โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ฝันให้ไกล ไปให้ถึงด้วย 'SMART Goal' เทคนิคตั้งเป้าหมายอย่างไรให้ไม่เป็นแค่ฝันลอย ๆ ?!

Ad Addict

อัพเดต 30 ก.ย 2566 เวลา 00.50 น. • เผยแพร่ 30 ก.ย 2566 เวลา 00.55 น. • Chama_nee

“ปีนี้แหละ ! จะต้องลดน้ำหนัก 10 กิโลฯ ปั้นหุ่นเอวเอสก่อนสงกรานต์ให้ได้ ! “

“อยากเก็บเงินให้ได้เยอะ ๆ แล้วลาออกจากงานไปเที่ยวสัก 1 เดือนโว้ย ! ”

แอดเชื่อว่าทุกคนต้องเคยตั้งเป้าหมายแบบนี้เอาไว้กันบ้างใช่ไหมครับ แต่ส่วนใหญ่ความฝันที่เราตั้งไว้ก็ต้องกลายเป็น ‘ฝันลอย ๆ ’ ที่ไกลห่างออกไป เพราะเหตุผล (หรือข้ออ้าง ? ) ที่เข้ามาทำให้แผนการของเราไม่สำเร็จสักที !

ด้วยปัญหาโลกแตกที่เกิดขึ้นได้กับคนทุกวัยและทุกวันแบบนี้ จึงเกิดเทคนิคการตั้งเป้าหมายที่เรียกว่า ‘SMART Goal’ ขึ้นมา ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ตั้งเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ และทำให้แผนการของเราคืบหน้าได้ไวยิ่งขึ้น !

บอกเลยว่าเทคนิคนี้สามารถเอาไปปรับใช้กับเป้าหมายได้ทุกแบบ ทั้งเป้าหมายเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวเลย แล้วการตั้งเป้าหมายแบบ SMART Goal ที่ว่าต้องเป็นอย่างไรบ้าง AD ADDICT สรุปมาให้แล้ว ไปดูกันเลยคร้าบ ~

‘SMART Goal’ ตั้งเป้าหมายแบบนี้… ไม่ถึงปีสำเร็จชัวร์ !

SMART Goal พูดง่าย ๆ ก็เหมือนเป็นเฟรมเวิร์คหรือกฎการตั้งเป้าหมาย 5 ข้อ ที่จะช่วยให้เรากำหนดเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะถ้าเป้าหมายที่เราวาดไว้ไม่ชัด ก็มีโอกาสที่จะหลุดออกจากทางได้ง่ายแถมปลายทางยังไกลห่างออกไปด้วย สุดท้ายก็กลายเป็นอีกหนึ่งเป้าหมายที่ต้องเฟลกันไป (พอจะคุ้น ๆ ฟีลนี้กันใช่ไหมครับ)

แล้วกฎ 5 ข้อในการตั้งเป้าหมายที่ว่านั้นมีอะไรบ้าง ?

S : Specific - ควรเป็นสิ่งที่ชี้เฉพาะ และมีขอบเขตที่แน่ชัด

M : Measurable - ควรวัดผลได้ด้วยหลักฐาน หรือสามารถอ้างอิงได้

A : Achievable - ควรเป็นสิ่งที่ทำได้จริงและสมเหตุสมผลกับระยะเวลาหรือทรัพยากรที่มี (ไม่ใช่เป้าหมายที่เกินตัวหรือเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้)

R : Relevant - ควรสอดคล้องกับเป้าหมายหรือผลลัพธ์ที่ต้องการในระยะยาว

T : Time-bound - ควรกำหนดกรอบระยะเวลาสำหรับเป้าหมายนั้น ๆ อย่างชัดเจนและเหมาะสม

หลักการ SMART Goal นี้ ถูกขึ้นค้นขึ้นตั้งแต่ช่วงปี ค.ศ. 1981 และได้รับการยอมรับเป็นแนวทางการตั้งเป้าหมายที่มีประสิทธิภาพมาจนถึงปัจจุบัน อย่างไรก็ตามก็มีนักวิชาการบางท่านออกความเห็นปรับปรุงหลักSMART Goal ให้เป็น SMARTER Goal โดยการเพิ่ม 'Evaluated' และ 'Reviewed' เข้าไปด้วย อันนี้ก็แล้วแต่เพื่อน ๆ จะเลือกใช้กันเลยน้า

