โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ยกเครื่อง ‘กองทุนกีฬาแห่งชาติ’ จ่อปรับโครงสร้างภาษี เพิ่มส่วนแบ่ง 'ภาษีบาป'

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ หรือ กองทุนการกีฬา เป็นกลไกสำคัญ ในการขับเคลื่อนวงการกีฬาของไทย แต่ประเด็นที่น่ากังวล คือ แหล่งเงินทุนหลักของกองทุนฯ ซึ่งได้รับจัดสรรจากภาษีบาป ในอัตรา 2% กำลังมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น และจะมีทางออกต่อเรื่องนี้อย่างไร “สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มีคำตอบ

กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ กำลังเผชิญปัญหารายได้หลักจากส่วนแบ่งภาษีบาป ลดลง

รมว.สุรศักดิ์ เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ”ว่า การพัฒนาด้านกีฬาของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระหว่างรอแยกมาจัดตั้งกระทรวงการกีฬา ภายใต้งบประมาณปี 2570 นอกจากจะจัดสรรงบประมาณของกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา มาใช้ด้านการกีฬา อยู่ที่ 5,897 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 39.2% จากกรอบงบประมาณรายจ่าย 15,061 ล้านบาท ที่ได้รับจัดสรรจากสำนักงบประมาณแล้ว

ยังมีกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ (NSDF) ซึ่งแหล่งเงินทุนหลักของกองทุนนี้ จะได้รับจัดสรรจาก ภาษีสรรพสามิต (Sin Tax) ของบุหรี่และสุราในอัตรา 2% หรือปีละประมาณ 4,000 กว่าล้านบาท แต่ปัจจุบันกำลังมีแนวโน้มได้รับการจัดสรรรายได้เข้ากองทุนลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นประเด็นที่น่ากังวล

กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ

ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2565-2568 รายได้ที่ได้รับของกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ตาม พรบ.การกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2558 มาตรา 37 จะอยู่ในระดับ 4,000 ล้านบาท แต่กำลังมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดปีงบประมาณ 2569 (1 ต.ค. 2568-31 พ.ค.2569) รายได้กองทุนกีฬา อยู่ที่ 2,864 ล้านบาท

เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่ดื่มและสูบน้อยลง อีกทั้งมูลค่าของเงินที่ลดลงตามภาวะเศรษฐกิจ ทำให้งบประมาณที่มีอยู่ไม่เพียงพอ ต่อการพัฒนาอย่างมีประสิทธิภาพ

นายกอนุทิน สั่งคลังพิจารณาปรับโครงสร้างภาษี หรือเพิ่มเปอร์เซ็นต์ส่วนแบ่งจากภาษีบาป

ล่าสุดนายกรัฐมนตรี อนุทิน ได้สั่งให้กระทรวงการคลัง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พิจารณาปรับโครงสร้างภาษี หรือเปอร์เซ็นต์ส่วนแบ่งใหม่ เพื่อให้เพียงพอต่อการพัฒนาการกีฬาในเชิงรุกที่จะเกิดขึ้น

โดยรายได้ของกองทุนกีฬา อยู่ภายใต้โครงสร้างของ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ซึ่งมีสถานะเป็นรัฐวิสาหกิจ ประธานบอร์ดกองทุนฯ คือ นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นคนเดียวกับประธานบอร์ดกกท. เพื่อให้การทำงานระหว่างกองทุนและ กกท. มีความสอดประสานกัน เพื่อสนับสนับการพัฒนากีฬาไทยสู่ระดับสากล ซึ่งหลังจากการแยกกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กองทุนกีฬาก็จะยังคงอยู่กับกกท. และย้ายไปสังกัดกระทรวงการกีฬา ที่จะจัดตั้งขึ้น

สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

ขณะที่การจัดสรรงบประมาณปี 2570 ในส่วนของกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ทางประธานกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ได้มอบนโยบายให้กองทุน จัดสรรงบประมาณให้แก่ผู้ขอรับการสนับสนุน ให้ทั่วถึงและเป็นธรรม

ขณะนี้แนวทางการดำเนินการดังกล่าวได้มีการจัดกลุ่มศักยภาพให้แก่สมาคมกีฬา เพื่อเปิดโอกาสให้กับสมาคมกีฬา เข้าถึงแหล่งทุนมากยิ่งขึ้น และให้การสนับสนุนสอดคล้องกับบทบาทและศักยภาพของแต่ละองค์กร

ทั้งการสนับสนุนสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย สำหรับนักกีฬาคนปกติ เพื่อสนับสนุนการพัฒนานักกีฬาในระดับชาติและนานาชาติ รวมถึงสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย สำหรับนักกีฬาพิการ เพื่อพัฒนานักกีฬา สร้างโอกาสความเสมอภาค และสมาคมกีฬา จังหวัด เพื่อสนับสนุนการพัฒนากีฬาในระดับพื้นที่ทั่วประเทศ เสริมสร้างรากฐานกีฬาให้เข้มแข็งและยั่งยืน

