Masters of the Universe รีวิว | นักรบเจ้าจักรวาลผู้รักบ้านเกิด กับการกลับมาของ He-Man ที่ทั้งกาว ทั้งมันส์ สะใจแฟนยุค 80s!
LSA Thailand
อัพเดต 07 มิ.ย. เวลา 23.46 น. • เผยแพร่ 07 มิ.ย. เวลา 16.46 น. • Lifestyle Asia Thailand“He-Man” เป็นตัวละครที่โด่งดังจากในยุค 80 และถ้าใครตอบโตในยุค 90 กลาง ๆ ก็คงจะร้องเพลงของ แร็พเตอร์ อย่าง “ซูเปอร์ฮีโร่” ที่มีการพูดถึง ฮีโร่ตัวนี้ด้วย แต่ถ้าเป็นยุคอินเตอร์เน็ตเฟื่องฟู ก็คงต้องเป็นมีมต่าง ๆ อ่านจะเคยเห็นผ่านตา ซึ่งตัวละคร He-Man ก็ได้เตรียมกลับมาโลดแล่นบนจอยักษ์อีกครั้งกับ “Masters of the Universe” หรือชื่อภาษาไทย“นักรบเจ้าจักรวาล” ที่ดูเหมือนว่ากระแสต่างจากหนังเรื่องนี้จะเสียงตอบรับที่ดีไม่น้อย
Related articles
หนังเข้าใหม่ น่าดู ประจำเดือนมิถุนายน 2026
The Sheep Detectives รีวิว | แกะนักสืบ กับความสนุกที่ “เกินความคาดหมาย”
Spoiler Alert!!! Masters of the Universe (อาจมีการเปิดเผยเนื้อหาบ้างแต่ไม่ถึงขั้นเปิดทุกอย่าง) Lifestyle Asia rating: 4/5
ประเภท: ตลก, ครอบครัว, สืบสวน
นักแสดงนำ:
- Nicholas Galitzine รับบท Adam
- Camila Mendes รับบท Teela
- Idris Elba รับบท Duncan
- Jared Leto รับบท Skeletor
- Alison Brie รับบท Evil-Lyn
- Charlotte Riley รับบท Queen Marlena
ผู้กำกับ: Travis Knight
เวลา: 2 ชั่วโมง 20 นาที
ดูได้ที่ไหน: ทุกโรงภาพยนตร์
ดูได้เมื่อไหร่: 3 มิถุนายน 2026
สิ่งที่เราชอบ Masters of the Universe
น่าจะพูดได้ว่า Masters of the Universe หรือ นักรบเจ้าจักรวาล ฉบับปี 2026 ถือเป็นภาพยนตร์ไลฟ์แอกชันที่ได้ปลุกผีแฟรนไชส์ระดับตำนานของเล่นแอ็กชันฟิกเกอร์ยุค 80s อย่าง He-Man ให้กลับมาโลดแล่นบนจอเงินอีกครั้ง หลังจากมีข่าวเปลี่ยนทั้งสตูดิโอและเปลี่ยนผู้กำกับ จนคิดว่าอาจจะแท้งจนไม่ได้ทำเสียแล้ว
อย่าว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลย ตอนเห็นตัวอย่างหนังเวอร์ชัน 2026 ครั้งแรก ไอเราดันไปนึกถึง “Thor” ของฝั่ง Marvel Studios เพราะดูเหมือน Lore ทุกอย่างของหนังมันไปทางนั้นกันหมด ไม่ว่าจะการผสมผสานระหว่างโลกเวทมนตร์ ยุคโบราณ บวกรวมกับเทคโนโลยีล้ำๆ มาขยำรวมกัน ยังไม่นับเรื่องความเป็นเทพนั้นเทพนี้อีก ซึ่งแน่นอนมันไม่มีทางเหมือนกันอยู่แล้ว อาจจะเพราะแค่ภาพจำเราไปทางนั้นมากกว่านี้
ตัว He-Man ทีรับบทโดย นิโคลัส กาลิตซีน (Nicholas Galitzine) ที่พี่แกเพิ่งโผล่หน้าในภาพยนตร์ The Sheep Detectives ที่รับบทเป็น เจ้าชายอดัม บุรุษผู้แข็งแกร่งแห่งดาวอีเทอร์เนียแห่งปราสาทเกรย์สกัล ซึ่งเปิดเรื่องมาในวัยเด็กไม่ทันไร พวกเขาต้องเผชิญกับจอมวายร้ายอย่าง หน้าโครงกระดูกอย่าง Skeletor ที่รับบทโดย จาเร็ต เลโท (Jared Leto) ที่ทำให้ตัวละครตัวนี้มีสีสันขึ้นมาทันทีจากการแสดงของเฮียแก
และเจ้าชายอดัมก็ต้องหนีหัวซุกหัวซุนจากวายร้ายพร้อมกับดาบคู่ใจที่ปกป้องเพื่อให้กลับมามิติบ้านเกิดอีกครั้งในภายภาคหน้า แต่ก็ดันนานไปหน่อยถึง 10 กว่าปี ซึ่งในหนังก็จะทำให้เห็นว่าอีตาอดัมหมกมุ่นกับดาบที่หายไปตอนที่มาโลกเป็นอย่างมาก หรือแม้กระทั่งเล่าเรื่องจากบ้านเกิดที่ใครฟังแล้ว ไอนี่มันเพี้ยนหรือมันเป็นคนใสซื่อกันแน่ แม้กระทั่งที่ทำงานก็ชมเอ็งทำงานได้ดีนะ แต่ถ้ายังหมกหมุ่นกับดาบก็คงตกงานเอาได้ ก็คงไม่ต้องเดานะว่า เขาจะตกงานหรือไม่ตกงาน
