AIS ดันเอไอขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ฝากรัฐวาง 3 รากฐาน-แข่งนานาชาติ
“สมชัย” ซีอีโอ AIS ขึ้นเวที “PRACHACHAT ESG FORUM 2025 : the TURNING POINT #ตีแตก sustainability” เปิดวิสัยทัศน์ AI นำไปสู่การปฏิวัติอุตสาหกรรมยุคที่ 4 เทคโนโลยีจะทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป ธุรกิจที่อยู่ได้ต้องปรับตัวดีที่สุด เสนอประเทศจะเปลี่ยนได้การเมืองต้องมั่นคง สังคมเป็นธรรม เศรษฐกิจต้องเปลี่ยนแปลงตามโลกใหม่แบบเดิมสู้ไม่ได้ เชื่อ AI พลิกโอกาสประเทศไทย
ประชาชาติ ESG FORUM 2025
หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ จัดงานสัมมนา “PRACHACHAT ESG FORUM 2025 : the TURNING POINT #ตีแตก sustainability” โดยเชิญนักธุรกิจและผู้เชี่ยวชาญด้านต่าง ๆ มาขึ้นเวทีจำนวนมาก นำเสนอโมเดล E-S-G ที่เป็นเมกะเทรนด์เปลี่ยนโลก พร้อมเบื้องหลังทุกแนวคิด การออกแบบวิธีการทำงาน ประสบการณ์ รวมถึงกรณีศึกษาแต่ละธุรกิจที่ไม่ซ้ำแบบกัน และหนึ่งในตัวเปลี่ยนเกมสำคัญของโลกยุคดิจิทัล ก็คือ AI (ปัญญาประดิษฐ์) ที่กำลังเข้ามาคุกคามในหลาย ๆ ธุรกิจหลายอาชีพ
มีวิทยากรมากความรู้ ความสามารถขึ้นบนเวทีหลายท่าน อาทิ สมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส), สายชล ทรัพย์มากอุดม หัวหน้าหน่วยธุรกิจสื่อสารองค์กรและรัฐกิจสัมพันธ์ เอไอเอส, รศ.ดร.พญ.โสฬพัทธ์ เหมรัญช์โรจน์ รองคณบดีนวัตกรรมแนวบูรณาการและเทคโนโลยีดิจิทัล ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ และ ดร.กฤษดา กฤตยากีรณ CEO & Cofounder MuvMi
ปฐมา จันทรักษ์ กรรมการผู้จัดการ เอคเซนเชอร์ ประเทศไทย, ขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย, อุทัย อุทัยแสงสุข กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน), ทวิโรจน์ ทรงกำพล ประธานเจ้าหน้าที่สายกลยุทธ์องค์กร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน), ปราโมทย์ เดชะบุญศิริพานิชิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ปุริ จำกัด เจ้าของแบรนด์ ปัญญ์ปุริ (PANPURI), ตัน ภาสกรนทีิ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
โดยมี นายปราปต์ บุนปาน กรรมการผู้จัดการ บมจ.มติชน, นายวรศักดิ์ ประยูรศุข บรรณาธิการ ประชาชาติธุรกิจ รวมทั้งผู้บริหารของ บมจ.มติชน ข่าวสด และกอง บก.ประชาชาติธุรกิจ ต้อนรับ ณ แกรนด์ฮอลล์ ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก (เพลินจิต)
“สมชัย” บรรยายพิเศษหัวข้อ AI
นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (AIS) บรรยายพิเศษในหัวข้อ AI for Sustainability Nation โดยเน้นย้ำการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญของพฤติกรรมและวิธีคิดของผู้คนในยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งต่อไป คือ ยุค AI Transformation ซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้สร้างความกังวลในเรื่องของ “คน” มากที่สุด ในขณะเดียวกัน ยังได้เปิดเผยถึง “พิมพ์เขียว” ของ AIS ในการทำ AI Transfomation ที่ “สมชัย” เรียกว่า “โต๊ะหลายขา” ซึ่งเน้นย้ำว่าไม่จำเป็นต้องคิดพัฒนาเอไอให้ยิ่งใหญ่ แต่ให้ “ชนะ” ในโลกยุคต่อไป
