โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

"Money Dysmorphia" ภาวะของคนที่เก็บเงินจนเครียด จะใช้จ่ายก็รู้สึกผิด - มีเท่าไหร่ก็ไม่พอ

Thairath Money

อัพเดต 29 ส.ค. 2568 เวลา 10.33 น. • เผยแพร่ 29 ส.ค. 2568 เวลา 10.29 น.
ภาพไฮไลต์

เคยรู้สึกว่าหาเงินมาเท่าไหร่ก็ไม่พอ หรือมีเงินมากมายแต่กลับไม่กล้าซื้อของชิ้นเล็กๆ ที่อยากได้?

นี่อาจเป็นความรู้สึกเล็กๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน ซึ่งสะท้อนว่าเราอาจกำลังเผชิญกับ “Money Dysmorphia” อยู่ก็เป็นได้

เก็บเงินจนเครียด มีจริงเหรอ?

Money Dysmorphia หรือ ภาวะเก็บเงินจนเครียด เกิดจากการที่เรารู้สึกว่า การเงินของเรายังไม่มั่นคงมากพอ และมุ่งมั่นที่จะหารายได้เพิ่มเติมเงินเข้ากระเป๋าอย่างเดียว จนลืมเติมความสุขให้กับตัวเอง

สะท้อนจากผลสำรวจ"Mind Money Connection" ของ Jenius Bank เปิดเผยว่า 41% ของกลุ่ม Millennials มีประสบการณ์ภาวะเครียดจากเรื่องเงิน แม้สถานะปัจจุบันอาจไม่ได้กดดันมากขนาดนั้น หากหมกมุ่นกับเรื่องการเงินมากเกินไป อาจบีบให้เรารู้สึกว่าต้องหาเงินต่อไปเรื่อย ๆ จนยากที่จะมีสุขภาพกาย - ใจดีได้

สาเหตุของภาวะนี้อาจผสมผสานมาจากหลายปัจจัยที่ทำให้รู้สึกถึงความไม่มั่นคงทางการเงิน เช่น มีรายได้น้อยกว่าที่คาดหวังไว, เรียนจบมาพร้อมหนี้, เอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนดังในโซเชียลและกดดันตัวเองว่าต้องสร้างเงินให้ได้มากขึ้นและมากขึ้น ทั้งหมดนี้อาจกลายเป็นความเครียดในที่สุด

ทั้งนี้ ภาวะ Money Dysmorphia ไม่ได้เกิดขึ้นกับกลุ่ม Millennials เท่านั้น แต่ Jenius Bank ยังเน้นย้ำว่าภาวะนี้สามารถเกิดขึ้นได้และส่งผลกระทบต่อคนทุกรุ่น ทุกระดับรายได้ตั้งแต่งบน้อยไปจนถึงมั่งคั่ง

เปิด 6 เช็กลิสต์ เราเข้าข่ายภาวะเก็บเงินจนเครียดแล้วหรือยัง?

และเพื่อป้องกันความเครียดทางการเงินจนกลายเป็น Money Dysmorphia นั้น Thairath Money จะพาผู้อ่านไปเช็กลิสต์ 6 พฤติกรรมที่เข้าข่ายภาวะเก็บเงินจนเครียด ดังนี้

  • รู้สึกว่า “มีเงินเท่าไหร่ก็ไม่พอ”
  • ถึงใช้เพื่อความสุขของตัวเอง ก็ไม่กล้าใช้จ่าย
  • คิดมาก หรือ รู้สึกผิดเมื่อใช้จ่าย
  • เปรียบเทียบสถานะทางการเงินของตัวเองกับคนอื่น รวมถึง อินฟลูเอนเซอร์ในโลกออนไลน์
  • พูดถึงเรื่องเงินเมื่อไร ก็รู้สึก “เครียด” และ “กังวล”
  • ถึงมีเงินเดือนสูงแต่ก็รู้สึกไม่มั่นคง

วิธีรับมือกับภาวะเก็บเงินจนเครียด

หลังจากที่เช็กลิสต์ครบทั้งหมดแล้ว หากผู้อ่านพบว่าพฤติกรรมเหล่านี้ตรงกับตัวเอง อาจจะต้องเริ่มปรับเปลี่ยนบางอย่างเพื่อให้สุขภาพกาย - ใจ - การเงินของเราดำเนินไปอย่างสมดุลและดีในเวลาเดียวกัน ด้วย 4 วิธีนี้

1. อย่าให้โซเชียลกดดันการเงินของเรา

ก่อนอื่นเราต้องเริ่มจากการหยุดเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่น เพราะพื้นฐานการเงินของแต่ละคนต่างกัน แต่เรายังสามารถหาแนวทางการเงินที่ดีด้วยการเรียนรู้จากคนในโซเชียลมาปรับใช้ในชีวิตของตัวเองได้

2. ปรับกรอบการเงินใหม่

เช็กแผนการเงินของตัวเองในตอนนี้ว่า เข้มงวดเกินไปจนอึดอัด หรือหละหลวมเกินไปหรือเปล่า และลองปรับแก้ให้เป็นแผนที่ยืดหยุ่น แต่รอบคอบมากขึ้นเพื่อให้เราสบายใจได้

3. หาความรู้เรื่องการเงินเพิ่ม

การพัฒนาความรู้เรื่องการเงิน เช่น การฟังพอดแคสต์ หรืออ่านหนังสือ จะช่วยให้เราสามารถเข้าใจสถานการณ์เศรษฐกิจและมองเห็นช่องทางในการสร้างโอกาสให้การเงินของเรามากขึ้น

4. หาที่ปรึกษาเพื่อเยียวยาจิตใจ

ภาวะ Money Dysmorphia อาจนำไปสู่ความเครียดในชีวิตของเราได้ ดังนั้นหากรู้สึกกังวลมากเกินไปหรือนอนไม่หลับเพราะคิดแต่เรื่องเงินอาจต้องพูดคุยกับเพื่อน ครอบครัว หรือนักบำบัดเพื่อให้สภาพจิตใจของเราฟื้นตัวและเอาชนะความเครียดได้

เพราะสุดท้ายแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือเราต้องย้ำเตือนตัวเองอยู่เสมอว่าเป้าหมายของการมีสุขภาพการเงินที่ดี ไม่ใช่การมีตัวเลขในบัญชีให้สูงที่สุด แต่คือการมี ‘อิสระ’ ที่จะใช้ชีวิตได้อย่างสมดุล มีความสุข และไม่ย้อนกลับมาทำร้ายสุขภาพกาย - ใจของเราในภายหลัง

ที่มา: Jenius Bank, ธนาคารออมสิน

อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ “การเงินดีชีวิตดี” ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : "Money Dysmorphia" ภาวะของคนที่เก็บเงินจนเครียด จะใช้จ่ายก็รู้สึกผิด - มีเท่าไหร่ก็ไม่พอ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...