

อัพเดต 07 ส.ค. 2568 เวลา 11.15 น. • เผยแพร่ 07 ส.ค. 2568 เวลา 04.15 น. • Thaiger ข่าวไทย

“แพรรี่” เปิดภาพบ้านหรู ชวนสงสัยใช่ของ “หมอบี” รึเปล่า? หลัง “ทนายเกิดผล” แฉกลางโหนกระแสว่านำเงินบริจาคไปซื้อ

ดูเหมือนว่ามหากาพย์เรื่องเงินบริจาคของ หมอบี ทูตสื่อวิญญาณ จะยังไม่จบลงง่าย ๆ เมื่อล่าสุดอินฟลูเอนเซอร์สายธรรมะชื่อดังอย่าง แพรรี่ ไพรวัลย์ ได้ออกมาเคลื่อนไหวครั้งสำคัญ ด้วยการโพสต์ภาพบ้านหลังใหญ่สุดอลังการลงบนเพจเฟซบุ๊กส่วนตัว พร้อมแคปชันว่า

“บ้านใครคะหลังใหญ่หลังโตจังเลย สวยมากค่ะ ชื่นชมนะคะ  คงต้องเป็นของนักธุรกิจที่เขามีเงินหลายร้อยล้านแน่เลย”

แม้แพรรี่จะไม่ได้ระบุชื่อว่าเป็นบ้านของใคร แต่ด้วยจังหวะเวลาที่โพสต์เกิดขึ้นหลังจากรายการ โหนกระแส เพิ่งจะตีแผ่ประเด็นร้อนของหมอบี ก็ทำให้ชาวเน็ตต่างพากันคาดเดาและเชื่อมโยงว่า นี่อาจจะเป็นบ้านหรือสถานปฏิบัติธรรมเจ้าปัญหาของหมอบีนั่นเอง

ประเด็นดังกล่าวถูกจุดชนวนขึ้นอย่างรุนแรงในรายการโหนกระแส เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม ที่ผ่านมา ซึ่ง ทนายเกิดผล แก้วเกิด ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลสุดช็อกที่ได้รับฟังมาจาก หลวงพ่ออลงกต แห่งวัดพระบาทน้ำพุ ด้วยตนเอง

ทนายเกิดผลเล่าว่า เรื่องราวเริ่มแดงขึ้นเมื่อเลขาฯ ของหมอบีเกิดความสงสัยเรื่องยอดเงินบริจาค จึงได้สอบถามหลวงพ่อโดยตรง ทำให้พบว่าเงินสดที่เบิกมา 2.3 ล้านบาทนั้น หมอบีได้นำมาถวายให้วัดเพียง 2 ล้านบาทเท่านั้น

นอกจากนี้ หลวงพ่อยังเปิดเผยว่าก่อนหน้านี้มีเจ้าหน้าที่จากกองปราบปรามได้เข้ามาให้ข้อมูลและแนะนำให้ท่านแจ้งความดำเนินคดีกับหมอบีแล้ว

ภาพจาก : FB/แพรรี่ ไพรวัลย์

จุดที่ทำให้สังคมตกตะลึงที่สุด คือคำสารภาพจากปากของหมอบีเองต่อหน้าหลวงพ่ออลงกตและเจ้าหน้าที่กองปราบฯ ว่าเขาได้ เอาเงินบางส่วนไปซื้อของใช้ส่วนตัว แม้กระทั่งบ้านหลังใหญ่ มูลค่า 40-50 ล้านบาท

หมอบี อ้างว่าได้ขออนุญาตหลวงพ่อเพื่อนำเงินไปสร้างสถานปฏิบัติธรรม แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นบ้านพักส่วนตัวของเขาเอง ซึ่งเรื่องนี้ทำเอาพิธีกรอย่าง หนุ่ม กรรชัย ถึงกับอุทานออกมากลางรายการ

ในตอนแรกหลวงพ่ออลงกตได้ให้โอกาสเพราะเห็นว่าหมอบีสำนึกผิดและอ้างว่ารู้เท่าไม่ถึงการณ์ แต่ทนายเกิดผลได้ชี้ว่าเรื่องนี้เป็นคดีอาญา ไม่สามารถยอมความได้ และหากหลวงพ่อนิ่งเฉยอาจกลายเป็นผู้ปกป้องคนผิดเสียเอง สุดท้ายหลวงพ่อจึงได้มอบหมายให้ทนายเกิดผลเป็นผู้ดำเนินการทางกฎหมายกับหมอบีต่อไป

การโพสต์ภาพบ้านหลังใหญ่ของแพรรี่ ไพรวัลย์ ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน จึงเปรียบเสมือนการสาดน้ำมันเข้ากองไฟ ทำให้สังคมยิ่งจับจ้องไปยังบ้านหลังดังกล่าวว่าใช่ สถานปฏิบัติธรรม ที่แปรสภาพไปเป็นบ้านตามคำสารภาพของหมอบีหรือไม่

อ้างอิงข้อมูลและรูปภาพจาก : FB/ไพรวัลย์ วรรณบุตร

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...