ผู้ว่ากระบี่ควงรองผบ.ตร. ลุยล้างบางครั้งใหญ่ ปราบทุนนอมินี
ผู้ว่ากระบี่ ควง รอง ผบ.ตร. ลุยล้างบางครั้งใหญ่ ปราบทุนนอมินี บิ๊กราญ ชื่นชมกระบี่ องค์ความรู้ครูต้นแบบปราบนอมินี
21 มิถุนายน 2569 นายอังกูร ศีลาเทวากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ นำตำรวจ ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานเกี่ยวข้อง จำนวนประมาณ 200 นาย
เปิดปฏิบัติการครั้งใหญ่ตรวจค้น ธุรกิจผิดกฎหมายเข้าข่ายนอมินีจำนวน 20 จุดโดยมีเครือข่ายต้องสงสัยถือหุ้นนอมินีจำนวน 14 จุด และต่างด้าวถือครองที่ดินผิดกฎหมายประมวลที่ดินอีกจำนวน 6 จุด
ช่วงเช้า ผู้ว่ากระบี่ นำเจ้าหน้าที่ตรวจสถานประกอบการที่เปิดให้บริการในลักษณะโรงแรมสำหรับกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งมีการโฆษณาและจัดกิจกรรมในรูปแบบ “เปลือยกาย” (Naturist Resort) ภายในสถานที่พัก รวมถึงบริเวณชายหาดส่วนบุคคลและพื้นที่ชายหาดลับในบริเวณใกล้เคียง จากการตรวจสอบพบพฤติการณ์เข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายหลายประการ เจ้าหน้าที่จึงดำเนินคดีในความผิดตามพระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ. 2547 และความผิดเกี่ยวกับการเผยแพร่หรือครอบครองสื่อลามกอนาจาร พร้อมตรวจยึดพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบขยายผลไปยังบุคคลและเครือข่ายที่เกี่ยวข้องต่อไป
ช่วงบ่าย ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ลงพื้นที่ร่วมกับ พลตำรวจเอก สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติพร้อมเจ้าหน้าที่ ตรวจสอบเครือข่ายบริษัทพัฒนา อสังหาริมทรัพย์ พูลวิลล่าหรู ของนักลงทุนชาวโปแลนด์ มีทุนจดทะเบียนเพียง 4 ล้านบาท แต่ถือครองที่ดินมูลค่ากว่า 200 ล้านบาท พบพฤติการณ์ใช้คนไทยถือหุ้นแทนเพื่ออำพรางการควบคุมกิจการของชาวต่างชาติ โครงการตั้งอยู่ในทำเลทอง อาทิเช่น เหนือคลอง, หนองทะเล และ เขาทอง ขายในราคาเริ่มต้น 11.5 ล้านบาท
จากการตรวจสอบข้อมูลทางทะเบียน มีคนไทยถือหุ้น 100% ทำให้บริษัทถือสัญชาติไทย แต่ในความเป็นจริง บริษัทดังกล่าว มี น.ส.คาทาจีนาฯ และ นายคามิลฯ (สามี) เป็นผู้บริหารและควบคุมกิจการ แต่ได้ใช้ชื่อคนไทยถือหุ้นแทน (นอมินี) โดยไม่ได้มีการลงทุนจริง
นอกจากนี้ มีการทลายเครือข่ายธุรกิจทัวร์และการบันเทิงในจังหวัดกระบี่ พบการใช้เอกสารเท็จและนำชื่อผู้เสียชีวิตมาใช้ในการจดทะเบียนนิติบุคคล โดยมีบุคคลในวิชาชีพกฎหมายและบัญชีเข้ามาเกี่ยวข้องในฐานะ “ต้นน้ำขบวนการนอมินี”
นอกจากนี้ มีการจับกุม ห้างหุ้นส่วนจำกัด กันจ์ ฯ ประกอบกิจการด้านความบันเทิงและให้บริการด้านดนตรีใน จว.