โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รักชาติเรา…โดยไม่เกลียดชาติอื่น: บทเรียนจากคุณครูตะวัน

The Better

อัพเดต 06 ส.ค. 2568 เวลา 13.40 น. • เผยแพร่ 06 ส.ค. 2568 เวลา 13.33 น. • THE BETTER
เมื่อเด็กๆ ใช้ธงชาติของเพื่อนบ้านเป็นของเล่นในเกมแห่งความเกลียด ความรับผิดชอบไม่ได้อยู่ที่พวกเขา แต่อยู่ที่เราทุกคนในฐานะผู้ใหญ่ที่อาจเผลอสอนให้เขาเกลียด โดยไม่รู้ตัว

ในยุคที่สังคมไทยกำลังเผชิญกับความตึงเครียดจากหลากหลายด้าน ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ หนึ่งในคลิปสั้นบน TikTok ที่ถูกพูดถึงในวงกว้าง คือคลิปของ "คุณคุณครูตะวัน" ที่แสดงให้เห็นถึงพลังของความเมตตา ความเข้าใจ และวิธีการสื่อสารอย่างสร้างสรรค์กับเด็กเล็กในสถานการณ์ที่ละเอียดอ่อน

เหตุการณ์ในคลิป: สะท้อนภาพสังคมผู้ใหญ่ผ่านสายตาเด็ก

เด็กๆกลุ่มหนึ่งนำธงชาติกัมพูชามาทำลาย และพูดถ้อยคำรุนแรงอย่าง“เหยียบแม่งเลย” “เผาทิ้งแม่งเลย” พฤติกรรมเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งที่เด็กๆ คิดขึ้นเอง แต่เป็นสิ่งที่พวกเขา จำ มาจากผู้ใหญ่ในสังคมไม่ว่าจะเป็นคนในครอบครัว สื่อออนไลน์ หรือบทสนทนารายวันรอบตัวพวกเขา ข้อความเหล่านี้ แม้เพียงคำไม่กี่คำ กลับแฝงด้วยชุดความคิดที่อันตราย เป็นสารตั้งต้นของการเหยียดเชื้อชาติ (Racial Discrimination) และสามารถนำไปสู่การ ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ (Genocide) หากไม่หยุดยั้งและแก้ไขตั้งแต่ราก

คุณครูผู้หยุดวงจรอันตรายด้วยความสงบ

ในขณะที่สถานการณ์อาจดูเหมือนควรรีบตำหนิ หรือลงโทษเพื่อ"ให้หลาบจำ" แต่คุณครูตะวันกลับเลือกวิธีที่ต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง "สอนด้วยความเย็นใจ"
การพูดคุยกับเด็กๆอย่างใจเย็น ถามคำถามปลายเปิด และพาเด็กค่อยๆสะท้อนสิ่งที่ตนเองทำ เป็นวิธีที่ทรงพลังกว่าการดุด่าหรือใช้กำลัง ครูไม่ได้บังคับให้เด็ก "รู้สึกผิด" แต่ใช้กระบวนการSelf-Reflection เพื่อให้เด็ก เข้าใจด้วยตัวเอง ว่าสิ่งที่ทำไม่เหมาะสม และเราควรเลือกเป็นคนแบบไหนในสังคม

“หนูอยากเป็นคนดีไหม?”
“ถ้าเรารู้ว่าสิ่งนี้ไม่ดี เราควรทำอีกไหม?”

คำถามเรียบง่ายเหล่านี้กลับนำทางเด็กไปสู่คำตอบที่มีความหมายยิ่งใหญ่

สิทธิเด็กและความใส่ใจที่ควรได้รับการยกย่อง

อีกสิ่งหนึ่งที่น่าชื่นชมไม่แพ้กันคือการที่คุณครูเข้าใจถึงเรื่อง สิทธิของเด็ก อย่างลึกซึ้ง ไม่มีภาพหน้าเด็กติดอยู่ในคลิปเลย การเลือกถ่ายเพียงตนเองเพื่อปกป้องDigital Footprint ของเด็กในอนาคต แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจที่ไม่ใช่แค่ในฐานะครู แต่ในฐานะ“ผู้ใหญ่” ที่พร้อมปกป้องพื้นที่ปลอดภัยให้เด็กเติบโต

สื่อดีหนึ่งนาที อาจเปลี่ยนทิศทางของชีวิตเด็กได้

แม้เราจะไม่มีทางรู้ได้ว่า เด็กๆเหล่านี้จะเติบโตไปในทิศทางใด แต่การที่เขาเคยได้รับ"ข้อความที่ดี" ไว้ในหัวใจ อย่างน้อยก็เป็น“เมล็ดพันธุ์ของความฉุกคิด” ที่อาจเบ่งบานในวันใดวันหนึ่งข้างหน้าวันหนึ่งที่เขาต้องเลือกว่าจะแก้ปัญหาด้วยความเกลียดชัง หรือด้วยความเข้าใจ

เด็กเรียนรู้จากผู้ใหญ่ แล้วใครจะเป็นแบบอย่างให้พวกเขา?

เรื่องน่าเศร้าคือ หลายครั้งผู้ใหญ่ในสังคมเองยังไม่สามารถสะท้อนความคิดเหล่านี้ได้ด้วยซ้ำ ยังคงเลือกใช้ความรุนแรงทางคำพูด ยังเหยียดเชื้อชาติ ยังเชียร์สงคราม แล้วแสดงออกต่อหน้าเด็กโดยไม่รู้ตัว เด็กๆไม่เพียงได้ยิน แต่ ซึมซับและเลียนแบบ

เราจึงจำเป็นต้องกลับมาทบทวนตนเอง เราเคยพูดอะไรที่เป็นพิษให้เด็กได้ยินโดยไม่ตั้งใจหรือไม่? เราเคยส่งเสริมความเกลียดชังด้วยคำพูดแบบขำๆที่กลายเป็นบาดแผลถาวรในใจเด็กหรือเปล่า?

รักชาติได้ โดยไม่ต้องเกลียดชาติอื่น

รักชาติไม่ใช่การปลุกความเกลียดชังใส่ผู้อื่น ความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างประเทศ ไม่ควรถูกนำมาใช้เป็นข้ออ้างให้ประชาชนซึ่งมีชีวิตประจำวันเหมือนกันทุกชาติ ทุกศาสนา ต้องมองกันด้วยสายตาแห่งความเกลียดชัง

เราเชื่อว่าเด็กสามารถรักชาติไทยได้ โดยไม่ต้องเหยียดหรือเกลียดชาติอื่น และการปลูกฝังแนวคิดเช่นนี้ต้องเริ่มตั้งแต่วันนี้ ผ่านผู้ใหญ่ที่เป็นแบบอย่าง ผ่านครอบครัวที่ใส่ใจ และผ่านครูแบบคุณตะวันที่สอนด้วยความเข้าใจ ไม่ใช่แค่ความรู้

หากมีครูแบบคุณตะวันมากขึ้น เด็กๆเหล่านี้อาจเติบโตขึ้นมาเป็นคนที่มีหัวใจใหญ่พอ ไม่เพียงรักแผ่นดินตัวเอง แต่ยังเคารพในความเป็นมนุษย์ของผู้อื่นด้วย และบางที วันหนึ่งพวกเขาอาจเป็นคนที่เตือนสติผู้ใหญ่ได้ด้วยซ้ำ

ขอบคุณครูตะวัน https://vt.tiktok.com/ZSS9Tos6f/

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...