โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

OR เปิดเกมบุกปั้มกำไรธุรกิจต่างประเทศ เร่งขยายลงทุน "กัมพูชา" บ้านหลังที่สอง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 19 ต.ค. 2566 เวลา 06.49 น. • เผยแพร่ 19 ต.ค. 2566 เวลา 02.43 น.
ดิษทัต ปันยารชุน

OR เปิดกลยุทธ์ขับเคลื่อนธุรกิจในต่างประเทศ ส่งต่อความสำเร็จจากประเทศไทย แสวงหาโอกาสในการเติบโต เพิ่มสัดส่วนกำไรจากธุรกิจต่างประเทศ ปักหมุด “กัมพูชา” เป็นบ้านหลังที่ 2 ขยายการลงทุนคลังน้ำมัน-ก๊าซ LPG และร่วมทุนพันธมิตรป้อนน้ำมันเครื่องบินให้กับสนามบินกรุงพนมเปญ

วันที่ 19 ตุลาคม 2566 นายดิษทัต ปันยารชุน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือโออาร์ พร้อมด้วย นายสุชาติ ระมาศ ผู้อำนวยการใหญ่ และนายรชา อุทัยจันทร์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านธุรกิจต่างประเทศ ร่วมเปิดเผยถึงกลยุทธ์และทิศทางการดำเนินธุรกิจในต่างประเทศ โดยมุ่งเสริมความแข็งแกร่งของการดำเนินธุรกิจในต่างประเทศที่ OR ดำเนินการอยู่ เพิ่มความหลากหลายในการดำเนินธุรกิจ

เช่น การจำหน่ายก๊าซหุงต้ม (LPG) หรือยางมะตอย รวมถึงขยายธุรกิจในต่างประเทศร่วมกับพันธมิตรของ OR ไม่ว่าจะเป็นบริษัท เค-เน็กซ์ คอร์ปอเรชัน จำกัด เจ้าของธุรกิจร้านสะดวกซักแบรนด์ Otteri Wash & Dry หรือบริษัท ดุสิต ฟู้ดส์ จำกัด ตลอดจนโอกาสในการสร้างการเติบโตร่วมกันกับพันธมิตรท้องถิ่นผ่านการลงทุนใหม่ในรูปแบบต่าง ๆ โดยมุ่งเป้าเพิ่มสัดส่วน EBITDA ของกลุ่มธุรกิจต่างประเทศ เป็น 15% ในปี 2570 จากปัจจุบันมีสัดส่วนอยู่ที่ 7%

โดยมุ่งเน้น 4 ประเทศหลักในอาเซียน ได้แก่ 1.กัมพูชา ซึ่งเปรียบเสมือนบ้านหลังที่ 2 ของ OR เนื่องจากเป็นประเทศที่ OR ยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก เนื่องจากเป็นประเทศที่ไม่มีโรงกลั่น น้ำมันที่ใช้ในประเทศเป็นการนำเข้า 100%

ปัจจุบันในกัมพูชาโออาร์มีสถานีบริการ PTT Station ซึ่งมีอยู่ 169 สาขา มีคลังเก็บผลิตภัณฑ์ 7 แห่ง และธุรกิจหล่อลื่น PTT Lubricants

รวมทั้งได้ร่วมลงทุนในบริษัทร่วมค้า (Joint Venture) เพื่อให้บริการเติมน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยาน ณ สนามบินนานาชาติแห่งใหม่ในกรุงพนมเปญ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างก่อสร้างมีกำหนดแล้วเสร็จไตรมาส 3 ปี 2567

นอกจากนี้ OR ยังมีแผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการขยายธุรกิจในกัมพูชาเพิ่มมากขึ้น อาทิ คลังน้ำมัน ขนาดใหญ่ที่รองรับศักยภาพมากกว่าเดิม 2-3 เท่า และลงทุนคลังก๊าซ LPG รวมถึงการตั้งโรงงานผสมยางมะตอย

ในส่วนของธุรกิจไลฟสไตล์ในกัมพูชา ขณะนี้มีร้าน Café Amazon อยู่ 231 สาขา และร้านสะดวกซื้อ 65 สาขา รวมถึงแสวงหาโอกาสในการดำเนินธุรกิจพลังงานอื่น ๆ อาทิ Battery Swapping และสถานีชาร์จไฟฟ้า EV station Pluz

2.ประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งมีศักยภาพที่น่าสนใจ ปัจจุบัน OR มีสถานีบริการ PTT Station อยู่ 168 สาขา มีคลังน้ำมัน 4 แห่ง และร้าน Café Amazon 17 สาขา และการจำหน่ายผลิตภัณฑ์หล่อลื่น PTT Lubricants รวมถึงการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานที่สนามบินในประเทศฟิลิปปินส์อีกด้วย

3.สปป.ลาว ปัจจุบันมีสถานีบริการน้ำมัน PTT Station รวม 54 สาขา ศูนย์บริการยานยนต์ FIT Auto และ Procheck รวม 9 สาขา จำหน่ายผลิตภัณฑ์หล่อลื่น PTT Lubricants รวมถึงมีร้าน Café Amazon 87 สาขา ร้านสะดวกซื้อจิฟฟี่ 28 สาขา ร้านชานม Pearly Tea 5 สาขา และอยู่ระหว่างการศึกษาเกี่ยวกับการปลูกและค้าเมล็ดกาแฟร่วมกับพันธมิตรในท้องถิ่น โดยเน้นกาแฟสายพันธุ์อราบิก้า

4.เวียดนาม OR ได้จัดตั้งบริษัทร่วมทุนเพื่อดำเนินธุรกิจร้าน Café Amazon ในเวียดนาม ปัจจุบันมีจำนวน 22 สาขา รวมถึงศึกษาเกี่ยวกับโอกาสในการค้าเมล็ดกาแฟร่วมกับพันธมิตรในท้องถิ่น โดยเน้นกาแฟสายพันธุ์โรบัสต้า อีกทั้งยังคงแสวงหาโอกาสในการดำเนินธุรกิจอื่น ๆ เพื่อการเติบโตในอนาคต เช่น การค้า LNG และ LPG ในเวียดนาม

นอกจากนี้บริษัทยังมีแผนการขยายร้าน Café Amazon ไปในประเทศอื่น ๆ ในลักษณะมาสเตอร์แฟรนไชส์ ได้แก่ โอมาน ที่มีแผนเปิดร้าน Café Amazon อีก 4 สาขาในปีนี้ และเพิ่มเป็น 19 สาขาในปี 2567, มาเลเซีย ปีนี้เปิด 2 สาขา และจะเพิ่มเป็น 10 สาขา ในปี 2567 และญี่ปุ่นมีแผนเปิดร้าน Café Amazon เพิ่มเป็น 3 สาขาในปี 2567

“ทั้งหมดนี้เกิดจากความมุ่งมั่นของ OR ในการขยายฐานการดำเนินธุรกิจเพื่อสร้างความสำเร็จและการยอมรับในตลาดโลก โดยนำความสำเร็จจากการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยไปปรับใช้ในต่างประเทศ โดยมีการศึกษารูปแบบการดำเนินธุรกิจที่เหมาะสมในแต่ละประเทศเพื่อสร้างการเติบโตร่วมกันกับสังคม ชุมชน และเศรษฐกิจในพื้นที่” นายดิษทัตกล่าวเสริม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...