กระบี่ มี นายสเตฟานัดฯ สัญชาติแอฟริกาใต้ เป็นเจ้าของ แต่ได้ใช้ชื่อคนไทยถือหุ้นแทน (นอมินี) โดยได้รับความช่วยเหลือจาก นาย ว. ทนายความ และ นาง ส. ผู้สอบบัญชี ซึ่งมีบทบาทสำคัญในฐานะ “ต้นน้ำ” ของขบวนการจัดทำเอกสารอันเป็นเท็จ เพื่อใช้ประกอบการจดทะเบียนจัดตั้งและเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้น จากการตรวจสอบพยานหลักฐานพบว่ามีการนำลายมือชื่อของบุคคลที่เสียชีวิตแล้ว มาใช้ในเอกสารทางราชการและเอกสารจดทะเบียนนิติบุคคล เพื่อสร้างหลักฐานอันเป็นเท็จและอำพรางการถือหุ้นแทนคนต่างด้าว จากการตรวจค้นและรวบรวมพยานหลักฐาน เจ้าหน้าที่ได้จับกุมตรวจยึดเอกสารการจดทะเบียนบริษัท เอกสารทางบัญชี คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ และข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมาก ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบและขยายผลไปยังเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง
จากนั้นเวลา 15.00 น. รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ พร้อมด้วยคณะ ได้แถลงผลการดำเนินคดีเครือข่ายนอมินีในจังหวัดกระบี่ ตรวจพบบริษัทที่เป็นนอมินี ซื้อและครอบครองที่ดิน ซึ่งเป็นการถือครองที่ดินโดยผิดกฎหมาย ตามพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน แบ่งเป็น 2 กลุ่ม
กลุ่มที่ 1 บริษัทที่มีพฤติการณ์เป็นนอมินี จำนวน 9 บริษัท ที่ดิน 17 แปลง จำนวน 6 ไร่ 1 งาน 12.4 ตร.ว. มูลค่าประมาณ 209 ล้านบาท ศาลอนุมัติหมายจับ 40 หมายจับ หมายค้น 13 หมายค้น สามารถจับกุมตามหมายจับได้ 40 หมายเป็นผู้ต้องหาชาวไทย 27 คน ชาวต่างชาติ 11 คน (อิสราเอล 6 คน, โปแลนด์ 2 คน, สวิสเซอร์แลนด์ 2 คน, แอฟริกาใต้ 1 คน)
กลุ่มที่ 2 บริษัทที่ครอบครองที่ดิน ซึ่งมีจำนวนคนต่างชาติถือหุ้นมากกว่ากึ่งหนึ่ง จำนวน 8 บริษัท ที่ดิน 8 แปลง จำนวน 8 ไร่ 25.6 ตร.ว. มูลค่าประมาณ 290 ล้านบาท ศาลได้อนุมัติหมายค้น 6 หมาย เพื่อเข้าตรวจสอบรวบรวมพยานหลักฐานและเชิญตัวผู้เกี่ยวข้องมาทำการสอบสวนปากคำ เกี่ยวกับการถือครองที่ดินต่อไป
พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร.
ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปชก.ตร.) และหัวหน้าชุดปฏิบัติการปราบปรามคนต่างด้าวที่กระทำผิดกฎหมาย ได้กล่าวชื่นชม แนวทางการทำงานปราบปรามเครือข่ายนอมินี ของตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่ ที่ดำเนินการมาก่อนหน้านี้ต่อเนื่อง และได้ใช้องค์ความรู้การทำงานจากการทำคดีของกระบี่ ไปขยายผลปราบปรามนอมินีที่เกาะพะงัน เกิดเป็น"พะงันโมเดล" โดยทางตำรวจจะได้บูรณาการทำงานกับกรมพัฒนาธุรกิจที่การค้า และกรมที่ดิน เพื่อนำข้อมูลมาสืบสวนขยายผล เครือข่ายต้องสงสัยทุนนอมินี ไม่ว่าผลของคดีจะออกมาอย่างไร เจ้าหน้าที่ยังคงดำเนินการต่ออย่างเข้มข้น ส่วนการควบคุมตัวผู้ต้องหาขอให้ดำเนินการตามระเบียบไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือคนต่างชาติ หากได้รับการประกันตัวแล้วขอให้ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองได้ติดตามตัวต่อเพื่อ เก็บรายละเอียดให้รัดกุม และเชื่อมั่นว่า แนวทางการดำเนินคดีกับทุนนอมินีของจังหวัดกระบี่ ถือเป็นองค์ความรู้ต้นแบบซึ่งสามารถเป็นครู นำไปใช้ขยายผลในที่อื่นได้ต่อไป…