นายสมชัยกล่าวว่า ความน่ากังวลที่เกิดขึ้นหลังปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) เข้ามาเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมคน เอไอในปัจจุบันไม่ใช่เป็นเพียงการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี แต่คือบททดสอบทางเศรษฐกิจและสังคมครั้งใหญ่ ซึ่งสร้างความกังวลแก่ผู้คนจำนวนมาก ด้วยข่าวการเลิกจ้างพนักงานในบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อย่าง Microsoft และ Google
แม้กระทั่งในประเทศไทยเองที่ธนาคารกสิกรไทยก็ออกมาเสนอให้เกษียณตอน 45 ปี อีกทั้งรายงานของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ที่คาดการณ์ว่า AI อาจเข้ามาทดแทนตำแหน่งงานเดิมได้สูงถึง 40% อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่น่าเป็นห่วงยิ่งกว่าในมุมมองของ AIS คือ “ความเหลื่อมล้ำของคนที่ใช้เอไอเป็นกับใช้เอไอไม่เป็น”
AI ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
นายสมชัยอธิบายว่า การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมในแต่ละครั้งมีการเปลี่ยนเจ้าโลกปฏิวัติอุตสาหกรรม ครั้งที่ 1 ขับเคลื่อนด้วยเครื่องจักรไอน้ำ และโรงงาน ผู้ชนะคือผู้ที่มีโรงงานอุตสาหกรรมที่ดีที่สุด เช่น ชาติต่าง ๆ ในยุโรป ครั้งที่ 2 ขับเคลื่อนด้วยศาสตร์การจัดการและการตลาด ผู้ชนะคือผู้ที่มีระบบบริหารจัดการองค์กรที่ดีที่สุด คือ สหรัฐอเมริกา ครั้งที่ 3 ขับเคลื่อนด้วยดิจิทัลและแพลตฟอร์ม ผู้ชนะคือผู้ที่มีแพลตฟอร์มที่ดีที่สุด เช่น Alibaba หรือ Netflix ส่วนครั้งที่ 4 เป็นที่แน่ชัดแล้วว่าขับเคลื่อนด้วยเอไอ ผู้ชนะยังไม่มีใครถูกตัดสิน ไม่มี “เจ้าโลก” ที่ชัดเจน
จำแนก AI ออกเป็น 3 ระดับ
ประธานเอไอเอส จำแนกเอไอออกเป็น 3 ระดับ ตามความซับซ้อน คือ 1.Narrow AI (AI เฉพาะทาง) เชี่ยวชาญในงานใดงานหนึ่งโดยเฉพาะ เช่น แชตบอต หรือระบบวิเคราะห์ข้อมูลการตลาด ความเสี่ยงหลัก คือ ขณะที่เรากำลังใช้ Narrow AI พวกแชตบอตต่าง ๆ กันอย่างสนุกและสบาย เป็นการฆ่าความรู้ความสามารถของมนุษย์ลง ทำให้สกิลที่เคยแข็งแกร่งกลับอ่อนด้อยลง เหมือนกับในยุคปัจจุบันที่เราไม่สามารถจดจำเบอร์โทรศัพท์ได้อีกต่อไป เพราะพึ่งพาโทรศัพท์มือถือมากเกินไป
2.Artificial General Intelligence (AGI) ที่มีความเก่งเท่ามนุษย์ สามารถทำงานได้หลากหลาย การพัฒนา AGI ก่อให้เกิดภาระด้านสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรอย่างมหาศาล เนื่องจากต้องใช้พลังงานและทรัพยากรน้ำจำนวนมากในการฝึกฝนโมเดล ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ ประเทศสิงคโปร์ ต้องสั่งระงับการสร้างดาต้าเซ็นเตอร์แห่งใหม่ เพราะกังวลว่าจะไม่มีพลังงานและน้ำเพียงพอ
