โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จับตา ‘ซัมมิตทรัมป์-สี’ ทำให้จีนตัดสินใจซื้อพลังงานสหรัฐฯเพิ่มขึ้นหรือไม่ ท่ามกลางวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ

Manager Online

เผยแพร่ 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

(เก็บความจากเอเชียไทมส์ https://asiatimes.com/2026/05/trump-xi-summit-to-weigh-us-energy-sales-amid-hormuz-crisis/)

Trump-Xi summit to weigh US energy sales amid Hormuz crisis

by Jeff Pao

13/05/2026

พวกผู้รู้ชาวจีนกำลังถกเถียงกันว่า ปักกิ่งควรที่จะซื้อน้ำมันและก๊าซสหรัฐฯ หรือยังคงกระจายการนำเข้าจากแหล่งพลังงานในที่อื่นๆ

การเป็นหุ้นส่วนกันทางด้านพลังงาน จะเป็นรายการสำคัญที่สุดรายการหนึ่งในวาระการเจรจาหารือ เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ซึ่งเดินทางเยือนกรุงปักกิ่ง ตั้งแต่คืนวันพุธ (13 พ.ค.) จนถึงวันศุกร์ (15 พ.ค.) พบปะกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน โดยที่วอชิงตันกำลังพยายามหาทางทำให้ปักกิ่งกลับมาตกลงผูกพันซื้อหาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติอเมริกันอีกคำรบหนึ่ง

พวกเจ้าหน้าที่สหรัฐฯออกมากล่าว [1] เมื่อไม่นานมานี้ว่า ข้อตกลงที่ปักกิ่งจะซื้อพลังงานอเมริกันเพิ่มมากขึ้น เป็นเรื่องที่กำลังมีการพิจารณากันอยู่ ขณะที่สงครามในอิหร่านและการปิดล้อมน่านน้ำรอบๆ ช่องแคบฮอร์มุซได้เพิ่มคำถามสดๆ ใหม่ๆ เกี่ยวกับเรื่องที่จีนมีการพึ่งพาอาศัยเส้นทางซัปพลายพลังงานจากภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างสูงลิ่วอยู่ในเวลานี้

จีนนั้นเคยนำเข้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว (liquefied natural gas หรือ LNG) คิดเป็นมูลค่า 8,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯในปี 2024 แต่ได้หยุดชะงักไปเป็นส่วนใหญ่ ภายหลังเกิดสงครามภาษีศุลกากรที่ ทรัมป์ ก่อขึ้นเมื่อเดือนเมษายน 2025

ในปี 2024 จีนยังนำเข้าน้ำมันดิบสหรัฐฯคิดเป็นปริมาณเท่ากับ 193,000 บาร์เรลต่อวัน และมีมูลค่ารวมทั้งสิ้นราวๆ 6,000 ล้านดอลลาร์ แต่ไม่ได้นำเข้าน้ำมันสหรัฐฯอีกเลยตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2025 สืบเนื่องจากมันถูกจัดเก็บภาษีศุลกากรอัตรา 20% ตั้งแต่ช่วงที่เกิดสงครามการค้าและภาษีศุลกากร โดยที่แดนมังกรชดเชยส่วนที่ขาดหายไปด้วยการลำเลียงเพิ่มมากขึ้นจากพวกประเทศอย่างแคนาดาและบราซิล

สำหรับก๊าซ LNG สหรัฐฯ ปริมาณการนำเข้าของจีนอยู่ในลักษณะผันผวนรุนแรงในระยะไม่กี่ปีหลังๆ มานี้ โดยเมื่อปี 2021 จีนนำเข้า LNG สหรัฐฯราวๆ 7.04 ล้านตัน แต่ตัวเลขนี้หล่นฮวบลงเหลือแค่ 4.15 ล้านตันในปี 2024 ขณะที่พวกบายเออร์จีนหันไปหาซัปพลายเออร์รายอื่นๆ อย่างเช่น รัสเซีย และกาตาร์ ซึ่งเสนอขายสินค้าที่คุ้มค่าคุมราคากว่า LNG ส่งมอบทันทีที่ขนส่งมาจากสหรัฐฯ

ตัวเลขนี้ไหลรูดลงอีกจนเหลือแค่ 26,000 ตันในปี 2025 หลังจากจีนประกาศจัดเก็บภาษีศุลกากรนำเข้าอัตรา 25% กับ LNG สหรัฐฯ โดยเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการตอบโต้แบบตาต่อตาฟันต่อฟันในสงครามการค้าระหว่างประเทศทั้งสอง

