โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สคทช. ใช้ระบบ Big Data Platform เชื่อมโยงบริหารจัดการข้อมูลกลาง และแก้ไขปัญหาที่ดิน

The Bangkok Insight

อัพเดต 12 ต.ค. 2566 เวลา 04.13 น. • เผยแพร่ 12 ต.ค. 2566 เวลา 04.13 น. • The Bangkok Insight

สคทช. นำระบบ Big Data Platform มาเชื่อมโยงในการบริหารจัดการข้อมูลกลางด้านบริหารจัดการที่ดิน และทรัพยากรดินของประเทศ เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลอย่างแม่นยำและเป็นระบบ ในการแก้ไขปัญหาให้ประชาชน

นายประเสริฐ ศิรินภาพร รองผู้อํานวยการสํานักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ กล่าวว่า ระบบการบริหารจัดการข้อมูลที่ดินและทรัพยากรดินของประเทศ ตามพระราชบัญญัติคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ พ.ศ. 2562 มาตรา 10 กําหนดให้มี คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) เพื่อทําหน้าที่กําหนดนโยบายและแผนการบริหารจัดการที่ดิน และทรัพยากรดินของประเทศ

และมีหน้าที่และอํานาจกํากับดูแลการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดิน โดยทั่วไป รวมถึงมีหน้าที่และอํานาจที่สําคัญในการประสานงานและจัดให้มี รวมถึงการเชื่อมต่อระบบเครือข่าย ข้อมูลสารสนเทศของที่ดินและทรัพยากรดินของประเทศ เพื่อการวางแผนพัฒนาการใช้ประโยชน์และการ อนุรักษ์ รวบรวม จัดเก็บ วิเคราะห์ และเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับที่ดินและทรัพยากรดินของประเทศ เนื่องจาก

สคทช.

Big Data Platformเชื่อมโยงในการบริหารจัดการข้อมูลกลางด้านบริหารจัดการที่ดิน

  • หน่วยงานที่มีหน้าที่และอํานาจในการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดินของประเทศมีอยู่ เป็นจํานวนมาก
  • ข้อมูลด้านที่ดินและทรัพยากรดินของประเทศกระจัดกระจายกันอยู่ในหน่วยงานต่างๆที่มี หน้าที่รับผิดชอบดูแลข้อมูลเกี่ยวกับที่ดินและทรัพยากรดินตามขอบเขตภารกิจ หน้าที่และอํานาจ รวมถึง วัตถุประสงค์การนําไปใช้ของหน่วยงาน ทําให้ขาดการเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานที่มี ประสิทธิภาพเพียงพอ เป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงข้อมูลของหน่วยงานและภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง
  • บางกรณีการจัดทําข้อมูลของแต่ละหน่วยงานมีความซ้ําซ้อนและไม่สอดคล้องกันหรือมี มาตรฐานการจัดเก็บข้อมูลที่แตกต่างกันทําให้ประเทศไทยขาดข้อมูลและระบบการบริหารจัดการข้อมูลท่ดีิน และทรัพยากรดินของประเทศที่มีประสิทธิภาพ เพื่อนําไปใช้ประกอบการตัดสินใจและกําหนดนโยบายด้าน ที่ดินและทรัพยากรดินอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นเอกภาพ
สคทช.

อย่างไรก็ตาม ระบบบริหารจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data Platform) เป็นไปตามเจตนารมณ์ของ พระราชบัญญัติคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ พ.ศ. 2562 จําเป็นที่จะต้องนําไปสู่บริหารจัดการข้อมูลอย่างเป็นระบบ มีการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่าง หน่วยงานเพื่อให้สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน และนําไปสู่การให้บริการข้อมูลแก่ภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง

ทําให้สํานักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) ในฐานะฝ่ายเลขานุการ คทช. มีการพัฒนาระบบบริหาร เชื่อมโยง และให้บริการข้อมูลกลางด้านที่ดินและทรัพยากรดิน ในรูปแบบระบบบริหาร จัดการข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data Platform) สอดคล้องตามแผนงาน/โครงการภายใต้แผนพัฒนาศูนย์ เทคโนโลยีสารสนเทศที่ดินและทรัพยากรดิน พ.ศ. 2565 – 2570 ยุทธศาสตร์ที่ 4 การพัฒนาและวางรากฐาน

สำหรับ เทคโนโลยี (Digital Footing) แผนงานพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบข้อมูล มีเป้าหมายในการพัฒนา โครงสร้างพื้นฐานที่สามารถบูรณาการและให้บริการข้อมูลข้ามหน่วยงานได้อย่างเป็นระบบ รวดเร็ว ปลอดภัย การประมวลผลมีประสิทธิภาพและเสถียรภาพ เพื่อนําไปสู่การวิเคราะห์และใช้ประโยชน์ข้อมูลที่ดินและ ทรัพยากรดินร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

สคทช.

