กก. เดินหน้าตั้ง กมธ.วิสามัญการศึกษา แก้ปัญหารหัสตัว G
กก. เดินหน้าตั้ง กมธ.วิสามัญการศึกษา แก้ปัญหารหัสตัว G สร้างการศึกษาลูกหลานแรงงานต่างชาติ
เมื่อวันที่ 10 ส.ค. 2566 เวลา 09.00 น. ที่อาคารรัฐสภา นายณัฐวุฒิ บัวประทุม รองหัวหน้า พรรคก้าวไกล พร้อมนายปารมี ไวจงเจริญ ผู้รับผิดชอบงานในประเด็นด้านการศึกษาของพรรค,นายมานพ คีรีภูวดล และ นายเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล ผู้รับผิดชอบในงานประเด็นเรื่องชาติพันธุ์ของพรรคและเพื่อนสมาชิกของพรรค ซึ่งส่วนใหญ่มีภูมิลำเนาบริเวณรับผิดชอบ เขตพื้นที่ติดกับชายแดนเป็นหลัก
นายณัฐวุมิ กล่าวว่า สืบเนื่องจากกรณีที่เป็นข่าว ส่งกลับเด็กนักเรียนจากโรงเรียนไทยรัฐวิทยา6 อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง กลับประเทศเพื่อนบ้าน เป็นจำนวน 100 กว่าคน ในฐานะที่ตนเป็นคนจังหวัดอ่างทอง และทางพรรคก้าวไกลไม่ได้นิ่งนอนใจกับกรณีดังกล่าว ตนได้มีการสืบข้อเท็จจริงตั้งแต่วันแรกที่ปรากฎเป็นข่าวและทางพรรคได้มีการแต่งตั้งคณะทำงานติดตามเรื่องนี้
ในประเด็นสิ่งที่เป็นข้อค้นพบของพวกเราเกิดขึ้นจากกรณีที่โรงเรียนไม่สามารถออกรหัสตัว G หรือ Generate code ให้กับนักเรียนที่ไม่มีสถานะได้ เนื่องจากกลุ่มนักเรียนดังกล่าวเกือบทั้งหมด ข้ามมาจากประเทศเพื่อนบ้าน และขณะนี้ทราบว่า มีการส่งเด็กกลุ่มดังกล่าวกลับประเทศเพื่อนบ้านไปทั้งหมดแล้ว
อย่างไรก็ตามในกรณีนี้ ถึงแม้ขณะนี้เรื่องอยู่ระหว่างการดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง แต่จำเป็นต้องมาสรุปบทเรียนหรือถอดบทเรียนร่วมกันว่า เป็นกรณีที่เข้าข่ายขัดต่อหลักการของอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ขัดหลักการที่เรียกว่าการศึกษาของเด็กแบบถ้วนหน้าที่เรียกว่า Education for all ตลอดจนขัดต่อนโยบายหรือมติคณะรัฐมนตรีต่างๆ ที่ต้องเคารพต่อเด็กที่ไร้สถานะในประเทศไทยหรือไม่ แต่อย่างไรก็ตามพรรคก้าวไกลเห็นว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเพียงกรณีเดียว ยังมีเด็กอีกจำนวนมากที่มีปัญหาในลักษณะเดียวกัน ทางพรรคจึงตั้งคณะกรรมการทางการศึกษา
นายปารมี กล่าวว่า กรณีนี้ถ้าเราแก้ปัญหาสั้นๆ ทีละจุดมันก็จะมีปัญหาพบต่อเนื่องไปเรื่อยๆ เราจึงมีมติของพรรคมาพูดคุยกัน เห็นว่าเราควรจะแก้ปัญหานี้ อย่างเป็นระบบ จะได้แก้ปัญหาอย่างยั่งยืน ซึ่งรหัส G เป็นรหัสที่กระทรวงศึกษาธิการสร้างขึ้นเบื้องต้น ให้นักเรียนที่ไม่มีหลักฐานทะเบียนราษฎร์เข้าเรียนได้เบื้องต้น ปัญหาเด็กรหัส G แม้แต่ตัวเลขก็ยังไม่ชัวร์ ว่ามีจำนวนเท่าไหร่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ตอบกันไม่ได้ เพราะเกี่ยวข้องกับหน่วยงาน หลายหน่วยงาน ทั้งภาครัฐและอีกหลายกระทรวง รวมถึงภาคเอกชนหลายหน่วยงาน
