โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ปลัดดีอี แจงชัด “ระงับเส้นทางเงิน” ไม่ใช่อายัดบัญชี เปิดช่องทางช่วยปลดล็อก

การเงินธนาคาร

อัพเดต 14 ก.ย 2568 เวลา 13.59 น. • เผยแพร่ 14 ก.ย 2568 เวลา 06.59 น.

ปลัดดีอี ยืนยันเป็นการ ระงับเส้นทางการเงิน ไม่ใช่การอายัด พร้อมตั้งศูนย์ AOC 1441 ต่อ 2 รับแจ้งปลดล็อกให้ผู้บริสุทธิ์ ย้ำต้องแยกพวกเนียนแอบอ้าง ตำรวจไซเบอร์เผยมิจฉาชีพปรับวิธีนำเงินออก ใช้ซื้อสินค้ากับร้านค้าก่อนไปแปลงเป็นเงิน หรือ ทำทีเป็นโอนผิดบัญชี

14 ก.ย. 2568 ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยกรณีมีประชาชนเดือดร้อนจากการอายัดบัญชีจำนวนมากนั้น ขอชี้แจงว่าไม่ใช่การอายัดบัญชีแต่เป็นการระงับเส้นทางเงิน โดยตามพระราชกำหนด มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีฯ (พ.ร.ก. ภัยไซเบอร์) มาตรตรา 7 มีกลไกที่จะช่วยผู้บริสุทธิ์ที่ถูกหลอกจะต้องมีการติดตามเส้นทางเงินเพื่อเอาเม็ดเงินคืนผู้เสียหาย ซึ่งหากสืบทราบว่าเม็ดเงินจากผู้เสียหายไปอยู่ที่ไหนจะมีการระงับเงินตามจำนวนไม่ใช่การอายัดบัญชี เพื่อให้หน่วยงานต่างๆดึงเงินกลับมาคืนผู้เสียหายได้

ทั้งนี้ บัญชีที่เข้าข่ายจะถูกล็อคเงินตามจำนวนแต่ทำให้บัญชีที่เคลื่อนไหวมีวงเงินลดลงหรือใช้ไม่ได้ ซึ่งได้ชี้แจงผ่านสมาคมธนาคารไทยไปแล้วที่อาจจะไปใช้คำว่าอายัด แต่ย้ำว่าคำว่าอายัดจะใช้ในกรณีเดียวคือ ตำรวจออกหมายอายัดที่จะใช้งานไม่ได้ แต่ส่วนใหญ่กรณีนี้ยังใช้ได้อยู่ เว้นแต่ใช้วงเงินต้องสงสัยไม่ได้ เพื่อดำเนินตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป

ในการหารือกันในวันนี้ ตามพ.ร.ก.ภัยไซเบอร์ให้อำนาจศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ศปอท.)เพิกถอนการระงับได้ จึงตั้งศูนย์ AOC 1441 ต่อ 2 เพื่อรับแจ้งถอนการระงับให้ผู้บริสุทธิ์ได้ทันที โดยมีภาคธนาคาร ตำรวจ มาร่วมกับตรวจสอบเส้นทางการเงิน ก่อนจะปลดการระงับ โดยจะดูทั้งที่มาของเงิน จำนวนวงเงินที่เหมาะสมกับการใช้งานปกติ และต้องไม่มีหมายอายัด

“กลไกระงับธุรกรรมใช้มาหลายปีแล้วไม่ใช่เพิ่งเริ่มใช้ และมีช่องทางเปิดให้โทรเข้ามาเพื่อปลดล็อก โดยให้เจ้าของบัญชีต้องแสดงตัว แต่การจะเพิกถอนการระงับต้องแยกผู้บริสุทธิ์ออกจากมิจฉาชีพที่แอบอ้างเพื่อขอให้เพิกถอนการระงับด้วย ซึ่งที่ผ่านมาพบว่าบางรายที่แจ้งเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับเส้นทางการเงินน่าสงสัยจริง ซึ่งก็ดำเนินการแล้วและปลดล็อคให้แล้วหากพิสูจน์ได้จริง”

ตำรวจไซเบอร์เผยมิจฉาชีพปรับวิธีนำเงินออก

ด้านพลตำรวจโท ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผู้บัญชาการกองบัญชาการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทาง เทคโนโลยี (ผบช.สอท.) เผยว่า มาตรการป้องกันอาชญากรรมออนไลน์ กำหนดระงับบัญชีต้องสงสัยชั่วคราวเพื่อตรวจสอบโดยใช้แนวทางนี้มาระยะหนึ่งแล้ว ซึ่งสามารถช่วยปิดกั้นเงินผิดกฎหมายได้ ต้องยอมรับว่าหลังจากที่มีมาตรการดังกล่าวทำให้คนร้ายนั้นปรับเปลี่ยนรูปแบบวิธีการเพื่อนำเงินที่หลอกลวงพี่น้องประชาชนออกจากระบบ จากเดิมจะให้ผู้เสียหายโอนเงินเข้าบัญชีม้าก่อนนำบัญชีม้ากระจายไปยังบัญชีทั้งแถวสองแถวสามและไปซื้อเงินสกุลดิจิทัล

แต่ปัจจุบันพบว่าแทนที่จะซื้อคริปโตหรือสกุลเงินดิจิทัลกับโอนซื้อสินค้ากับทางร้านค้าโดยตรง และให้ร้านค้าส่งสินค้าไปยังจุดที่คนร้ายได้เตรียมไว้ก่อนนำสินค้าไปเล่นแร่แปรธาตุเป็นเงิน ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งในการฟอกเงิน และเริ่มกระจายมายังกลุ่มร้านค้ารายย่อย หรือแม้อย่างกรณีล่าสุดที่คนร้ายปรับวิธีการนำเงินออก คือจะโอนเงินเข้าบัญชีของเด็กและเยาวชนเป็นเงิน 1 แสนบาท จากนั้นจะโทรศัพท์ไปหาเด็กซึ่งเป็นเจ้าของบัญชี พร้อมบอกว่าโอนผิดให้โอนเงินกลับไปยังบัญชีม้าที่เตรียมไว้ ซึ่งนั่นก็ทำให้บัญชีของเด็กคนดังกล่าวก็ถูกอายัดไปด้วยปัจจุบันทางตำรวจได้มีการปลดอายัดบัญชีของเด็กเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนไปแล้ว

อย่างไรก็ตามกรณีที่เกิดขึ้นอยากให้พี่น้องประชาชนเข้าใจว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจและสถาบันการเงินดำเนินการตามมาตรการเพื่อระงับยับยั้งไม่ให้เงินของสุจริตชนตกไปถึงมือของคนร้าย

“จากความกังวลของพี่น้องประชาชนที่เกิดขึ้น ทาง บช.สอท.ไม่นิ่งนอนใจได้หารือกับสถาบันการเงินและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นที่เรียบร้อย และเห็นชอบร่วมกันเบื้องต้นว่าจะเร่งปรับแนวทางการอายัดบัญชีและกระบวนการปลดอายัดเพื่อบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชนสุจริตโดยเร็ว”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...