ข้อมูลของใครบ้างทีต้องเอามารวมกัน

เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถเข้าถึงข้อมูลด้านที่ดิน และทรัพยากรดินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ข้อมูลมีความสอดคล้องเป็นมาตรฐานเดียวกัน ลดปัญหาการเก็บข้อมูลซ้ําซ้อน ลดภาระการลงทุนและ ค่าใช้จ่ายในระบบสารสนเทศในภาพรวมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และนําไปสู่การให้บริการข้อมูลกลาง ด้านที่ดินและทรัพยากรดินที่มีคุณภาพและน่าเชื่อถือ

เพื่ออํานวยความสะดวกให้แก่หน่วยงานและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อเชื่อมโยงข้อมูล แลกเปลี่ยน และใช้ประโยชน์ข้อมูลร่วมกัน ภายใต้กรอบธรรมาภิบาลข้อมูล ภาครัฐ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาระบบฐานข้อมูลด้านที่ดินและทรัพยากรดินในระยะแรก ซึ่งเป็นการเชื่อมโยง และรวบรวมข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และนําข้อมูลมาจัดทําเป็นข้อมูลขนาดใหญ่ด้านที่ดินและทรัพยากรดิน จัดทําระบบวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ในมิติต่าง ๆ ที่สอดคล้องกับสถานการณ์และเงื่อนไขที่กําหนด เปิดบริการข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้งานข้อมูลร่วมกัน

รวมทั้งดําเนินการวิเคราะห์ข้อมูลในแบบ Descriptive Analytics, Predictive Analytics และ Prescriptive Analytics เพื่อการคาดการณ์ กําหนด นโยบายและมาตรการด้านที่ดินและทรัพยากรดินของประเทศ จึงเกิดบันทึกความเข้าใจ(MOU)ว่าด้วยการ ส่งเสริมและพัฒนาการบริหารจัดการข้อมูลที่ดินและทรัพยากรดินของประเทศ ระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 11 หน่วยงาน ประกอบด้วย

  • สํานักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ
  • สํานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ
  • กรมป่าไม้
  • กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
  • กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
  • กรมที่ดิน
  • กรมธนารักษ์
  • สํานักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
  • กรมพัฒนาที่ดิน
  • กรมส่งเสริมสหกรณก์ารเกษตร
  • กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ

นายประเสริฐ ศิรินภาพร รองผู้อํานวยการสํานักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ยังกล่าวว่า ในระยะเริ่มต้นหน่วยงานของรัฐทั่วประเทศสามารถเข้าถึงข้อมูลด้านที่ดินและทรัพยากรดิน และนําข้อมูลไปใช้ประโยชน์ในการดําเนินงานของหน่วยงานนั้นๆ ได้ และในอนาคตจะขยายผลให้ภาคประชาชนและภาคเอกชน สามารถเข้าถึงข้อมูลด้านที่ดินและทรัพยากรดินของประเทศได้ อีกด้วย

สคทช.

ประโยชน์จากการบูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงาน

จากการเชื่อมโยงและรวบรวมข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และนําข้อมูลมาจัดทําเป็นข้อมูลขนาด ใหญ่ด้านที่ดินและทรัพยากรดิน พร้อมให้บริการข้อมูลกลางด้านที่ดินและทรัพยากรดิน เป็นการบูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงาน เพื่อไปใช้ประโยชน์ด้านต่างๆ รวมถึงสนับสนุนการตัดสินใจสําหรับการจัดทํานโยบาย และมาตรการทางด้านที่ดินและทรัพยากรดิน โดยใช้การวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ มีการจัดเก็บข้อมูลจาก แหล่งต่าง ๆ นํามาใช้ประโยชน์ร่วมกัน

ซึ่งจะช่วยแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน การลดความ เหลื่อมล้ําและสร้างความเป็นธรรมในสังคม รวมถึงขับเคลื่อนการดําเนินงานตามนโยบายของรัฐบาลให้บรรลุ เป้าหมายและเกิดผลสัมฤทธิ์ต่อการพัฒนาประเทศ ตอบสนองต่อยุทธศาสตร์ชาติ นโยบายและแผนระดับชาติ และแผนปฏิรูปประเทศ อย่างเป็นรูปธรรม

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...