‘Specific’ เป้าหมายต้องชี้เฉพาะและมีขอบเขตชัดเจน

คงไม่ต้องพูดถึงแผนการเลย ถ้าแม้แต่เป้าหมายก็ยังไม่แน่ชัด เพื่อน ๆ สามารถใช้ 5W เข้ามาช่วยคิดในขั้นตอนนี้ได้ด้วยนะ

  • What do I want to accomplish? - เราต้องการทำอะไรให้สำเร็จ ?
  • Why is this goal important? - ทำไมเป้าหมายนี้ถึงสำคัญ ?
  • Who is involved? - ใครบ้างที่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายนี้ ?
  • Where is it located? - เราสามารถทำเป้าหมายนี้ให้สำเร็จได้ที่ไหนบ้าง ?
  • Which resources or limits are involved? - มีข้อจำกัดใดบ้างที่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายนี้ ?

เช่น

✘ Goal : "อยากลดน้ำหนักจะได้ผอม ๆ"

✔ SMART Goal : "อยากลดน้ำหนักสัก 15 กิโลฯ ให้หุ่นดี ถ่ายรูปสวย จะได้มีแฟนสักที"

‘Measurable’ เป้าหมายต้องวัดผลได้ด้วยตัวชี้วัดที่ชัดเจน

เพื่อจะติดตามความคืบหน้าของเป้าหมาย และเพื่อให้มีแรงบันดาลใจตามความฝันอยู่เสมอ จึงควรมีตัวชี้วัดที่เป็นรูปธรรมให้เราสามารถประเมินผลได้ตลอดเวลา ถ้าให้ดีควรใช้ตัวชี้วัดที่สามารถบอกได้เป็นตัวเลข (เป็นตัวชี้วัดเชิงปริมาณไม่ใช่เชิงคุณภาพ)

เช่น

✘ Goal : "ปิดยอดเดือนนี้จะขายชาไข่มุกให้เยอะกว่าเดือนที่แล้ว"

✔ SMART Goal : "เดือนนี้ต้องขายชาไข่มุกให้เยอะกว่าเดือนที่แล้ว 100 แก้ว"

‘Achievable’ เป้าหมายต้องทำได้จริงในเวลาและเงินที่มี

ข้อนี้ไม่ได้จะมาสนับสนุนการตั้งข้ออ้าง แต่แน่นอนว่าเป้าหมายของเรานั้นควรเป็น Goal ที่ท้าทายความสามารถของเราในขอบเขตของความเป็นไปได้ด้วย เพราะนอกจากใจที่พร้อมแล้ว เวลา เงิน และทรัพยากรอื่น ๆ ก็สำคัญต่อการบรรลุเป้าหมายด้วย ถูกไหมครับ

เพื่อน ๆ อาจจะถามกับตัวเองในระหว่างการตั้งเป้าหมาย ด้วยคำถามเหล่านี้

  • How can I accomplish this goal? - เราจะบรรลุเป้าหมายนี้ได้อย่างไร
  • How realistic is the goal? - เป้าหมายนี้เป็นไปได้มากแค่ไหน ต้องขยายข้อจำกัดอะไรบ้าง

วิธีคิดที่น่าสนใจคือ ให้เราคิดไว้เลยว่า Goal ของเราจะไม่ได้เป็นแค่ Goal แต่จะเป็น Mission ที่อยากจะท้าทายตัวเองให้ทำให้สำเร็จด้วย !

เช่น

✘ Goal : "ปีนี้ต้องเปิดร้านเพิ่มอีก 5 สาขาให้ได้"

✔ SMART Goal : "ปีนี้ต้องลุยเดินสายดูทำเลในห้างใหญ่ทั่วประเทศ เพื่อขยายร้านอีก 5 สาขาให้ได้ภายในปีหน้า”

‘Relevant’ - เป้าหมายเล็กควรซัพพอร์ตเป้าหมายใหญ่ในอนาคต

ในข้อ Relevant นี้ จะเป็นข้อที่ช่วยให้เราได้ทบทวนว่าเป้าหมายที่เราจะสร้างนั้นมีความสำคัญต่อเราและมีความจำเป็นต้องทำให้สำเร็จจริง ๆ ซึ่งมีความสำคัญมากหากเป้าหมายนี้เป็น Team's Goal ซึ่งเป้าหมายแต่ละคนควรสอดคล้องกันเพื่อไปให้ถึง The Goal เดียวกัน

สามารถใช้คำถามเหล่านี้เพื่อทบทวนความสำคัญและความจำเป็นของเป้าหมายอีกครั้ง

  • Does this seem worthwhile? - สิ่งนี้คุ้มค่าที่จะลงแรงทำหรือไม่ ?
  • Is this the right time? - นี่เป็นเวลาที่เหมาะสมที่จะทำสิ่งนี้หรือไม่ ?
  • Does this match our other efforts/needs? - เป้าหมายนี้ตรงกับความพยายามหรือความต้องการอื่น ๆ ของเราหรือไม่ ?
  • Am I the right person to reach this goal? - เราคือคนที่เหมาะสมจะดูแลเป้าหมายนี้ให้สำเร็จใช่หรือไม่ ?

เช่น

✘ Goal : "จะต้องทำงานหนัก ๆ OT เยอะ ๆ สะสมเงินให้มาก จะได้สบายตัวสักที"

✔ SMART Goal : "จะต้องหา Passive Income เพิ่มอีกหนึ่งงาน หรือย้ายไปทำงานที่สามารถ Work From Anywhere จะได้มีเวลาพักผ่อนระหว่างทำงานไปด้วย”

‘Time-bound’ เป้าหมายควรมีกำหนดกรอบเวลาชัดเจน

สิ่งสำคัญที่ป้องกันไม่ให้เป้าหมายหรือแม้แต่งานอะไรก็ตามของเรากลายเป็นงานที่ตั้งไว้ลอย ๆ คือต้องมีเวลาที่กำหนดชัดเจนเป็นเหมือนเส้นชัยที่เป้าหมาย เพื่อที่จะสามารถจัดลำดับความสำคัญของงานในแต่ละวันและป้องกันไม่ให้งานอื่น ๆ เข้ามามีความสำคัญเหนือเป้าหมายของเราได้

เช่น

✘ Goal : "ชีวิตนี้จะต้องมี SMART TV ขนาด 85 นิ้ว เป็นของตัวเองให้ได้"

✔ SMART Goal : "ภายใน 5 ปีจะต้องสะสมเงินซื้อ SMART TV ขนาด 85 นิ้ว เป็นของตัวเองให้ได้”

ตัวอย่างการคิด SMART Goal สำหรับนักการตลาด

ด้วยการยึดกฎ 5 ข้อ จากที่เราเคยตั้งเป้าหมายว่า "อยากสร้างรายได้เพิ่มขึ้น" ก็สามารถเอา SMART Goal เข้ามาปรับได้ว่า "อยากทำให้ Lead เข้าสู่ Proposal Stage เพิ่มขึ้น 30% ภายในไตรมาสที่ 2" แค่นี้เราก็จะมีเป้าหมายที่ Specific, Achievable, Relevant และ Time-bound แล้ว

ด้วย Goal นี้ ก็ต้องหาเครื่องมือหรือตัวชี้วัดเพื่อมาวัดผล(Measurable) และติดตามเป้าหมายด้วย โดยอาจจะเป็น Lead Conversion Rate, Lead-to-sale Conversion Rate, Click-through Rate, Customer Acquisition Cost, Time to Conversion เป็นต้น

การตั้ง SMART Goal นี้จะทำให้นักการตลาดมองเห็นอย่างชัดเจนว่าตอนนี้สิ่งที่เราต้องการเพื่อบรรลุเป้าหมายนั้นมีอะไรบ้าง แล้วค่อย ๆ Achieve Goal ไปทีละขั้น

ย้ำอีกครั้งว่า ไม่ใช่แค่เป้าหมายในการทำงานเท่านั้น แต่กับเป้าหมายในชีวิตส่วนตัวเอง เพื่อน ๆ ก็สามารถหยิบเอากฎ 5 ข้อจาก SMART Goal ไปปรับใช้กันได้นะ จะเอาไปใช้ควบคู่กับการตั้ง KPIs หรือ OKRs ด้วยก็ดีเลย เผื่อฝันที่เคยฝันจะได้ไม่เป็นแค่ฝันกลางวัน ต้องผัดวัน ผัดเดือน ผัดปี ไปเรื่อย ๆ จ้า ~

ก่อนจบกันไป แอดขอแอบแนะนำหนังสือเล่มนึงที่ชื่อว่า Atomic Habits ของ James Clear ที่เขามีพูดถึงในเคสที่ว่า “แล้วถ้าเราอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้อให้เป้าหมายสำเร็จล่ะ แล้วจะทำยังไง ? ” ใครเคยอ่านเล่มนี้แล้ว ลองมาแชร์คำตอบเป็นกำลังใจให้เพื่อน ๆ กันนะคร้าบ ~

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...