โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดประตูการค้า "ยูเรเซีย" รัฐบาลเร่ง FTA ปักหมุดตลาดใหม่ หนุนส่งออกไทยโตระยะยาว

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วันนี้ (27 มิ.ย.69) นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายการทูตเศรษฐกิจเชิงรุก เพื่อเปิดตลาดใหม่ให้ผู้ประกอบการไทย กระจายความเสี่ยงด้านการส่งออก และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจในภูมิภาคที่มีศักยภาพสูง โดยเฉพาะเอเชียกลางและภูมิภาคยูเรเซีย ซึ่งกำลังก้าวขึ้นมาเป็นศูนย์กลางการค้า การลงทุน พลังงาน และการขนส่งที่เชื่อมโยงหลายภูมิภาคของโลก

แนวทางดังกล่าวเป็นการต่อยอดจากภารกิจของนายกรัฐมนตรีในการเยือนสหพันธรัฐรัสเซีย ระหว่างวันที่ 17–18 มิถุนายน 2569 ซึ่งได้ใช้เวทีการประชุมอาเซียน–รัสเซีย ผลักดันความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างอาเซียนกับภูมิภาคยูเรเซีย พร้อมยืนยันการสนับสนุนการเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทย–สหภาพเศรษฐกิจยูเรเซีย (Thai–EAEU FTA) เพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้าและการลงทุนของไทยในระยะยาว

เปิดประตูเชื่อม "ยูเรเซีย"

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สหภาพเศรษฐกิจยูเรเซีย (EAEU) ซึ่งประกอบด้วย 5 ประเทศ ได้แก่ รัสเซีย คาซัคสถาน เบลารุส อาร์เมเนีย และคีร์กีซสถาน มีประชากรรวมกว่า 180 ล้านคน และเป็นประตูสำคัญที่เชื่อมเอเชียกลาง รัสเซีย ยุโรป และจีน จึงเป็นตลาดใหม่ที่มีศักยภาพในการขยายการส่งออกของไทย และช่วยกระจายความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดเดิม

นางสาวรัชดา กล่าวว่า ความคืบหน้าล่าสุดคือการเยือนสาธารณรัฐคาซัคสถานของนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งได้หารือกับประธานาธิบดีคาซัคสถาน และเห็นพ้องยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศสู่การเป็น “หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์”

คาซัคสถาน ถือเป็นประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียกลาง และเป็นศูนย์กลางของเส้นทางขนส่ง Middle Corridor ซึ่งเชื่อมการค้าระหว่างเอเชียกับยุโรป ทำให้ไทยสามารถใช้เป็นประตูสู่ตลาดใหม่ในภูมิภาคยูเรเซียได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โดยรัฐบาลมองเห็นโอกาสความร่วมมือในหลายสาขา ทั้งอุตสาหกรรมอาหาร การแปรรูปสินค้าเกษตร โรงแรม สปาและ Wellness ตลอดจนความร่วมมือด้านพลังงาน วัตถุดิบปิโตรเคมี และแร่หายาก ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญของอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น รถยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ และอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง ที่รัฐบาลกำลังเร่งผลักดันให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตสำคัญของภูมิภาค

รุกตลาดใหม่ ลดการพึ่งพิงตลาดเดิม

นางสาวรัชดา กล่าวว่า จากนี้รัฐบาลจะบูรณาการการทำงานระหว่างกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งสร้างเครือข่ายทางเศรษฐกิจ เปิดตลาดใหม่ และดึงดูดการลงทุนจากประเทศที่มีศักยภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยมีตลาดใหม่ ห่วงโซ่อุปทานใหม่ และโอกาสการลงทุนใหม่ รองรับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก

“รัฐบาลกำลังเร่งขับเคลื่อนการทูตเศรษฐกิจเชิงรุก เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้เศรษฐกิจไทย ด้วยการเปิดตลาดใหม่ กระจายความเสี่ยงด้านการส่งออก และลดการพึ่งพาตลาดเดิมที่เผชิญข้อจำกัดจากมาตรการภาษีและกีดกันทางการค้า เป้าหมายไม่ใช่เพียงเพิ่มตัวเลขการค้า แต่คือการสร้างรายได้ สร้างงาน และสร้างโอกาสใหม่ให้ประชาชนและผู้ประกอบการไทยในระยะยาว”

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการที่รัฐบาลเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายการทูตเศรษฐกิจเชิงรุก เพื่อเปิดตลาดใหม่ให้ผู้ประกอบการไทย กระจายความเสี่ยงด้านการส่งออก และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจในภูมิภาคที่มีศักยภาพสูง โดยเฉพาะเอเชียกลางและภูมิภาคยูเรเซีย ซึ่งกำลังก้าวขึ้นมาเป็นศูนย์กลางการค้า การลงทุน พลังงาน และการขนส่งที่เชื่อมโยงหลายภูมิภาคของโลก
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...