โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พายุฝนถล่ม โครงหลังคา ล้มทับบ้านพัง ผ่านไป10วัน ไร้การช่วยเหลือ

Khaosod

อัพเดต 18 ส.ค. 2566 เวลา 04.16 น. • เผยแพร่ 18 ส.ค. 2566 เวลา 01.58 น.
พายุฝนถล่ม โครงหลังคา ล้มทับบ้านพัง ผ่านไป10วัน ไร้การช่วยเหลือ

ชาวบ้านในพื้นที่ จ.นนทบุรี ร้องเรียน หลังเกิดพายุฝนถล่ม โครงหลังคา ล้มทับบ้านพัง ผ่านมา 10 วัน เรื่องเงียบ หวั่นไม่ได้รับการช่วยเหลือ

วันที่ 18 ส.ค.2566 นายอธิวัฒน์ สิริกังวาลวงศ์ ผู้ก่อตั้งเพจ กล้าที่จะก้าว เดินทางลงพื้นที่หมู่บ้าน ป.ผาสุขนิเวศน์ ม.3 ต.พิมลราช อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี หลังได้รับการร้องเรียนขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านในหมู่บ้านแห่งนี้ ว่า หลังจากเมื่อวันที่ 8 ส.ค.ที่ผ่านมา เกิดพายุฝนและลมกระโชกเเรง จนทำให้โครงหลังคาอลูมิเนียมขนาดใหญ่ของโกดังร้างล้มทับหลังคาบ้านเรือนประชาชนพังเสียหายจำนวน 5 หลัง หลังเหตุการณ์ผ่านไป 10 วัน ยังไม่มีหน่วยงานเข้ามาช่วยเหลือและเจ้าของโครงหลังคาโกดังก็ไม่ออกมาแสดงความรับผิดชอบ

ชาวบ้านในพื้นที่ จ.นนทบุรี ร้องเรียน หลังเกิดพายุฝนถล่ม โครงหลังคา ล้มทับบ้านพัง ผ่านมา 10 วัน เรื่องเงียบ

ชาวบ้านในพื้นที่ จ.นนทบุรี ร้องเรียน หลังเกิดพายุฝนถล่ม โครงหลังคา ล้มทับบ้านพัง ผ่านมา 10 วัน เรื่องเงียบ

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่า มีบ้านทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้น ซึ่งปลูกติดกัน ได้รับความเสียหายคือ บ้านเลขที่ 162/625-629 รวมทั้งหมด 5 หลัง แต่ละหลังถูกโครงหลังคาอลูมิเนียมล้มทับทำให้หลังคากระเบื้องของชาวบ้านแตกกลายเป็นรูโหว่ ซึ่งโครงหลังคาอลูมิเนียมดังกล่าวเป็นของโกดังอะไหล่รถมือสองที่ปล่อยรกร้าง

หลังเกิดเหตุ ผู้ดูเเลโกดังรับปากว่าจะชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมด แต่เมื่อเวลาผ่านไป 10 วัน กับไร้การเหลียวแล ไม่มีใครออกมาเเสดงความรับผิดชอบ และให้เทศบาลเมืองบางบัวทองเป็นผู้รับผิดชอบค่าความเสียหายทั้งหมด ทำให้ชาวบ้านที่ได้รับความเสียหายหวั่นเกรงว่า เรื่องจะเงียบหายไปโดยไม่มีคนรับผิดชอบและชาวบ้านต้องออกเงินเพื่อซ่อมแซมบ้านกันเอง

นายธนวัฒน์ เพ็งน้ำคำ อายุ 36 ปี หนึ่งในผู้เสียหาย กล่าวว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์พายุฝนถล่มพัดหลังคาโครงเหล็กจากโกดังข้างเคียงมาทับหลังคาด้านหลังบ้านได้รับความเสียหายแล้ว ทางเทศบาลเมืองบางบัวทองได้เข้ามาดู และเจ้าของโกดังก็เข้ามาดูความเสียหายที่เกิดขึ้น แต่ยังไม่ได้พูดคุยกันในรายละเอียด ทางเจ้าของโกดังบอกว่าจะให้เทศบาลดำเนินการไปก่อน

