โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

เตือนภัยดวงตา! ราชวิทยาลัยจักษุแพทย์ฯ เผย 6 ภาวะฉุกเฉิน

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 13 ก.ย 2568 เวลา 05.34 น. • เผยแพร่ 13 ก.ย 2568 เวลา 03.59 น.

ราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย เผยแพร่สุขภาพตา เรื่อง 6 ภาวะฉุกเฉินทางตาจากอุบัติเหตุ ซึ่งเป็นความรู้โดยทั่วไป ไม่สามารถใช้อ้างอิงในการรักษาเฉพาะบุคคลได้ทั้งหมด ควรปรึกษาจักษแพทย์ที่ดูแล

1.ลูกตาแตก หรือ สิ่งแปลกปลอมทะลุเข้าไปในลูกตา โดยปัจจัยที่ส่งผลต่อพยากรณ์ของโรค คือ ความรุนแรงของการบาดเจ็บ แผลลึกหรือยาว แผลบริเวณส่วนหลังของลูกตา มีพยากรณ์โรคแย่

  • ระดับการมองเห็นขณะมาถึงโรงพยาบาล หากมองเห็นเพียงแสงหรือตำกว่ามักมีพยากรณ์โรคไม่ดี หากยังเห็นนิ้วหรือมองเห็นชัดบางส่วน โอกาสฟื้น ตัวของการมองเห็นมีมากกว่า
  • มีสิ่งแปลกปลอมภายในลูกตาหรือไม่ วัสดุโลหะสะอาด มักก่อให้เกิดการอักเสบได้น้อย วัสดุอินทรีย์ มีโอกาสติดเชื้อและอักเสบสูง
  • ระยะเวลาที่ได้รับการผ่าตัดซ่อมแซม การซ่อมลูกตาเร็ว (ภายใน 12-24 ชม.) ลดความเสียงของภาวะแทรกซ้อน และเพิ่มโอกาสในการมองเห็น
  • ภาวะแทรกซ้อน การติดเชื้อภายในลูกตาเป็นภาวะแทรกช้อนที่รุนแรงและพยากรณ์แย่ จอตาหลุดลอก พบได้บ่อยและมีผลต่อการฟื้นตัว ลูกตาฝ่ออาจเกิดในระยะยาวหากเนื้อเยื่อตาถูกทำลายมาก

การดูแลหลังการผ่าตัด การให้ยาปฏิชีวนะให้ครอบคลุมเชื้อ และเฝ้าระวังภาวะติดเชื้อ การผ่าตัดแก้ไขเพิ่มเติม เช่น vitrectomy มีผลต่อผลลัพธ์ระยะยาว

สิ่งที่ควรทำเมื่อสงสัยว่าลูกตาแตกหรือมีสิ่งแปลกปลอมทะลุเข้าไปในลูกตา ห้ามกดหรือขยี้ตาโดยเด็ดขาด เพราะอาจทำให้ความเสียหายรุนแรงขึ้น ปิดตาด้วยที่ครอบตา หรือแก้วพลาสติกสะอาด โดยไม่ให้กดทับลูกตา อย่าพยายามดึงแปลกปลลอมออกเอง เพราะอาจทำให้เลือดออกหรือเนื้อเยื่อลูกตาหลุดออกมามากขึ้น หลีกเลี่ยงการไอ จาม หรือเบ่งแรง เพราะอาจทำให้ความต้นในลูกตาเพิ่มขึ้มขึ้น รีบไปโรงพยาบาลทันที เพื่อให้จักษุแพทย์ทำการตรวจและให้การรักษาโดยเร็วที่สุด

อาการที่พบได้ในกรณีลูกตาแตก

  • การมองเห็นลดลงอย่างเฉียบพลัน
  • มีแผลเปิดที่ลูกตา อาจเห็นเนื้อเยื่อภายในลูกตาโผล่อกมา
  • รูม่านตารูปผิดปกติ, รูม่านตาอาจผิดรูปหรือเอียงไปทางด้านที่มีแผล
  • เยื่อบุตาขาวบวม และมีเลือดออกมากผิดปกติ
  • เห็นเนื้อเยื่อภายในลูกตาหลุดออกมาทางแผล (เช่น ม่านตาหรือวันตา)
  • มีเลือดออกในช่องหน้าลูกตา หรือ ในวุ้นตา
  • ความดันลูกตาต่ำลง ซึ่งจะพบจากการตรวจโดยจักษุแพทย์

อาการที่สงสัยว่ามีสิ่งแปลกปลอมทะลุเข้าไปในลูกตา

  • มีบาดแผลที่กระจกตาหรือเยือบุตา โดยเฉพาะถ้ามีขนาดเล็กแต่ลึก
  • มีจุดเล็กๆ บนกระจกตา ที่ดูเหมือนเป็นรอยทะลุ
  • รูม่านตาไม่เป็นวงกลม อาจมีรู้รั่วจากม่านตา
  • พบสิ่งแปลกปลอมในช่องหน้าลูกตาหรือวุ้นตา
  • มีแผลเข้าแต่ไม่มีแผลออก ซึ่งเป็นลักษณะของสิ่งแปลกปลอมฝังอยู่ในลูกตา

2.สารเคมีเข้าตา (Chemical Burn)

วิธีการรักษาในโรงพยาบาล ให้ยาป้องกันการติดเชื้อและลดอักเสบ: ยาปฏิชีวนะหยอดตา, ยาขยายม่านตาเพื่อบรรเทาอาการปวด, และยาสเตียรอยด์หยอดตา (ในบางกรณี) ,การลดความต้นลูกตา ด้วยการใช้ยา Acetazolamide หรือ Timolol ,ติดตามอาการภายใน 48-72 ชั่วโมง และกรณีที่เป็นรุนแรง อาจต้องมีการผ่าตัดร่วมด้วย เช่น เย็บปิดเปลือกตา, การนำเยื่อหุ้มรกมาแปะแผลเพื่อลดการอักเสบ การปลูกถ่ายกระจกตา (ในกรณีที่เกิดแผลเป็นรุนแรง)

