โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘เดอะสาน’ มาสคอตซีเกมส์ตัวใหม่ กับคำถาม ‘ชาตินิยม’ มากไปหรือไม่ หลังเปลี่ยนมาใช้สีธงชาติไทย

The Momentum

อัพเดต 07 ต.ค. 2568 เวลา 13.22 น. • เผยแพร่ 07 ต.ค. 2568 เวลา 06.22 น. • THE MOMENTUM

อีกราว 2 เดือนข้างหน้าประเทศไทยจะรับบทบาทเป็น ‘เจ้าภาพ’ การแข่งขันกีฬาซีเกมส์ (SEA Games) ครั้งที่ 33 อย่างเป็นทางการ โดยมีประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เข้าร่วมการแข่งขันทั้งหมด 11 ประเทศ ได้แก่ ไทย เมียนมา ลาว กัมพูชา เวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย บรูไน และติมอร์-เลสเต

หากย้อนกลับไปที่ ‘จุดเริ่มต้น’ ของการแข่งขันซีเกมส์ จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นเมื่อปี 1958 ที่ หลวงสุขุมนัยประดิษฐ (ประดิษฐ์ สุขุม) ผู้ก่อตั้งองค์การส่งเสริมกีฬาแห่งประเทศไทย (หรือการกีฬาแห่งประเทศไทยในปัจจุบัน) มีดำริให้จัดการแข่งขันระดับภูมิภาคนี้ขึ้นมา เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคเดียวกัน อีกทั้งยังเป็นการเปิดพื้นที่ให้เหล่านักกีฬาได้ฝึกซ้อมทักษะก่อนเข้าสู่การแข่งขันระดับทวีปหรือระดับโลก อย่างการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์และโอลิมปิก

และทุกครั้งที่มีการจัดการแข่งขันมหกรรมกีฬา สิ่งที่มักจะตามมากันก็คือ ‘มาสคอต’ (Mascot) คาแรกเตอร์สุดน่ารักที่แต่ละประเทศผู้เป็นเจ้าภาพจะออกแบบและคิดค้นเพื่อสื่อสารเรื่องราวอุดมการณ์ ชุดความคิด หรือแม้กระทั่งประวัติศาสตร์ที่อยู่เบื้องหลังการออกแบบนั้นๆ

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนอย่างกรณีโอลิมปิกฤดูร้อน 2020 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่นเลือก ‘มิไรโทวะ’ (Miraitowa) 2 หุ่นยนต์ที่ได้รับการโหวตเลือกโดย ‘เด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษา’ ทั่วประเทศญี่ปุ่น เป็นการสะท้อนภาพประเทศที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและให้ความสำคัญกับเยาวชนรุ่นใหม่ เพราะอย่างที่รู้กันดีว่า ปัจจุบันประเทศญี่ปุ่นกำลังประสบปัญหาสังคมผู้สูงอายุ (Aged Society) อย่างรุนแรง

กลับมาที่ประเทศไทย มาสคอตของการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ประจำปี 2025 ได้ ธีรนพ หวังศิลปคุณ และหรรษวรรษ คล้ายจินดา มาเป็นผู้ออกแบบ ‘เดอะสาน’ (The Sans) คาแรกเตอร์ตัวละครรูปทรงเรขาคณิตที่มีชีวิตทั้ง 7 สี (ตามสีประจำวันของไทย)

การออกแบบของ ‘เดอะสาน’ โครงการได้เริ่มขึ้นจากหน่วยงาน THACCA ที่ร่วมมือกับการกีฬาแห่งประเทศไทย ในสมัยรัฐบาลเพื่อไทย โดยการออกแบบมาในแนวคิด ‘Play by the Rules’ ทั้งนี้สีสันและรูปร่างของมาสคอตสะท้อนความหลากหลายทางสรีระของนักกีฬา รวมถึงสะท้อนอัตลักษณ์ ความเป็นปัจเจกของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ทว่าหลังการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ‘รัฐบาลเพื่อไทย’ มาสู่ ‘รัฐบาลภูมิใจไทย’ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาภายใต้การนำของ อรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีคนใหม่ ได้ตัดสินใจเปลี่ยนแปลง ‘สี’ ของมาสคอตจากเดิมที่ใช้สีทั้ง 7 อย่างเหลือง ชมพู เขียว ส้ม น้ำเงิน ม่วง และแดง มาใช้สีของ ‘ธงชาติไทย’

โดย ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เป็นไปตามแนวทางของอรรถกร ที่ต้องการให้มาสคอตถูกจดจำได้ง่าย เข้าถึงได้ง่าย และสามารถสะท้อนความเป็นไทยได้อย่างแท้จริง

ทั้งนี้เดอะสานในเวอร์ชันทั้ง 7 สี จะไม่ได้หายไปจากมหกรรมกีฬาครั้งนี้ เพราะสินค้า Merchandise ของงานจะยังคงใช้ 7 ตัว 7 สีเช่นเดิม เพื่อสร้างความประทับใจให้แก่ผู้ชมการแข่งขันกีฬา ขณะที่เดอะสานเวอร์ชันธงชาติไทยจะถูกใช้ในแบบทางการในพิธีมอบเหรียญรางวัล และกิจกรรมหลักของการแข่งขัน

อย่างไรก็ตามภายหลังการเปลี่ยนแปลงสีของมาสคอต เดอะสานเวอร์ชันธงชาติไทยก็ได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์อยู่น้อยว่า ‘ไม่ทันสมัย’ และ ‘ชาตินิยม’ มากเกินไป เพราะการแข่งขันครั้งนี้ไม่ได้เป็นการแข่งขันที่จัดเฉพาะประเทศไทย แต่เป็นการแข่งขันที่มีเพื่อนร่วมภูมิภาคกว่า 10 ประเทศเข้าร่วมด้วย

ขณะเดียวกันหากย้อนดูคาแรกเตอร์มาสคอตของการแข่งขันซีเกมส์ทั้งหมด การออกแบบมาสคอตในครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่มีการนำเสนอสีของธงชาติอย่างชัดเจนมากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา

นอกจากนั้นย้อนกลับไปที่การออกแบบมาสคอตของไทยในการแข่งขันซีเกมส์ 2 ในปี 2007 ที่จัดขึ้นที่จังหวัดนครราชสีมาได้ใช้แมวสีสวาดเป่าแคนมานำเสนอ ขณะที่ปี 1995 ที่จัดขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่ได้ใช้แมวสวัสดีถือร่มบ่อสร้างมานำเสนอ จนได้รับคำชื่นชมได้เป็นอย่างมาก เพราะคาแรกเตอร์สามารถสะท้อนเรื่องราวของเมืองเจ้าภาพได้เป็นอย่างดี

ทั้งนี้หากมองข้ามในเรื่องนี้ไป สาระสำคัญของการจัดการแข่งขันมหกรรมกีฬาในภูมิภาคยังคงเป็นเรื่องที่ต้องให้สำคัญอยู่ เช่น ความปลอดภัยของนักกีฬาและผู้ชม การแข่งขันที่เป็นธรรม การอำนวยความสะดวกที่ดี เพื่อให้การแข่งขันครั้งนี้สามารถกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศเพื่อนบ้านได้อย่างแท้จริง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...