อย่างไรก็ตาม ในทางตรงกันข้าม การนำเข้าก๊าซอีเทน (ethane) และก๊าซโพรเพน (propane) สหรัฐฯของจีน ได้รับผลกระทบกระเทือนน้อยกว่านักหนาจากความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างสองประเทศที่กำลังเพิ่มสูงขึ้น ทั้งนี้เนื่องจากสหรัฐฯเป็นซัปพลายเออร์ก๊าซอีเทนเพียงรายเดียวของจีน และยังคงเป็นซัปพลายเออร์ก๊าซโพรเพนรายใหญ่ที่สุดของจีนในปี 2025 ก๊าซ 2 อย่างนี้เป็นวัตถุดิบสำหรับการผลิตเป็นพลาสติกชนิดต่างๆ

สหรัฐฯกำลังพยายามผลักดันจีน [2] ให้ซื้อหาพลังงานของตนมาระยะหนึ่งแล้วโดยพึ่งพาอาศัยยุทธศาสตร์ให้รางวัลและการลงโทษ (carrot-and-stick strategy) ทั้งนี้ ในด้านหนึ่ง เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา กระทรวงการคลังสหรัฐฯประกาศแซงก์ชั่นลงโทษพวกโรงกลั่นน้ำมันภาคเอกชนของจีนที่เรียกขานกันว่า โรงกลั่นน้ำมัน “กาน้ำชา” ตลอดจนพวกเรือซึ่งเกี่ยวข้องโยงใยอยู่กับ “กองเรือเงา” ( shadow fleet) ของอิหร่าน ซึ่งหมายถึงบรรดาเรือที่บรรทุกน้ำมันของอิหร่านที่เคลื่อนไหวลอยลำอยู่กลางทะเล คอยแอบขนถ่ายลงเรือผู้ซื้อเพื่อหลบเลี่ยงการถูกตรวจจับและถูกแซงก์ชั่นจากสหรัฐฯและพวกชาติพันธมิตร ขณะเดียวกันวอชิงตันยังกำลังข่มขู่คุกคามที่จะใช้มาตรการแซงก์ชั่นทางอ้อม หรือการแซงก์ชั่นขั้นที่สอง (secondary sanctions) เล่นงานธนาคารจีนทั้งหลายซึ่งช่วยเหลือการตกลงทำธุรกรรมต่างๆ อันเกี่ยวข้องกับน้ำมันอิหร่าน

เจมิสัน กรีเออร์ (Jamieson Greer) ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (US Trade Representative หรือ USTR) แถลง [3] เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคมที่ผ่านมา กล่าวหาว่า พวกบายเออร์น้ำมันอิหร่านกำลังสร้างคุณประโยชน์ให้แก่กิจกรรมการก่อการร้ายทั้งหลายของเตหะราน รวมทั้งระบุว่าเรื่องที่จีนปฏิเสธไม่ยอมปฏิบัติตามมาตรการแซงก์ชั่นต่างๆ ของสหรัฐฯ จะต้องเป็นรายการเจรจาสำคัญรายการหนึ่งในการพบปะระหว่างทรัมป์-สีในคราวนี้

ในอีกด้านหนึ่ง ทรัมป์แถลง [4] ว่ายินดีต้อนรับจีนมาซื้อพลังงานจากสหรัฐฯ ในการแถลงข่าวที่ทำเนียบขาวเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม เขาพูดถึง สี ว่าเป็น “คนยอดเยี่ยม” คนหนึ่ง และกล่าวว่าเขาเข้ากันได้ดีกับ สี

“เรายื่นข้อเสนอไปว่า เขาต้องการที่จะส่งเรือมายังสหรัฐฯ (เพื่อซื้อน้ำมันและก๊าซ) ไหม” ทรัมป์ บอก “ผมระบุลงไปว่า ส่งเรือของคุณมาที่เทกซัสสิ มันไม่ได้ไกลเท่าไหร่หรอก ส่งเรือของคุณมาที่ลุยเซียนา ส่งเรือของคุณมาที่อะแลสกา อะแลสกานะจริงๆ แล้วอยู่ใกล้มากเลยกับประเทศเอเชียจำนวนมาก คนเขาไม่ค่อยตระหนักรับรู้กันเกี่ยวกับเรื่องนี้”