3.ภาวะเลือดออกหลังลูกตาจากอุบัติเหตุ

เกิดจากการกระแทกบริเวณรอบตาอย่างรนแรง เช่น โดนของแข็งกระแทกใบหน้า หรือหลังการผ่าตัดตาบางประเภท ส่งผลให้มีเลือดสะสมหลังลูกตาภายในเบ้าตา ทำให้ความดันในเป้าตาสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

อาการที่สามารถพบได้

  • ตาโปนเฉียบพลัน
  • ปวดตาอย่างรุนแรง
  • ตามัวหรือมองไม่เห็นทันที
  • ตาขยับไม่ได้
  • รูม่านตาขยาย ไม่ตอบสนองต่อแสง

วิธีดูแลรักษาเบื้องต้น ห้ามกดหรือนวดตา ประคบเย็นเบาๆ รอบดวงตา โดยที่ห้ามกดลงน้ำหนัก นอนศีรษะสูง รีบนำส่งโรงพยาบาลทันที ภายใน 60-90 นาทีแรก ซึ่งมีความสำคัญต่อการรักษามาก

4.ท่อทางเดินน้ำตาฉีกขาด

เกิดจากของมีคมบาดบริเวณหัวตา เช่น โดนเล็บช่วน, โดนสัตว์เลียงกัด, หรือล้มกระแทกมุมโต๊ะส่งผลให้ท่อทางเดินน้ำตาที่ช่วยระบายน้ำตาสู่จมูกเกิดการฉีกขาด

วิธีดูแลรักษาเบื้องต้น ล้างแผลด้วยน้ำสะอาด หรือน้ำเกลือใช้ผ้าสะอาดซับเบาๆ หลีกเลี่ยงการขยี้หรือถูรอบดวงตา และรีบพบจักษุแพทย์ภายใน 24-48 ชั่วโมง

อาการที่สามารถพบได้

  • แผลที่หัวตา (มุมด้านในของตา)
  • น้ำตาไหลไม่หยุด แม้ไม่มีอารมณ์เศร้า
  • ตาบวมแดง เจ็บบริเวณแผล
  • ถ้าไม่ได้ซ่อมท่อ อาจมีน้ำตาไหลเรื้อรังตลอดชีวิต

5.เส้นประสาทตาได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ

เกิดจากอุบัติเหตุที่ศีรษะหรือหน้าผาก เช่น รถล้ม, ลื่นล้ม, ตกจากที่สูง, หรือโดนของแข็งกระแทกแรงๆทำให้เส้นประสาทตา ซึ่งทำหน้าที่ส่งภาพไปยังสมอง ได้รับการกระทบกระเทือน

อาการที่สามารถพบได้

  • มองไม่เห็น/มองเห็นลดลงทันทีหลังอุบัติเหตุ
  • เห็นภาพมัว ดำ เงา หรือมีจุดบอด
  • รูม่านตาตอบสนองแสงน้อยลง
  • อาจมีอาการปวดรอบตา

วิธีดูแลรักษาเบื้องต้น หลีกเลี่ยงการเคลื่อนไหวศีรษะมากเกินไป รีบนำส่งโรงพยาบาลใหญ่ที่มีจักษุแพทย์และ เครื่อง CT/MRI

6.กระดูกฐานเบ้าตาร้าวจากอุบัติเหตุ

พบในผู้ที่ได้รับแรงกระแทกบริเวณลูกตา เช่น โดนหมัด, ลูกบอล, กระแทกประตู ทำให้กระดูกบางๆ ใต้ลูกตาแตก ทำให้ตา "ยุบลง" หรือ "กล้ามเนื้อตาถูกหนีบ"

วิธีดูแลรักษาเบื้องต้น หลีกเลี่ยงการสั่งน้ำมูกแรง ๆ ประคบเย็นเบา ๆ รอบตา ห้ามนวดหรือกดบริเวณเบ้าตา นอนศีรษะสูง และพบแพทย์เพื่อทำ CT scan

อาการที่สามารถพบได้

  • ตาบวม ฟกช้ำรอบตา ตาลึกลงกว่าข้างตรงข้าม
  • มองเห็นภาพซ้อน โดยเฉพาะเวลาเงยหน้าหรือมองขึ้น
  • เคลื่อนไหวลูกตาได้ไม่เต็มที่, รู้สึกชาใต้ตาหรือบริเวณแก้ม
  • ในเด็ก อาจมีอาการคลื่นไส้, อาเจียน ร่วมด้วย

เมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์?

  • อุบัติเหตุที่เกี่ยวกับดวงตาไม่ควรมองข้าม แม้จะดูเป็นแผลเล็ก ๆ หรือไม่มีเลือดออกชัดเจน
  • หากคุณมีอาการต่อไปนี้ หลังอุบัติเหตุเกี่ยวกับดวงตา
  • มองไม่เห็น/เห็นลดลง เห็นภาพซ้อน
  • ปวดตารุนแรง เคลื่อนไหวลูกตาไม่ได้
  • น้ำตาไหลไม่หยุด ตาโปน ตาบวม ตาลึก
  • ให้รีบพบจักษุแพทย์ทันที เพื่อป้องกันการสูญเสียการมองเห็นอย่างถางถาวร
  • การดูแลอย่างทันท่วงที่ช่วยลดโอกาสตาบอดถาวรได้อย่างมาก
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...