และ 3.Super AI มีสติปัญญาสูงกว่ามนุษย์ อนาคตของ Super AI ยังคงเป็นที่ถกเถียงกันอย่างกว้างขวาง โดยแบ่งออกเป็นสองมุมมองที่แตกต่างกันสุดขั้ว มุมหนึ่งมองว่าจะเป็น “โลกแห่งสวรรค์” แบบยูโทเปีย ขณะที่อีกมุมกังวลว่าจะนำไปสู่สังคมแบบ “Winner-takes-all” ที่ความเหลื่อมล้ำทางชนชั้นจะถ่างกว้างออกไปอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
AI Transformation ฉบับ AIS
“สำหรับ AIS เองมีประสบการณ์จากการทำ Digital Transformation เมื่อ 10 ปีที่แล้ว เราพบว่า ‘คน สำคัญที่สุด’ ทั้งในระดับองค์กรและระดับประเทศ ทำให้คนเข้าใจและปรับใช้ดิจิทัลในการทำงาน ในชีวิตได้เร็วและมากที่สุดจะอยู่รอดและชนะ ซึ่งผมเห็นว่าต้องทำแค่ 3 อย่าง คือ การทำให้โปรดักต์และธุรกิจเป็นดิจิทัล การทำอินเตอร์เฟซที่สอดรับกันระหว่างโลกจริงและโลกดิจิทัล และสุดท้ายคือการมีโมเดลธุรกิจที่สามารถสเกลไปได้ด้วยดิจิทัล ซึ่งตอนนี้มีหลักสูตรให้อบรมมากมาย ขณะที่ AI Transformation ยังไม่มีใครรู้ว่าจะทำอย่างไร”
“AI Transformation” ที่กำลังจะเกิดและยังไม่มีใครรู้ว่ามันทำอย่างไรนี้ ผมมองว่ามีเป้าหมาย 3 อย่าง คือ เพื่อทำให้กระบวนการทำงานเร็วขึ้น แม่นยำขึ้น และลึกซึ้งขึ้น เพื่อให้องค์กรหรือบุคคลได้เปรียบและอยู่รอดได้
ชูทฤษฎี “โต๊ะหลายขา”
“ผมมี Approach ของ AIS ซึ่งไม่เคยพูดที่ไหนมาก่อน คือ ไม่ต้องฝันถึงการพัฒนาเอไอให้ยิ่งใหญ่และซับซ้อนระดับ AGI หรือ Super AI ให้เน้นการใช้ Narrow AI (AI ที่เชี่ยวชาญเฉพาะทาง) ก็พอ โดยผมเรียกว่าทฤษฎี ‘โต๊ะหลายขา’
ส่วนแรก คือ Human-in-the-Loop AI Training ให้แต่ละฝ่ายงาน เช่น การตลาด, กฎหมาย ฝึกฝน AI ด้วยข้อมูลและองค์ความรู้ของตนเอง ไม่ใช่ของ ChatGPT เพื่อสร้างเครื่องมือที่ทรงพลังให้พนักงาน เปรียบเอไอของแต่ละฝ่ายเหมือน ‘ขาโต๊ะ’ ที่แยกกัน นำไปใช้เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน แนวทางนี้มีต้นทุนต่ำ ไม่กินพลังงาน ควบคุมง่าย และมุ่งเน้นการแก้ปัญหาจริง”
ส่วนที่สอง คือ AI in the Loop of Human Work กระบวนการนี้เป็นอัตโนมัติ ซึ่งเปรียบเสมือนหน้าโต๊ะหรือท็อปโต๊ะข้างบนขาโต๊ะหลาย ๆ อัน
เช่น พนักงานขาย หรือ Call Center ใช้ AI ที่ผ่านการฝึกฝนแล้วเป็น “ผู้ช่วย” ในการทำงาน เวลาเสนอขายแพ็กเกจก็จะวิ่งไปถาม เมื่อลูกค้าร้องขอข้อมูลหรือมีพฤติกรรมบางอย่าง ระบบ AI จะสามารถวิ่งเข้าไปดูตาม “ขา” ของโต๊ะนั้น ๆ (ซึ่งอาจจะเป็นข้อมูลที่ฝ่าย Marketing เตรียม AI ไว้แล้ว หรือข้อมูลจากฝ่ายกฎหมายที่บอกข้อห้ามของโปรโมชั่น) เพื่อให้คำตอบที่รวดเร็วและแม่นยำ
“หลายองค์กรในไทยที่มีการลงทุนในเอไอไปมหาศาลก่อนหน้านี้ เริ่มเห็นแล้วว่าไม่จำเป็น มีการลดงบฯลงเอาเฉพาะเอไอยูสเคสที่ดี เฉพาะเอไอที่แก้ปัญหาให้องค์กรได้”
