โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

เตรียมนำร่าง "น้ององุ่น" ประกอบพิธีทางศาสนา หลัง ตร.ภาค 7 ปิดคดีสลด

Amarin TV

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
เตรียมนำร่าง

เตรียมนำร่าง "น้ององุ่น" ประกอบพิธีทางศาสนา หลัง ตำรวจภาค 7 ปิดคดีสลด ฆาตกรตัวจริงคือคนใกล้ตัว

จากคดีเด็กหญิงหายตัวไปในพื้นที่ อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ที่สร้างความกังวลให้กับครอบครัวและคนในชุมชนตลอดหลายวันที่ผ่านมา ล่าสุดตำรวจภูธรภาค 7 สามารถคลี่คลายคดีได้ภายใน 1 สัปดาห์ ก่อนพบว่าผู้ก่อเหตุไม่ใช่บุคคลภายนอก แต่กลับเป็นบุคคลใกล้ชิด ขณะที่ ตำรวจ เตรียมนำร่างน้ององุ่น กลับมาประกอบพิธีทางศาสนา

ผลการสืบสวนของเจ้าหน้าที่นำไปสู่การจับกุมเยาวชนอายุ 13 ปี และ 17 ปี หลังพบพยานหลักฐานเชื่อมโยงกับการเสียชีวิตของ "น้ององุ่น" เด็กหญิงวัย 7 ขวบ ที่หายตัวไปจากบ้านพักในพื้นที่บ้านทิโคร่ง ตำบลปรังเผล อำเภอสังขละบุรี ที่หายตัวไปตั้งแต่วันที่ 30 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

เมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา ตำรวจพร้อมทีมสหวิชาชีพคุมตัวเยาวชนที่ก่อเหตุ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพและชี้จุดที่เกี่ยวข้องกับคดี

โดยมีการปิดกั้นพื้นที่ไม่ให้บุคคลหรือสื่อมวลชน เข้าบันทึกภาพการทำแผน เนื่องจากผู้ก่อเหตุยังเป็นเยาวชน ซึ่งใช้เวลาไม่นานก่อนคุมตัวส่งศาลเด็กและเยาวชน

จากหลักฐานและการสอบปากคำคนใกล้ชิด รวมถึงคนในหมู่บ้าน นำมาสู่การจับกุมผู้ก่อตเหตุ คดีผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ระบุว่า จากการสอบสวนพบว่า เหตุการณ์เริ่มต้นจากความขัดแย้งที่เกิดขึ้นภายในบ้าน ก่อนนำไปสู่การกระทำที่ทำให้น้ององุ่นเสียชีวิตจากภาวะขาดอากาศหายใจ ซึ่งคาดว่าเสียชีวิตในเวลา 13 นาฬิกา ซึ่งเป็นช่วงที่น้ององุ่นหายออกจากบ้าน

หลังเกิดเหตุ ผู้ก่อเหตุได้นำร่างของเด็กไปอำพรางภายในบ้าน ก่อนจะเคลื่อนย้ายด้วยรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง (รถซาเล้ง) ไปทิ้งอำพรางในพื้นที่ป่าภายในหมู่บ้าน เพื่อให้เข้าใจว่าเด็กหายตัวไปหรือพลัดหลง

ตลอดหลายวันของการสืบสวน เจ้าหน้าที่ต้องเผชิญข้อจำกัดหลายด้าน เนื่องจากพื้นที่โดยรอบจุดเกิดเหตุเป็นชุมชนชนบทและพื้นที่ป่า ไม่มีกล้องวงจรปิดที่สามารถบันทึกเหตุการณ์หรือเส้นทางการเคลื่อนย้ายได้ ทำให้ชุดสืบสวนต้องอาศัยการสอบปากคำบุคคลในชุมชน ควบคู่ไปกับการตรวจสอบพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ และข้อมูลทางเทคนิค

หนึ่งในหลักฐานสำคัญที่นำไปสู่การคลี่คลายคดี คือ ข้อมูลจากโทรศัพท์มือถือของบุคคลในพื้นที่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตรวจพบประวัติการค้นหาข้อมูล ในลักษณะที่เกี่ยวข้องกับความผิดทางกฎหมายของเยาวชนในคดีฆาตกรรม หลังวันเกิดเหตุไม่นาน

ข้อมูลดังกล่าวถูกนำมาเปรียบเทียบกับพยานหลักฐาน และไทม์ไลน์ของบุคคลที่อยู่ภายในบ้าน ในช่วงเวลาที่น้ององุ่นอยู่บ้าน พร้อมเยาวชนที่ก่อเหตุ จนนำไปสู่การสอบปาคำเยาวชน และให้การรับสารภาพ

เจ้าหน้าที่ได้ใช้มาตรการคุ้มครองสิทธิเด็กและเยาวชนตามกฎหมาย โดยปกปิดตัวตนของผู้ต้องหาและจำกัดการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล เนื่องจากทั้งสองคนยังอยู่ภายใต้กระบวนการยุติธรรมสำหรับเด็กและเยาวชน

พนักงานสอบสวนจะดำเนินการร่วมกับนักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ และสหวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง ตามกระบวนการของศาลเยาวชนและครอบครัว

ส่วนร่างของน้ององุ่น ตำรวจภูธรภาค 7 อยู่ระหว่างหารือกับครอบครัว ในการส่งร่างน้ององุ่น สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เบื้องต้นจะมีการเคลื่อนร่างมาประกอบพิธีทางศาสนาที่วัดลิเจีย อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...