จับ “เจ๊นุช ดอนเจดีย์” ขนยาบ้าเกือบ 5 แสนเม็ด - ยึดทรัพย์ 30 ล้าน
ข่าวเวิร์คพอยท์ 23
อัพเดต 18 ก.ย 2568 เวลา 07.03 น. • เผยแพร่ 18 ก.ย 2568 เวลา 07.03 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์(18 ก.ย. 68) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) จับกุมตัวผู้ต้องหา 4 ราย ได้แก่ นางอรนุชฯ อายุ 68 ปี เป็นผู้ต้องหาหลบหนีหมายจับศาลอาญา ที่ จ.72/51 ลง 23 พ.ค.2551 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต”, นายวิเชียรฯ อายุ 75 ปี, นายอัฐพงศ์ฯ อายุ 31 ปี, น.ส.จงกลณีฯ อายุ 58 ปี เบื้องต้นแจ้งข้อหาทั้ง 4 ว่า “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) โดยการมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย” จับกุมได้ บริเวณหน้าร้านข้าวแกงแห่งหนึ่ง ต.ประด่าง อ.วังเจ้า จ.ตาก
การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจาก เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ได้รับแจ้งจากสายลับว่า นางอรนุชฯ เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับ ในคดียาเสพติด ของ บช.ปส. เมื่อปี 2551 ได้หลบหนีมาพักอาศัยอยู่กับ นายวิเชียรฯ ในพื้นจังหวัดสุพรรณบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ป. จึงได้เฝ้าสักเกตพฤติกรรม และพบว่า นางอรนุชฯ น่าจะยังมีพฤติกรรมลักลอบจำหน่ายยาเสพติดอยู่เช่นเดิม โดยพบข้อมูลว่า นางอรนุชฯ ได้ร่วมกับ นายวิเชียรฯ ไปรับยาเสพติดมาจากภาคเหนือ
จากการเฝ้าติดตามพฤติกรรมพบ รถยนต์โตโยต้า รุ่นอินโนว่า ทะเบียน กทม. สีขาว มีเส้นทางการเดินทาง สอดคล้องกับข้อมูลในทางสืบสวน คือ เข้าไปในพื้นที่ จังหวัดเชียงใหม่ กระทั่ง เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ติดตามรถยนต์คันดังกล่าว มาถึงร้านข้าวแกงแห่งหนึ่ง ต.ประด่าง อ.วังเจ้า จ.ตาก จึงได้เข้าแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ และแสดงบัตรเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. เพื่อทำการตรวจค้นรถยนต์ ปรากฎว่าพบยาเสพติดจำนวน 225 มัด หรือประมาณ 450,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ในข้างประตูรถยนต์คันดังกล่าว พร้อมกับผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย ในรถยนต์
จากนั้น ได้ขยายผลเข้าตรวจค้น บ้านหลังหนึ่ง ม.3 ต.ดอนเจดีย์ อ.ดอนเจดีย์ จ.สุพรรณบุรี ซึ่งเป็นที่พักของนายวิเชียรฯ และนางอรนุชฯ ปรากฎว่า ตรวจยึดพยานหลักฐานพร้อมทรัพย์สินที่มีความเกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด จำนวนกว่า 50 รายการ โดยรายการสำคัญ ดังนี้
1.เงินสดรวม จำนวน 3,353,980 บาท (รวมหลังจากขยายผลเพิ่มเติมแล้ว)
2.รถยนต์ จำนวน 6 คัน (รวมหลังจากขยายผลเพิ่มเติมแล้ว)
3.พระเครื่องและทองคำ จำนวน 104 ชิ้น
4.แผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ จำนวน 11 แผ่น
5.สมุดบัญชีธนาคารจำนวน 6 เล่ม
6.สำเนาโฉนดที่ดินจำนวน 3 ชุด
เบื้องต้น ผู้ต้องหาที่ 1 และผู้ต้องหาที่ 2 รับว่ายาบ้าของกลางลำดับที่ 1 เป็นของตนเองซื้อมาจากนายเหว่ย (ไม่ทราบชื่อสกุลจริง) อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ จำนวน 225 มัด มัดละ 8,000 บาท เป็นเงิน 1,800,000 บาท เพื่อมาจำหน่ายให้ผู้ซื้อไม่ทราบชื่อ ในพื้นที่ จ.สุพรรณบุรี ในราคามัดละ 9,000 บาท และบางครั้งก็ส่งไปจำหน่ายที่ จ.สุราษฎร์ธานี ในราคามัดละ 11,000 บาท
ส่วนผู้ต้องหาที่ 3 รับหน้าที่ร่วมนั่งมาในรถที่ขนยาเสพติดเพื่ออำพรางตบตาเจ้าหน้าที่เวลาที่พบด่านตรวจ และผู้ต้องหาที่ 4 รับหน้าที่เป็นผู้ขับรถ โดยร่วมทำกันมาหลายครั้งแล้ว ซึ่งยาบ้าล็อตนี้หากถูกนำไปจำหน่าย จะมีมูลค่าถึง 20 ล้านบาท เบื้องต้นนำผู้ต้องหาและของกลางส่ง พนักงานสอบสวน กก.4 บก.ป. เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป