โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Presenteeism เมื่อชีวิตส่วนตัวกระทบการทำงาน ถอดวิธีรับมือให้โปรเมื่อใจไม่พร้อม

THE STANDARD

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
Presenteeism เมื่อชีวิตส่วนตัวกระทบการทำงาน ถอดวิธีรับมือให้โปรเมื่อใจไม่พร้อม

พฤติกรรมฝืนมาทำงาน หรือ Presenteeism คือการที่พนักงานแบกความเศร้าจากเรื่องส่วนตัวมาฝืนทำงานจนสมองล้า ข้อมูลจาก Harvard Business Review ระบุว่าภาวะนี้สร้างความเสียหายให้องค์กรมากกว่าการลาหยุดถึง 10 เท่า องค์กร ผู้นำ และคนทำงาน ควรทำความเข้าใจว่านี่คือสภาวะทางใจหนึ่งของมนุษย์ และเรียนรู้วิธีประคองทั้งจิตใจและหน้าที่การงานให้เดินหน้าต่อไปได้

🟡 ภาวะมาทำงานแต่ใจแตกสลายคืออะไร

Presenteeism อาการนี้ไม่ใช่แค่ความขี้เกียจ แต่มันคือกลไกทางสมองที่กำลังรับมือกับความสูญเสีย

วิทยาศาสตร์ทางสมองยืนว่ามนุษย์ไม่สามารถสับสวิตช์ปิดความเจ็บปวดได้ เมื่อเราพยายามฝืนกดทับแผลใจ สมองส่วนที่ใช้ประมวลผลและตัดสินใจจะทำงานช้าลง ร่างกายอาจจะนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน แต่สมาธิหลุดลอยไปแล้ว ซึ่งข้อมูลจาก Harvard Business Review ตอกย้ำว่าภาวะนี้ส่งผลเสียต่อการทำงานรุนแรงกว่าการที่พนักงานลาหยุดพักผ่อนไปเลยถึง 10 เท่า

🟡 ฝืนทำงานทั้งที่ใจพังสร้างความเสียหายได้แค่ไหน

ลองนึกภาพตามว่าคุณเพิ่งเลิกกับแฟนที่คบมาสิบปีเมื่อคืน เช้าวันต่อมาคุณต้องมานั่งพรีเซนต์โปรเจกต์สำคัญให้ลูกค้าฟัง ร่างกายคุณยืนอยู่ตรงนั้นแต่สมองคุณเบลอไปหมด พิมพ์ตัวเลขผิดพลาดและตอบคำถามตะกุกตะกัก

นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงกับคนทำงานทั่วโลก สถาบัน The Grief Recovery Institute ประเมินตัวเลขความสูญเสียทางเศรษฐกิจของบริษัทในสหรัฐอเมริกาที่เกิดจากการฝืนทำงานทั้งที่จิตใจพังทลายไว้สูงถึง 225.8 พันล้านดอลลาร์ต่อปี ปัญหานี้ลามไปถึงระดับผู้บริหารระดับสูง สถาบันเดียวกันยังพบว่าผู้บริหารระดับจัดการถึง 85% ยอมรับว่าการตัดสินใจงานของตัวเองแย่ลงมากในช่วงที่เจอมรสุมชีวิตส่วนตัว และนำไปสู่ความสูญเสียทางการเงินของบริษัทจริงๆ

🟡 มืออาชีพเศร้าได้ไหม เสียใจผิดหรือเปล่า

โลกการทำงานยุคเก่าชอบสอนให้เราแยกเรื่องส่วนตัวออกจากเรื่องงานให้ขาด พอตอกบัตรเข้าออฟฟิศปุ๊บก็ต้องยิ้มรับบทคนเก่งทันที ซึ่งแน่นอนว่าเป็นไปไม่ได้ตลอดเวลาหรอก

ความเป็นมืออาชีพในยุคนี้จึงเปลี่ยนความหมายไปสู่การบริหารความคาดหวังให้เป็น ถ้ารู้ตัวว่าโฟกัสไม่ได้เต็มร้อย การเดินไปบอกทีมตรงๆ เพื่อหาทางออกร่วมกันคือความรับผิดชอบขั้นสูงสุดที่คนทำงานพึงมี เพื่อป้องกันไม่ให้ความผิดพลาดของตัวเองไปกระทบภาพรวมของบริษัท

🟡 คนทำงานอย่างเราควรรับมือกับเรื่องนี้อย่างไร

เมื่อความเปราะบางเป็นเรื่องธรรมชาติ นี่คือแนวทางที่ช่วยให้เราผ่านช่วงเวลาแย่ๆ ไปได้โดยไม่เสียงาน

🔸 พนักงานควรประเมินความพร้อมของตัวเองก่อนเป็นอันดับแรก หากรู้สึกว่าสมองตื้อจนทำเรื่องสำคัญพลาด ให้สื่อสารกับหัวหน้าด้วยการเน้นไปที่ผลกระทบของงาน เช่น ช่วงนี้มีปัญหาส่วนตัวหนักมาก อาจจะโฟกัสงานได้ไม่เต็มที่ ขออนุญาตสลับโปรเจกต์ชั่วคราวหรือขอทำงานที่บ้านสักระยะ

🔸 หัวหน้างานควรเน้นการรับฟังเพื่อทำความเข้าใจ ไม่ต้องพยายามเป็นไลฟ์โค้ชแก้ปัญหาชีวิตให้ลูกน้อง แค่สร้างพื้นที่ปลอดภัยให้พวกเขารู้สึกว่าบริษัทพร้อมสนับสนุน

🔸 องค์กรต้องออกแบบความยืดหยุ่นให้เป็นสวัสดิการพื้นฐาน รายงานจาก Businessolver ชี้ว่าพนักงาน 92% พร้อมจะอยู่กับบริษัทต่อไปหากองค์กรมีความเห็นอกเห็นใจในช่วงวิกฤตชีวิต การให้เวลาพนักงานไปพักฟื้นใจคุ้มค่ากว่าการปล่อยให้เขาหมดไฟจนลาออกแล้วต้องเสียเงินจ้างคนใหม่มาแทนที่

การอนุญาตให้ตัวเองเศร้าและพักผ่อนในวันที่โลกใจร้ายไม่ได้แปลว่าคุณเป็นคนไม่เก่งหรือขาดความรับผิดชอบ แต่คือการแสดงความเคารพต่อความรู้สึกของตัวเองในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง การกล้าสื่อสารความเจ็บปวดออกมาอย่างซื่อตรงคือเกราะป้องกันชั้นดีที่ช่วยประคองทั้งจิตใจและหน้าที่การงานให้เดินหน้าต่อไปได้ ขอแค่จำไว้ว่างานที่ดีคือตัวเราที่ยังมีชีวิตและจิตใจที่แข็งแรงพร้อมสู้ต่อ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...