โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดไทม์ไลน์สหรัฐฯ – อิหร่าน โจมตีตอบโต้ หลังทรัมป์ยืนยันว่า ‘ข้อตกลงหยุดยิงสิ้นสุดแล้ว’

THE STANDARD

อัพเดต 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
เปิดไทม์ไลน์สหรัฐฯ – อิหร่าน โจมตีตอบโต้ หลังทรัมป์ยืนยันว่า ‘ข้อตกลงหยุดยิงสิ้นสุดแล้ว’

อิหร่านและสหรัฐฯ โจมตีตอบโต้กันอย่างดุเดือดในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งสัญญาณอันน่ากังวลว่า ข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวที่ทั้งสองฝ่ายร่วมลงนามกันไปเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาอาจล้มเหลว และสงครามอาจปะทุขึ้นอีกครั้ง

ประเด็นสำคัญ

  • 7 กรกฎาคม
  • 8 กรกฎาคม
  • 9 กรกฎาคม
  • 10 กรกฎาคม
  • 11 กรกฎาคม
  • 12 กรกฎาคม

ชนวนการสู้รบระลอกใหม่ปะทุขึ้นจากเหตุโจมตีเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซ หลังจากที่อิหร่านพยายามจัดตั้งระบบถาวรสำหรับการเก็บค่าธรรมเนียมในช่องแคบ และได้เตือนเรือต่างๆ ไม่ให้แล่นผ่านโดยไม่ได้รับอนุญาต

โดยกองทัพสหรัฐฯ ทำการโจมตีตอบโต้ทันที ในขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่า ข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวนั้น ‘สิ้นสุดลงแล้ว’ และเขาไม่อยากเจรจากับอิหร่านอีก

ส่วนอิหร่านก็ประกาศกร้าวว่า “จะตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯ อย่างรุนแรง”

และนี่คือไทม์ไลน์ความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจนถึงตอนนี้

7 กรกฎาคม

กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่าน โจมตีเรือพาณิชย์ 3 ลำในช่องแคบฮอร์มุซ ใกล้กับโอมาน ซึ่งรวมถึงเรือบรรทุกก๊าซธรรมชาติเหลวของกาตาร์

โดยอ้างว่าเรือทั้ง 3 ลำใช้เส้นทางเดินเรือที่ไม่ได้รับอนุญาต

การโจมตีเกิดขึ้นในขณะที่การจราจรทางน้ำผ่านช่องแคบฮอร์มุซค่อยๆ เพิ่มขึ้นภายหลังการลงนามข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน โดยรัฐบาลอิหร่านยืนกรานที่จะควบคุมเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบ

สถานการณ์ทวีความตึงเครียดอย่างรวดเร็ว กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) เดินหน้าปฏิบัติการโจมตีตอบโต้ และประกาศว่าได้ทำการโจมตีเป้าหมายของอิหร่านมากกว่า 80 เป้าหมาย รวมถึงเรือเล็กของ IRGC มากกว่า 60 ลำ เพื่อตอบโต้ที่อิหร่านโจมตีเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซ

ขณะเดียวกันรัฐบาลสหรัฐฯ ได้มีคำสั่งยกเลิกการยกเว้นมาตรการคว่ำบาตรที่อนุญาตให้อิหร่านขายน้ำมันได้ภายใต้ข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว

สื่อทางการอิหร่านรายงานว่า สหรัฐฯ ได้โจมตีไปยังพื้นที่พลเรือนเช่นท่าเรือและหอส่งสัญญาณโทรคมนาคมในเกาะเกชม์ เมืองบันดาร์อับบาส และเมืองซีริกของอิหร่าน ซึ่งส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บหลายราย

ขณะที่ IRGC ประกาศว่าได้โต้กลับ ด้วยการโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ 85 แห่ง ในบาห์เรนและคูเวต เพื่อตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯ โดยหัวหน้าผู้แทนเจรจาของเตหะรานประกาศว่า “ยุคแห่งการข่มขู่และการรีดไถสิ้นสุดลงแล้ว”

8 กรกฎาคม

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ตอบคำถามผู้สื่อข่าวก่อนร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำ NATO ที่ตุรกี โดยชี้ว่า MOU หรือบันทึกความเข้าใจในการหยุดยิงชั่วคราวระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ‘สิ้นสุดลงแล้ว’

“สำหรับผม ผมคิดว่ามันจบแล้ว ผมไม่อยากเจรจากับพวกเขาอีก” ทรัมป์ กล่าว แต่ชี้ว่าการเจรจายังสามารถเดินหน้าต่อไปได้

ทรัมป์ เผยว่า สหรัฐฯ มีแนวโน้มที่จะโจมตีอิหร่านอย่างหนักอีกระลอก หลังจากที่อิหร่านทำการโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในบาห์เรนและคูเวต แต่ยืนยันว่าเขาไม่คาดหวังว่า สถานการณ์จะเลวร้ายถึงขั้นกลับไปสู่ ‘สงครามเต็มรูปแบบ’

9 กรกฎาคม

IRGC ประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซหลังจากได้โจมตีเรือบรรทุกสินค้าอีกลำหนึ่งโดยอ้างว่าใช้เส้นทางที่ไม่ได้รับอนุญาต