ทรัมป์กล่าวต่อไปว่า สหรัฐฯกำลังทำข้อตกลง “ยอดเยี่ยม” กับเกาหลีใต้และญี่ปุ่น ซึ่งต้องสูญเสียแหล่งซัปพลายน้ำมันหลักของพวกเขาไป สืบเนื่องจากความสะดุดติดขัดในการขนส่งในช่องแคบฮอร์มุซ เขาบอกด้วยว่า ถึงแม้จีนต้องนำเข้าน้ำมัน 60% จากทางช่องแคบฮอร์มุซ แต่ สี ก็ยังคง “เคารพมาก” (โดยไม่ได้ท้าทายอย่างแข็งขันต่อมาตรการปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่านของสหรัฐฯ) ถึงแม้โลจิสติกส์ของฮอร์มุซได้รับความกระทบกระเทือนหนักจากสงครามในอิหร่าน

การตอบโต้ของปักกิ่ง

ระหว่างการแถลงข่าวประจำวันตามปกติ เมื่อ หลิน เจี้ยน โฆษกผู้หนึ่งของกระทรวงการต่างประเทศจีน ถูกผู้สื่อข่าวถามความเห็น [5] เกี่ยวกับข้อเสนอแนะของทรัมป์ที่ว่าปักกิ่งควรซื้อน้ำมันอเมริกันแทนน้ำมันอิหร่าน หลินได้ปฏิเสธที่จะให้คำตอบตรงๆ และบอกให้สื่อไปสอบถามจากพวกหน่วยงานจีนที่รับผิดชอบเรื่องนี้ดีกว่า

สำหรับพวกคอมเมนเตเตอร์ชาวจีนนั้นมีทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยและฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยเกี่ยวกับเรื่องนี้ บางรายบอกว่าภาวะสะดุดติดขัดในตะวันออกกลางเป็นการเพิ่มน้ำหนักแก่ข้อเสนอให้จีนกระจายแหล่งซัปพลายน้ำมันและก๊าซออกไปอย่างกว้างขวางขึ้นกว่าเดิม โดยรวมถึงการซื้อหาจากสหรัฐฯด้วย

คอลัมนิสต์ที่ตั้งฐานอยู่ในมณฑลหูหนานผู้หนึ่ง ซึ่งใช้นามปากกาว่า สีว์ ซานหลาง (Xu Sanlang) บอก [6] ว่า จีนได้ระงับการนำเข้าพลังงานสหรัฐฯแทบทั้งหมดในฐานะเป็นมาตรการตอบโต้ หลังจากทรัมป์หวนกลับคืนสู่ทำเนียบขาวในตอนต้นปี 2025 เขากล่าวว่าครั้งสุดท้ายที่จีนซื้อน้ำมันดิบสหรัฐฯคือในเดือนกุมภาพันธ์ 2025 ขณะที่การนำเข้า LNG หยุดลงหลังจากเดือนธันวาคม 2024

สีว์ อ้างอิงตัวเลขข้อมูลจากศุลกากรของจีน ซึ่งระบุว่า จีนนำเข้าน้ำมันดิบเป็นมูลค่าประมาณ 325,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2024 ในจำนวนนี้เป็นน้ำมันดิบสหรัฐฯเพียงแค่ 1.8% หรือราวๆ 6,000 ล้านดอลลาร์ ตัวเลขนี้ยังคงหล่นลงอีกจนเหลือศูนย์ในปี 2025

อย่างไรก็ดี คอลัมนิสต์ผู้นี้อ้างอิงข้อมูลตัวเลขของ Kpler ที่ระบุว่าในเดือนเมษายน 2026 น้ำมันดิบสหรัฐฯเกือบๆ 600,000 บาร์เรลต่อวันทีเดียวถูกขนถ่ายลงเรือบรรทุกน้ำมันซึ่งบ่ายหน้าสู่ประเทศจีน เขาบอกว่าเหตุผลหลักก็คือการที่อิหร่านเคลื่อนไหวปิดช่องแคบฮอร์มุซ และโจมตีใส่อาคารสถานที่ด้านพลังงานต่างๆ ในซาอุดีอาระเบีย, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, และกาตาร์

“เมื่อเผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้ การตอบสนองที่สมเหตุสมผลที่สุดก็คือการกระจายแหล่งจัดซื้อออกไปให้มากขึ้น” สีว์ เขียนเอาไว้เช่นนี้ “ถึงแม้สหรัฐฯคือคู่แข่งขันทางการค้าของจีน แต่สหรัฐฯนั้นมีซัปพลายพลังงานอย่างพอเพียงให้ซื้อหา ก่อนหน้านี้การซื้อพลังงานสหรัฐฯของจีนต้องสะดุดลงเนื่องจากสงครามภาษีศุลกากรในปี 2025 แต่สถานการณ์หลังจากนั้นได้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปแล้ว ความมั่นคงของซัปพลายกลายเป็นสิ่งที่มีความสำคัญยิ่งกว่าอะไรอื่นๆ”