แจงยิบงบสนับสนุนด้านกีฬา ของกองทุนกีฬา

ทั้งนี้ในกองทุนพัฒนาการกีฬา จะพบว่า เงินถึงมือนักกีฬาทั้งทางตรงและทางอ้อม มากกว่า 80% ประกอบไปด้วยถึงมือนักกีฬาทางตรง ในปีงบประมาณ 2568 อยู่ที่ 688 ล้านบาท (14%) ปีงบ 2569 อยู่ที่ 1,310 ล้านบาท (31.76%) ไม่ว่าจะเป็น เงินรางวัล ทุนการศึกษา และสวัสดิการ และถึงมือนักกีฬาทางอ้อม ปีงบ 2568 อยู่ที่ 4,039 ล้านบาท (82%) ปีงบ 2569 อยู่ที่ 2,645 ล้านบาท (64%) เช่น จัดการแข่งขันระดับชาติ/นานาชาติ การเก็บตัวฝึกซ้อม เงินสนับสนุนสมาคม และการส่งแข่งขันนานาชาติ

ในช่วงปี 2568-2569 เงินจากกองทุนกีฬากว่า 80% ถูกนำไปสนับสนุนนักกีฬา ทั้งทางตรงและทางอ้อม ไม่ใช่ถูกใช้แค่ 8% ตามที่มีการเข้าใจคาดเคลื่อน พร้อมยืนยันว่าไม่มีการค้างจ่ายเงินรางวัลนักกีฬา 291 ล้านบาทแต่อย่างใด”

สำหรับการจัดสรรงบประมาณ ตามพรบ.กกท. ในปีงบประมาณ 2568 และ ปี 2569 จะแบ่งเป็น การจัดสรรตามนโยบายรัฐบาล ในปี 2568 คิดเป็นสัดส่วน 34.83% ปี 2569 คิดเป็นสัดส่วน 13.12% การเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬา ปี 2568 อยู่ที่ 9.86% ปี 2569 อยู่ที่ 7.27% กีฬาอาชีพ ปี 2568 อยู่ที่ 4.60% ปี 2569 อยู่ที่ 4.85% กีฬามวย ปี 2568 อยู่ที่ 0.61% ปี 2569 อยู่ที่ 3.15%

การสร้างกระแส ปี 2568 อยู่ที่ 1.12 % ปี 2569 อยู่ที่ 0.97% พัฒนานักกีฬาสู่ความเป็นเลิศ ปี 2568 อยู่ที่ 26.94 % ปี 2569 อยู่ที่ 29.09% สนับสนุนวิทยาศาสตร์การกีฬา ปี 2568 อยู่ที่ 2.83 % ปี 2569 อยู่ที่ 4.42% ทุนการศึกษา ปี 2568 อยู่ที่ 1.18% ปี 2569 อยู่ที่ 1.94% สวัสดิการฯ ปี 2568 อยู่ที่ 0.61% ปี 2569 อยู่ที่ 0.73% สนับสนุนเงินรางวัล ปี 2568 อยู่ที่ 12.19% ปี 2569 อยู่ที่ 29.09% พัฒนาบุคคลากรกีฬา ปี 2568 อยู่ที่ 1.30% ปี 2569 อยู่ที่ 1.38% และการบริหารงาน ปี 2568 อยู่ที่ 3.93% ปี 2569 อยู่ที่ 3.99%

เน้นส่งเสริมการกีฬา 3 ประเด็นหลัก

รมว.ท่องเที่ยวฯ ยังกล่าวต่อว่า จุดเน้นด้านการกีฬา กระทรวงฯจะมุ่งเน้น 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1.การพัฒนายกระดับศักยภาพเยาวชนด้วยกีฬา 2. มุ่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านกีฬา และ 3.การต่อยอดนักกีฬาสู่ความเป็นเลิศและอาชีพ เพื่อสร้างชื่อเสียงให้ประเทศ

ขณะที่การแยกกีฬาออกจากท่องเที่ยว คนในแวดวงกีฬา ต่างยินดีต่อแนวคิดนี้ เนื่องจากที่ผ่านมาคนในวงการกีฬา จะมีความรู้สึกว่าทรัพยากรและความคิดสร้างสรรค์ ส่วนใหญ่มักจะถูกทุ่มเทไปที่ด้านการท่องเที่ยวมากกว่า การปรับโครงสร้างครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นโอกาสสำคัญที่จะทำให้ การพัฒนากีฬาได้รับความสำคัญอย่างเต็มที่

สิ่งที่กระทรวงการกีฬา จะให้ความสำคัญกับ “วิทยาศาสตร์การกีฬา” เพราะเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนากีฬา ทั้งเรื่องของการป้องกันสุขภาพเชิงรุก เพื่อสุขภาวะของประชาชน การสร้างความเป็นเลิศ ทางการกีฬา และการสร้างรายได้และมูลค่าทางเศรษฐกิจด้านกีฬาให้กับประเทศ

การเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการแยกหน่วยงาน แต่เป็นการวางรากฐานใหม่เพื่อยกระดับวงการกีฬาไทยให้เป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างสุขภาพและเศรษฐกิจของชาติอย่างยั่งยืน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...