ส.ส.พรรคก้าวไกล เคยค้นตัวเลขดูเมื่อปี 62 นักเรียนที่เป็นลูกหลานแรงงานข้ามชาติในไทยมีถึง 300,000 คน และจำนวนนี้ได้ลงรหัส G เข้าเรียนประมาณ 100,000 คน และอีกประมาณ 200,000 กว่าคน ไม่ได้ลงรหัส G ก็แสดงว่าไม่เข้าถึงการศึกษา เราจึงมาพิจารณากันในพรรคว่าควรจะมีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อศึกษาเรื่องนี้อย่างชัดเจนเป็นรูปธรรม เบื้องต้นเพื่อจะได้ตัวเลข พอได้ตัวเลขแล้วจะได้บริหารจัดการได้อย่างถูกต้องว่าจะมีผู้รับผิดรับชอบหน่วยราชการอะไรบ้าง ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงแรงงาน กระทรวงมหาดไทย หรือหน่วยงานราชการอื่นๆ และการลงรหัส G ให้กับเด็กเหล่านี้ นอกจากเพื่อให้มีความเป็นระเบียบเรียบร้อยในตัวเลขที่ชัดเจนการส่งเสริมให้ลูกหลานแรงงานข้ามชาติเหล่านี้ได้เรียน นอกจากเป็นเรื่องด้านมนุษยธรรม เขาก็เป็นมนุษย์เหมือนกับเรา
นอกจากเรื่องสิทธิมนุษยชนแล้วยังส่งผลต่อเรื่องระบบเศรษฐกิจไทยเราด้วย เพราะว่าอาชีพหลายๆ อาชีพในปัจจุบันแรงงานไทยไม่ทำแล้ว เราต้องพึ่งพาแรงงานข้ามชาติจากเพื่อนบ้าน ถ้าเรานำลูกหลานแรงงานเหล่านี้ลงรหัส G และให้เขาได้เรียน จะเป็นการเพิ่มทักษะ เพิ่มศักยภาพ ส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจไทยด้วย เราจะได้แรงงานที่มีทักษะเพิ่มขึ้นและส่งผลสืบเนื่องไป อาทิ เรื่องลดปัญหาอาชญากรรม ส่งผลสืบเนื่องไปยังเรื่องความมั่นคง แล้วก็ปัญหาสาธารณสุขด้วย
ฉะนั้นพรรคก้าวไกลจึงมีมติให้ตนรับเป็นผู้ดำเนินงานประสานที่จะตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาด้านนี้ ให้มีคณะกรรมการขึ้นมารวบรวมข้อมูล รวบรวมตัวเลข ประสานปัญหาต่างๆ ของหน่วยงานราชการ เพราะที่ผ่านมาปัญหานี้หมักหมมมานาน ตัวเลขก็ยังไม่ชัดเจน ข้อมูลก็กระจัดกระจาย การตั้งกรรมาธิการชุดนี้จะได้เป็นแนวทางเบื้องต้น
ส่วนกรณีลูกหลานชาติพันธุ์นั้น นายมานพ กล่าวว่า พรรคก้าวไกลตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่เรายึดถือความเท่าเทียม บนหลักสิทธิมนุษยชนและบนหลักข้อกฎหมายในประเทศไทย ประเด็นข้างต้นเป็นเรื่องหนึ่งของคนไร้สถานะ เช่น กรณีเรื่องของเด็กตัว G เป็นเด็กที่อยู่ในการศึกษาแต่ไม่ปรากฏสถานะใดๆ เลย ประเด็นสำคัญคือเรื่องสถานะบุคคลและสัญชาติเป็นประเด็นที่ค่อนข้างจะมีปัญหาเยอะมาก ตนได้รับร้องเรียนเรื่องนี้มาต่อเนื่อง สิ่งสำคัญที่สุดช่วงที่รอยัติที่ นายจวง และสมาชิกพรรค ได้นำเสนอเพื่อให้มีกรรมาธิการวิสามัญมาสื่อสารเรื่องนี้ พรรคก้าวไกล เครือข่ายชาติติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมือง จะทำหน้าที่ประสานข้อมูล ดูข้อเท็จจริงและประสานหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนเพื่อประกอบในการทำงานกรรมาธิการวิสามัญที่กำลังจะเกิดขึ้น ส่วนเรื่องไหนที่ไม่ต้องรอกรรมาธิการ โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาสถานะบุคคล ข้าราชการบางส่วนอาจจะติดขัดเรื่องงบประมาณ หรือการดำเนินการ ทางพรรคก้าวไกลจะประสานดำเนินการโดยทันที และประชาชนที่มีปัญหาในการประสานงานกับภาครัฐหรือกระบวนการทำงานของสถานะบุคคลและสัญชาติ ก็สามารถประสานมาที่พรรคก้าวไกลกับคณะทำงานด้านสถานะบุคคลไร้สัญชาติได้