“ทรัมป์เรียกร้องมานานให้จีนซื้อพวกผลิตภัณฑ์การเกษตร, เครื่องบิน, และผลิตภัณฑ์พลังงานอเมริกันให้มากขึ้น แต่เมื่อสงครามการค้าดุเดือดเข้มข้น จีนย่อมสามารถเพิกเฉยต่อการเรียกร้องพวกนั้น” เขากล่าวต่อ “เวลานี้ ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและความตึงเครียดของห่วงโซ่อุปทานระดับโลก ทำให้ข้อเรียกร้องซื้อหาพลังงานของทรัมป์ กลายเป็นเรื่องง่ายขึ้นสำหรับปักกิ่งที่จะยอมรับ”

เขาย้ำว่าการกลับมาซื้อพลังงานสหรัฐฯนอกจากเป็นการตอบสนองเรื่องความจำเป็นในการสร้างความมั่นคงด้านซัปพลายของจีนเองแล้ว ยังเป็นการช่วยให้ทรัมป์ “ได้หน้าได้ตา” ระหว่างการเยือนปักกิ่งของเขาอีกด้วย “มันเป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นก 2 ตัว” เขาบอก “มันเป็นการปกป้องความมั่นคงด้านพลังงานในเวลาเดียวกับที่สร้างเงื่อนไขที่เป็นผลดีสำหรับการเจรจาต่อรองระหว่างจีน-สหรัฐฯ”

แต่มีคอมเมนเตเตอร์คนอื่นๆ โต้แย้งว่า ปักกิ่งไม่ควรพึ่งพาอาศัยพลังงานสหรัฐฯอย่างล้ำลึกลงไปอีก เนื่องจากวอชิงตันใช้กำลังบังคับอย่างไม่ชอบด้วยกฎหมายมาควบคุมการส่งออกน้ำมันของพวกชาติพันธมิตรของจีน เป็นต้นว่า เวเนซุเอลา และอิหร่าน

นักเขียนซึ่งตั้งฐานอยู่ที่มณฑลเหอหนานผู้หนึ่งชี้ [7] ว่า ทรัมป์กล่าวอ้างเอาไว้ก่อนหน้านี้ในเดือนนี้ว่า สหรัฐฯกำลังได้รับ “น้ำมันปริมาณหลายร้อยล้านบาร์เรล” จากเวเนซุเอลา และกำลังจัดส่งน้ำมันดิบเหล่านั้นไปยังเมืองฮิวสตัน (รัฐเทกซัส) เพื่อทำการกลั่น

“เมื่อ 4 เดือนที่แล้ว กองทหารสหรัฐฯได้บุกจู่โจมเข้ากรุงการากัส และจับตัวประธานาธิบดีนิโคลาส มาดูโร ของเวเนซุเอลา พร้อมกับภรรยาของเขา” เขาเขียนเอาไว้เช่นนี้ “ทรัมป์จะมาพูดในตอนนี้ได้ยังไงว่าสหรัฐฯกับเวเนซุเอลาเป็นหุ้นส่วนกัน?”

นักเขียนผู้นี้บอกว่า เมื่อวันที่ 1 มีนาคมที่ผ่านมา กระทรวงการคลังสหรัฐฯยังเพิกถอนใบอนุญาตที่ให้บริษัทเชฟรอน (Chevron) ดำเนินกิจการในเวเนซุเอลาและออกใบอนุญาตใหม่ที่มีลักษณะครอบคลุม โดยให้อำนาจบริษัทสหรัฐฯต่างๆ อย่างกว้างขวาง ในการทำธุรกิจกับ เปโตรลีออส เดอ เบเนซุเอลา (Petr243;leos de Venezuela) รัฐวิสาหกิจของประเทศอเมริกาใต้แห่งนี้

“นี่มันไม่ใช่การค้าระหว่างประเทศตามปกติ นี่มันเป็นการปล้นกันอย่างโจ่งแจ้ง” เขากล่าว