เริ่มทรานส์ฟอร์มที่ตัวคน
“การอยู่รอดในยุคเอไอ ยังต้องคำนึงถึงผู้คนระดับประเทศด้วย จะต้องมี 1.ความเท่าเทียม AI Inclusivity อยากให้ทุกบริษัทใช้ AI เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และต้องออกแบบระบบให้ครอบคลุมถึงผู้มีความต้องการที่แตกต่างกัน เช่น คนพิการ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในสังคม 2.การสร้างความตระหนักรู้ AI Literacy เป็นหัวใจสำคัญในการเตรียมความพร้อมของคนไทย ซึ่งประกอบด้วย 3 องค์ประกอบหลัก คือ 1) เข้าใจ AI คืออะไร 2) ใช้งาน AI เป็น และ 3) ใช้งานอย่างรอบคอบและมีวิจารณญาณ
อีกส่วนที่พูดบ่อยครั้ง คือ ยุทธศาสตร์ AI for Sustainability Nation จะเกิดขึ้นไม่ได้หากปราศจากรากฐานของประเทศที่แข็งแกร่ง ซึ่งประกอบด้วย “พาย 3 ชิ้น” หรือ 3P คือ 1.Profit 2.Planet ในเรื่องของพลังงานสะอาดและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นสิ่งที่องค์กรธุรกิจคำนึงอยู่แล้ว ส่วนที่ผมมองว่าสำคัญที่สุด คือ 3.People ต้องเตรียมคนของเราให้พร้อม ไม่ต้องถึงกับให้เหมือนสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ที่ให้ประชาชนทุกคนใช้เอไอฟรี แต่ต้องเน้นย้ำเรื่องการตระหนักรู้และความเหลื่อมล้ำให้มากขึ้น
“ในการเริ่มต้นพัฒนาคน เริ่มได้เลย ทุกคนควรเริ่มสร้าง AI Literacy ให้กับตนเอง คือ ทำความเข้าใจ ฝึกใช้งาน และใช้ด้วยวิจารณญาณ”
ฝากรัฐบาลวาง 3 รากฐาน
การจะสร้างยุทธศาสตร์เช่นนี้ได้ ไม่ใช่แค่ในส่วนของบริษัทหรือองค์กร แต่ผู้รับผิดชอบตามกฎหมาย หรือรัฐบาลผู้มีอำนาจต้องสร้างรากฐาน 3 ประการ คือ
1) สร้างการเมืองที่มั่นคงและมีเสถียรภาพ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายขวา ฝ่ายซ้าย ขอให้มั่นคง ประเทศต้องการรัฐบาลและระบบการเมืองที่มีเสถียรภาพ ไม่ใช่การเมืองที่ต้องลุ้นแบบวันต่อวัน เพื่อให้การวางนโยบายระยะยาวสามารถดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่อง
ซึ่งจะนำไปสู่ 2) สังคมที่เป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำ ในแง่ของการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเท่าเทียม ใครทำผิดต้องว่าไปตามผิด ไม่ใช่ผู้มีอำนาจสามารถเปลี่ยนผิดเป็นถูกได้ สังคมที่เป็นธรรมจะช่วยลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเชื่อมั่น
และ 3) สร้างเศรษฐกิจระบบใหม่ ต้องเปลี่ยนผ่านจากระบบเศรษฐกิจแบบเดิม ๆ ไปสู่เศรษฐกิจที่สามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี AI ในการสร้างมูลค่าและแข่งขันกับนานาชาติได้
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : AIS ดันเอไอขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ฝากรัฐวาง 3 รากฐาน-แข่งนานาชาติ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net