โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

SAMART เผยครึ่งปี 68 กำไรทะลุ 215 ล้านบาท มั่นใจปีนี้ธุรกิจเติบโต

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 14 ส.ค. 2568 เวลา 04.13 น. • เผยแพร่ 14 ส.ค. 2568 เวลา 11.04 น.

นายวัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ รองประธานกรรมการบริหาร ฝ่ายกลยุทธ์องค์กรและพัฒนาธุรกิจใหม่ บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAMART เปิดเผย ผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2568 ว่า มีรายได้รวมอยู่ที่ 2,401 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 297 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 14 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน และ มีกำไร อยู่ที่ 160 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 343 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 187 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนบริษัทฯมีการรับรู้ผลขาดทุนจากการประมาณการหนี้สินระยะยาว จากกรณีข้อพิพาทกับคณะกรรมการจัดการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 13 และการกีฬาแห่งประเทศไทย จำนวน 283 ล้านบาท ประกอบกับการที่ภาครัฐเร่งขยายการลงทุนขนาดใหญ่ภายในประเทศ บวกกับบริษัทมีการบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ภาพรวมบริษัทฯ มีผลกำไรจากการดำเนินงานที่ดีขึ้น

รวมรายได้ครึ่งปีแรก 5,298 ล้านบาท และมีกำไรสูงถึง 215 ล้านบาท หรือเติบโตมากถึงกว่า 267 เปอร์เซ็นต์ ปัจจุบันกลุ่มสามารถมีงานในมือทะลุ 1.56 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะรับรู้รายได้ต่อเนื่องไปอีกประมาณ 5 ปี หรือถึงปี 2572

โดยสรุปผลการดำเนินงานของแต่ละสายธุรกิจในไตรมาส 2 ประจำปี 2568 ประกอบด้วย

สายธุรกิจ Digital ICT Solutions หรือ “SAMTEL” มีการลงนามสัญญาโครงการกับหน่วยงานต่าง ๆ อาทิ โครงการกับการนิคมอุตสาหกรรม การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กรมที่ดิน เป็นต้น โดยมีรายได้รวม 1,005 ล้านบาท และกำไรสุทธิที่ 33 ล้านบาท ทำให้มีกำไรสุทธิรวมครึ่งปีแรกที่ 86 ล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนกว่า 220 % รวมครึ่งปีแรกคว้างานไปได้มากกว่า 5 พันล้านบาท ตุน backlog ในมือแล้วกว่า 8,500 ล้านบาท ส่วนครึ่งปีหลัง SAMTEL เตรียมเข้าประมูลงานใหญ่อื่นของทั้งภาครัฐ และเอกชน รวมมูลค่าราว 2.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะทำให้มีรายได้แบบ recurring income เพิ่มขึ้น

วัฒน์ชัย วิไลลักษณ์

สายธุรกิจ Utilities and Transportations

มีรายได้รวม 1,262 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 13 ล้านบาทหรือคิดเป็นร้อยละ 1 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยบริษัท สามารถ เอวิเอชั่น โซลูชั่นส์ จำกัด (มหาชน) (SAV) ธุรกิจด้านการให้บริการจัดการการจราจรทางอากาศที่ประเทศกัมพูชามีรายได้เพิ่มขึ้น 37 ล้านบาท มีจำนวนเที่ยวบินอยู่ที่ 30,292 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนจำนวน 5,614 เที่ยวบินหรือคิดเป็นร้อยละ 23 ในขณะที่ลดลง จากไตรมาสก่อนจำนวน 527 เที่ยวบินหรือคิดเป็นร้อยละ 2 แม้จำนวนเที่ยวบินลดลงตามฤดูกาล แต่ปริมาณการบินผ่านน่านฟ้ายังมีแนวโน้มที่เพิ่มสูงขึ้น เป็นผลมาจากการขยายตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในเวียดนามและมาเลเซีย ซึ่งส่งผลดีต่อรายได้บริการที่เกี่ยวข้องกับการบินข้ามน่านฟ้า รวมถึงสายการบินรุ่นลี่แอร์ไลน์สของจีน ได้กลับมาให้บริการหลังจากระงับบริการหลายปี ซึ่งน่าจะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวและนักลงทุนชาวจีนเข้ามามากขึ้น ส่วนครึ่งปีหลังจะได้ผลบวกจากการเปิดสนามบินแห่งชาติใหม่ “เตโช” ที่สามารถรองรับผู้โดยสารได้ 13 ล้านคน ต่อปี ด้านสถานการณ์ความไม่สงบในเขตชายแดน บริษัทยังสามารถดำเนินงานได้ตามปกติ เนื่องจากธุรกิจการบิน มีความจำเป็นเชิงโครงสร้างต่อระบบการบินของประเทศ ทั้งในแง่ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน การใช้บุคลากรท้องถิ่นที่มีสัดส่วนสูงถึง 99%

ส่วนธุรกิจก่อสร้างโครงการสายส่งสถานีไฟฟ้าแรงสูงแบบครบวงจรภายใต้ บริษัท เทด้า จำกัด ก็ยังสามารถขยายธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง มีรายได้รวม 477 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 45 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 10 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ล่าสุดได้งานก่อสร้างโครงการสายส่งสถานีไฟฟ้าแรงสูง และงานก่อสร้างสถานีย่อย มูลค่ารวมกว่า 1,800 ล้านบาท รวมทั้งจากโครงการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการการเก็บภาษีสรรพสามิตด้วย ส่งผลให้สายธุรกิจนี้มีมูลค่างานในมืออยู่ที่ 6,372 ล้านบาท

สายธุรกิจ Digital Communications หรือ “SDC” มีรายได้รวมกว่า 141 ล้านบาท และมีกำไร 15 ล้านบาท

“ปีนี้รายได้เรามีโอกาสแตะ 1.2-1.3 หมื่นล้านบาท โดยช่วงไตรมาสแรก เรามีรายได้ไปแล้วราว 2,897 ล้านบาท ไตรมาส 2 มีรายได้อีก 2,401 ล้านบาท ในช่วงครึ่งปีที่เหลือ มองว่าทุกกลุ่มธุรกิจจะมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และมีการรับรู้รายได้ 6,000 - 7,000 ล้านบาทได้ไม่ยาก จากงานในมือที่เพิ่มสูงขึ้น รวมทั้งมีโอกาสได้รับโครงการใหม่ๆ เข้ามาเพิ่มเติม ซึ่งเราประเมินว่าภาครัฐจะออกโนบายกระตุ้นเศรษฐกิจอีกมากในช่วงหลังจากนี้” นายวัฒน์ชัย กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...