ขณะที่รัฐบาลเตหะรานให้คำมั่นว่าจะตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯ อย่างรุนแรง

10 กรกฎาคม

ทรัมป์ ประกาศคำขู่ว่าจะโจมตีอิหร่านเพิ่มเติม โดยกล่าวว่า เป็นการตอบโต้ต่อเสียงเรียกร้องให้สังหารเขาที่เกิดขึ้นในระหว่างพิธีศพของอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุดของอิหร่าน

11 กรกฎาคม

ช่วงคืนวันเสาร์ ทางการอิหร่านประกาศว่า ได้ปิดเส้นทางน้ำในช่องแคบฮอร์มุซ หลังจากยิงปืนเตือนไปโดนเรือลำหนึ่งที่แล่นในเส้นทางที่ไม่ได้รับอนุญาต

อิหร่านและโอมานได้หารือกันเกี่ยวกับการรับประกันความปลอดภัยในการผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่สหรัฐฯ ยืนยันว่าเส้นทางน้ำนี้ต้องเปิดให้เรือเดินทะเลใช้ได้ต่อไป

สื่อทางการอิหร่าน รายงานว่ามีการโจมตีทางอากาศและเสียงระเบิดดังขึ้นทางภาคใต้ของอิหร่าน รวมถึงเมืองบูเชห์และบันดาร์อับบาส

CENTCOM ประกาศว่ากองทัพสหรัฐฯ ได้โจมตีเป้าหมายทางทหารของอิหร่าน 140 แห่งในช่วงวันเสาร์ และตลอด 3 วันที่ผ่านมา โจมตีไปมากกว่า 300 แห่ง โดยเป็นการโจมตีเพื่อลดทอนความสามารถของอิหร่านในการโจมตีพลเรือนและเรือพาณิชย์ที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

ขณะที่ IRGC ประกาศว่าได้โจมตีตอบโต้ไปยังหลายเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับสหรัฐฯ ในประเทศอ่าว รวมถึงโรงเก็บโดรนในจอร์แดน, สถานีเรดาร์ของสหรัฐฯ และระบบยิงจรวดในคูเวต และฐานสนับสนุนและเติมเชื้อเพลิงเรือบรรทุกเครื่องบินของสหรัฐฯ ในโอมานตลอดจนศูนย์ซ่อมบำรุงเครื่องบินเจ็ตในกาตาร์

การโจมตีของอิหร่านระลอกล่าสุดนี้ ถือเป็นการยกระดับทั้งในด้านความเร็วและขอบเขต โดยการโจมตีไปยังกาตาร์ ซึ่งที่ผ่านมาเป็นหนึ่งผู้ไกล่เกลี่ยในการเจรจาหยุดยิงและไม่ถูกโจมตีมาตั้งแต่เดือนเมษายน ส่งผลมีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 3 คน จากสะเก็ดระเบิดที่เกิดจากการโจมตี ซึ่งทางการกาตาร์ออกแถลงการณ์ว่าอิหร่าน ‘ต้องรับผิดชอบทางกฎหมายอย่างเต็มที่’ ต่อการโจมตีที่เกิดขึ้น

ด้านสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งไม่ถูกโจมตีมาตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคม ประกาศว่าระบบป้องกันภัยทางอากาศของตนได้ทำการสกัดกั้นขีปนาวุธและโดรนจากอิหร่าน

ส่วนโอมานได้เรียกตัวเอกอัครราชทูตอิหร่านเพื่อประท้วงการโจมตีด้วยโดรนที่เกิดขึ้น และสถานทูตสหรัฐฯ ในโอมานได้แจ้งให้พลเมืองสหรัฐฯ ในหลบอยู่ในที่ปลอดภัยแล้ว

12 กรกฎาคม

กองทัพสหรัฐฯ และอิหร่าน ยังคงแลกเปลี่ยนการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนอย่างหนัก โดยเตหะรานได้โจมตีเป้าหมายของสหรัฐฯ ในประเทศต่างๆ ทั่วอ่าวเปอร์เซีย และประกาศว่าได้ปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง

ทิม ฮอว์กินส์ โฆษก CENTCOM กล่าวกับ CNN ว่า เครื่องบินรบของสหรัฐฯ ได้ทำการยิงสกัดขีปนาวุธและโดรนของอิหร่าน ขณะที่ประธานาธิบดีทรัมป์ ให้สัมภาษณ์ Reuters เกี่ยวกับปฏิบัติการการโจมตีอิหร่านในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยยืนยันว่า “เรากำลังเล่นงานพวกเขาอยู่”

ทางด้านสื่ออิหร่านรายงานว่า มีการโจมตีด้วยขีปนาวุธและการระเบิดรอบๆ เมืองท่าซีริกและบันดาร์อับบาส ซึ่งเป็นที่ตั้งของฐานทัพในช่องแคบฮอร์มุซ และเกาะเกชม์ที่อยู่ใกล้เคียง

ทั้งนี้ ความรุนแรงที่เกิดขึ้นล่าสุด ก่อให้เกิดคำถามเกี่ยวกับอนาคตของข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ลงนามเมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซและยุติสงคราม ภายหลังจากการเจรจาในช่วงเวลา 60 วันหลังลงนามข้อตกลง

ภาพ :Social Media/via REUTERS

อ้างอิง:

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...