เขาบอกอีกว่า สหรัฐฯยังกำลังเพิ่มแรงบีบคั้นอิหร่าน และกำลังขัดขวางเส้นทางขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ขณะเดียวกับที่กำลังเรียกร้องประเทศอื่นๆ ซื้อหาน้ำมันเวเนซุเอลาที่กลั่นในเทกซัส เขาชี้ว่า ขณะที่ราคาน้ำมันขยับขึ้นสูง น้ำมันดิบเวเนซุเอลาที่ควบคุมโดยสหรัฐฯจึงกลายเป็นสิ่งมีค่าเพิ่มขึ้น ทำให้การดำเนินการเช่นนี้มองดูเหมือนกับการใช้กำลังบังคับกันมากกว่าการร่วมมือกัน

นักเขียนซึ่งตั้งฐานอยู่ที่มณฑลเหอเป่ยผู้หนึ่ง กล่าว [8] ว่า จีนไม่มีความจำเป็นที่จะต้องซื้อน้ำมันดิบเวเนซุเอลาซึ่งกลั่นโดยสหรัฐฯ เนื่องจากแดนมังกรได้ใช้เวลาถึง 2 ทศวรรษในการสร้างสายท่อส่งเพื่อนำเข้าน้ำมันและก๊าซจากเอเชียกลาง เขาบอกว่าสายท่อส่งก๊าซเอเชียกลาง-จีน ลำเลียงก๊าซธรรมชาติปริมาณ 4.67 ล้านตันมายังจีนในเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ปีนี้ หรือเท่ากับประมาณ 79,200 ตันต่อวัน และการดำเนินการก็เป็นไปอย่างสม่ำเสมอ

เขากล่าวว่า สายท่อส่งนี้เริ่มต้นจากในเติร์กเมนิสถาน และเข้าสู่จีนโดยผ่านอุซเบกิสถาน, คาซัคสถาน, และเมืองฮอร์กอส (Horgos) ในซินเจียง โดยเส้นทางทั้งหมดอยู่บนบก ในปี 2025 จีนนำเข้าก๊าซธรรมชาติเป็นมูลค่า 8,410 ล้านดอลลาร์จากเติร์กเมนิสถาน ทำให้ประเทศในเอเชียกลางแห่งนี้กลายเป็นซัปพลายเออร์ก๊าซรายใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ของจีน รองจากรัสเซีย ซึ่งซัปพลายให้เป็นมูลค่า 9,410 ล้านดอลลาร์ เขาบอกว่าเส้นทางนี้ไม่ต้องผ่านพวกน่านน้ำที่กำลังเกิดข้อพิพาท และไม่ต้องเจอปัญหาการขนส่งล่าช้า หรือค่าประกันภัยเพิ่มสูงขึ้น สืบเนื่องจากราคาน้ำมันกำลังพุ่งพรวด

“เมื่อนำมาบวกกับ LNG นำเข้าซึ่งได้จากออสเตรเลีย, กาตาร์, รัสเซีย, และซัปพลายเออร์รายอื่นๆ แล้ว จีนจึงกำลังสร้างเครือข่ายพลังงานที่มีการกระจายตัวอย่างทรงประสิทธิภาพขึ้นมาแล้ว” เขาบอก “ไม่ว่ามหาอำนาจทางทะเลรายหนึ่งรายใดจะแข็งแกร่งขนาดไหน พวกเขาก็ไม่สามารถที่จะตัดสายท่อส่งเหล็กกล้าที่วางผ่านตลอดจากหัวใจของเอเชียกลางได้”

ยังมีคอมเมนเตเตอร์บางรายกล่าว [9] ด้วยว่า จีนสามารถเลือกที่จะเพิ่มการนำเข้าน้ำมันดิบชนิดหนักของตนจากแคนาดา ถึงแม้มันจะมีราคาแพงกว่าน้ำมันเวเนซุเอลาประมาณ 10 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลก็ตาม

เชิงอรรถ

[1] https://www.reuters.com/business/energy/trump-xi-deal-could-revive-us-energy-exports-china-2026-05-12/

[2] https://home.treasury.gov/news/press-releases/sb0472

[3] https://www.youtube.com/watch?v=1lPrIw-_73g

[4] https://www.instagram.com/reels/DX_KmIjR7Ju/

[5] https://www.mfa.gov.cn/eng/xw/fyrbt/lxjzh/202605/t20260506_11905648.html

[6] https://www.sohu.com/a/1005763424_121948396

[7] https://baijiahao.baidu.com/s?id=1864575691211688088&wfr=spider&for=pc

[8] https://baijiahao.baidu.com/s?id=1864292771389118545&wfr=spider&for=pc

[9] https://baijiahao.baidu.com/s?id=1864667400175340003&wfr=spider&for=pc

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...