นายธนวัฒน์ กล่าวต่อว่า ส่วนทางเทศบาลที่เข้ามาสำรวจดูก็พูดว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่เกี่ยวกับเทศบาล ต้องให้เจ้าของโกดังเป็นผู้รับผิดชอบ จนกระทั่งผ่านมาเกือบ 10 วันแล้ว เรื่องทุกอย่างยังเงียบสนิท แต่ชาวบ้านที่หลังคาพังยังถูกน้ำฝนตกเข้าใส่ในตัวบ้านอีก เพราะยังไม่มีใครเข้ามารับผิดชอบอย่างจริงจัง มีเพียงเข้ามาดูหน้างานและนำสิ่งของมาช่วยเหลือนิดหน่อย

นายธนวัฒน์ กล่าวอีกว่า ส่วนเจ้าของโกดังที่หลังคาที่ปลิวมาทับบ้านก็ส่งคนมาดู แล้วบอกกับตนว่า ให้เทศบาลจัดการไปก่อนเพราะเทศบาลมีงบประมาณ แต่เขาไม่ได้พูดว่าจะรับผิดชอบอย่างไรบ้าง คือตอนนี้บ้านของตนเสียหายพอสมควร ทั้งโครงเหล็กทั้งหลังคายิ่งนานวันก็เริ่มผุพัง ตอนนี้ย้ายอุปกรณ์ต่าง ๆ ในห้องครัวออกไปหมดแล้ว

นายธนวัฒน์ กล่าวด้วยว่า ส่วนข้าวสารที่เก็บไว้ก็ถูกน้ำฝนทำให้เสียหายกินไม่ได้ตั้งแต่วันแรกแล้ว ของกินในครัวที่เก็บไว้ก็ต้องทิ้งทั้งหมด ส่วนของใช้บางอย่าง ใช้ได้บ้างไม่ได้บ้าง ก็ต้องรอให้แห้งก่อน ส่วนพื้นกระเบื้องกับผนังไม่ได้ทนกับน้ำขนาดนั้น ถ้าปล่อยทิ้งไว้นาน ๆ เหล็กก็จะผุกร่อน พื้นกระเบื้องก็อาจจะแตกร้าวได้ อยากให้ผู้ที่เกี่ยวข้องดำเนินการด้วย ถึงแม้จะไม่ได้ใช้พื้นที่ครัวมากนัก แต่ถ้าเกิดความเสียหายขึ้นมันก็จะลุกลามไปเรื่อย ๆ

ด้าน นายอธิวัฒน์ กล่าวว่า เบื้องต้นมีกลุ่มชาวบ้านร้องเรียนขอความช่วยเหลือเข้าหาตนในเพจ ว่าเมื่อวันที่ 8 ส.ค.ที่ผ่านมา โครงสร้างโกดังร้างได้พังถล่มลงมาทับหลังคาบ้านของชาวบ้านจนหลังคาแตก คานเหล็กยุบ ได้รับความเสียหายจำนวน 5 หลัง ซึ่งทุกหลังที่ได้รับความเสียหายกำลังเดือดร้อนหนัก จากฝนที่ตกลงมาในช่วงนี้ ทำให้น้ำไหลเข้ามาในตัวบ้าน ข้าวของได้รับความเสียหาย

นายอธิวัฒน์ กล่าวต่อว่า ซึ่งหลังจากนี้ตนจะประสานไปยังเทศบาลเมืองบางบัวทอง เพื่อให้ลงพื้นที่ช่วยเหลือเยียวยาความเดือดร้อนไปก่อน อย่างไรก็ว่ากันไปตามขั้นตอน และพร้อมกับให้ทางเทศบาลเร่งประสานไปยังเจ้าของโกดังที่เป็นต้นเหตุออกมาแสดงความรับผิดชอบซ่อมแซมบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหายต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...