หลังจากนั้นมีคนบอกว่ามีคนเจอดาบไม่นานพี่แกก็ต้องไปเอา หลังจากนั้นไม่นาน “ทีลา” นักรบหญิงสุดแกร่งที่เคยเป็นเพื่อนกับพระเอกก็โผล่มาแบบงง ๆ หลังจากที่สัตว์ประหลาดของตัวร้ายโผล่มาในโลกปัจจุบัน ซึ่งแน่นอนพวกเขาก็ต้องต่อสู้เอาตัวรอดเพื่อเอาดาบกลับไปที่ อีเทอร์เนีย ให้ได้ และการผจญภัยก็สนุกสนานทั้งฉากแอกชันและความตลกหน้าตายที่ปล่อยกันทั้งเรื่อง
ก่อนอื่นในแง่ความดีงามของภาพยนตร์เรื่อง เราจะได้เห็นงานภาพและ CGI ที่ผสมผสานทั้งฉากแฟนตาซีและเทคนิค CGI ที่ลื่นไหลไปพร้อมกันอย่างลงตัว แม้กระทั่งรูปแบบการดีไซน์ชุดคอสตูมก็มีความจัดจ้านและให้ความรู้สึกเหมือนหลุดออกมาจากหนังสือการ์ตูนหรือเวทีแฟนตาซีฟอร์มยักษ์ และตัวหนังเองไม่ได้มาทางสมจริงสมจัง หรือมาทางดรามา อะไรมากมาย เพื่อเคารพที่มาที่เป็นของเล่นนั้นเอง ซึ่งไม่ต้องแปลกใจที่คุณจะได้เห็นชื่อดั้งเดิมจากของเล่นทั้ง Battle Cat , Skeletor, Man-At-Arms และ Evil-Lyn พร้อมทั้งใส่มุกตลกโปกฮาและบทพูดที่ดูแบบ “อิหยังว่ะ” เช่น ชุดของพระเอกที่ดูแบบโบราณ พี่ก็เล่นตัวเอง หรือเขินที่พูดประโยคแบบ “I have a power” อะไรแบบนั้นเป็นต้น ถึงกระนั้นบางมุกเราก็อาจจะไม่ได้เข้าใจมากนัก ด้วยความที่เป็นหนังจากฮอลลีวูด
ส่วนการแสดงของแต่ละคนก็จะมีความหลุดโลกและเบียว ๆ พอสมควร ไม่ว่าจะดีหรือฝั่งร้าย แต่ขอชื่นชมการแสดง จาเร็ต เลโท ที่รับบท Skeletor ที่พี่แกเป็นตัวร้ายที่แบบไม่ค่อยจะมีมิติอะไรมาก ก็ทำให้ดูน่าสนใจขึ้นมาได้ ทั้งฉากพูดและสีหน้าท่าทางแบบ กูเป็นตัวร้ายที่จะยึดครองจักรวาล แต่ก็ดันมีมุมน่ารักและประหลาด ๆ โผล่มาให้ได้อมยิ้มกันไป
เรียกได้ว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นหนังสไตล์ป็อปคอร์นที่ดูง่าย ย้อนวัย และพยายามสร้างรากฐานสำหรับเฟรนไชส์ในอนาคตที่ดูเหมือนว่ามีแนวโน้มออกมาในทิศทางที่ดีไม่น้อย
สิ่งที่เราไม่ชอบ
จุดสังเกตของหนังเรื่องนี้ พอทุกอย่าง พยายามทำให้ดูง่าย ก็ทำให้บทของตัวละครดูอ่อนเกินไปในบางครั้ง จนขาดความจริงจังเกินไปสำหรับคอหนังอย่างเรา ส่วนเหล่าแฟนเดนตายจากหนังเรื่องนี้ก็คงจะไม่มีอะไรให้ตำหนิมากนัก
เรื่องย่อ Masters of the Universe
Masters of the Universe (2026) บอกเล่าเรื่องราวแฟนตาซีผจญภัยของ เจ้าชายอดัม (Prince Adam) มกุฎราชกุมารแห่งมิติดาวอีเทอร์เนีย (Eternia) ผู้ค้นพบพลังเร้นลับและได้รับเลือกให้ครอบครองดาบศักดิ์สิทธิ์ ทำให้เขาสามารถแปลงร่างเป็น He-Man บุรุษที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี เพื่อร่วมมือกับกลุ่มพันธมิตรนักรบอย่าง ทีลา (Teela) ในการปกป้องความลับอันทรงพลังของปราสาทเกรย์สกัล (Castle Grayskull) จากการรุกรานของจอมวายร้ายหน้าโครงกระดูก สเกเลทอร์ (Skeletor) และกองทัพมนตร์ดำที่หมายจะยึดครองจักรวาล ซึ่งตัวภาพยนตร์ในเวอร์ชันนี้เป็นการตีความใหม่ที่ยังคงกลิ่นอายความคลาสสิกสไตล์ Retro-Futurism ยุค 80s เอาไว้ได้อย่างจัดจ้านและเปี่ยมด้วยสีสัน
อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับ ไลฟ์สไตล์คนเมือง ร้านอาหารเด็ดดัง แฟชั่นล่าสุด สุขภาพ และความงาม พร้อมกับ เรื่องราวทางวัฒนธรรมต่าง ๆ ได้ที่ Lifestyle Asia
Hero & Featured Photo Credit: Sony Pictures UK via Website
Note : The information in this article is accurate as of the date of publication.