ด่วน! ศาลสั่งคุก “วัชรพล-สุภา” 3 ปี คดีปกปิดเอกสาร “นาฬิกาหรูบิ๊กป้อม” ชี้ผิด ม.157
ด่วน! ศาลสั่งคุก “วัชรพล-สุภา” 3 ปี คดีปกปิดเอกสาร “นาฬิกาหรูบิ๊กป้อม” ชี้ผิด ม.157 ปมไม่เปิดข้อมูลตามคำสั่งศาล ก่อนยื่นประกันตัวสู้คดีชั้นอุทธรณ์
วันที่ 27 พ.ค. 2569 ที่ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีที่ วีระ สมความคิด เป็นโจทก์ยื่นฟ้องผู้บริหารและกรรมการ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) รวม 12 คน กรณีกล่าวหาว่าร่วมกันปกปิดเอกสารเกี่ยวกับการตรวจสอบการครอบครองนาฬิกาหรูและแหวนเพชรของ ประวิตร วงษ์สุวรรณ
คดีดังกล่าว โจทก์ระบุว่า จำเลยบางส่วนในฐานะกรรมการ ป.ป.ช. และผู้บริหารสำนักงาน ป.ป.ช. ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ด้วยการไม่เปิดเผยข้อมูลข่าวสารตามที่มีคำวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร และตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด ซึ่งเกี่ยวข้องกับการไต่สวนกรณี พล.อ.ประวิตร ถูกกล่าวหาว่าจงใจปกปิดทรัพย์สิน โดยเฉพาะนาฬิกาหรูและแหวนเพชรจำนวนหลายรายการ
โดยข้อมูลที่โจทก์ร้องขอให้เปิดเผย มี 3 ส่วนสำคัญ ได้แก่ รายงานการแสวงหาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานทั้งหมด ความเห็นของเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ที่รับผิดชอบคดี และรายงานการประชุมของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว
นอกจากนี้ โจทก์ยังกล่าวหาว่า จำเลยบางส่วนร่วมกันฝ่าฝืนคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด และไม่ปฏิบัติตามคำบังคับของศาลปกครองกลาง แม้ภายหลัง ป.ป.ช. จะส่งมอบเอกสารให้โจทก์ แต่กลับเป็นเอกสารที่มีการปกปิดข้อความจำนวนมากด้วยการคาดสีดำทับเนื้อหา
ระหว่างไต่สวนมูลฟ้อง โจทก์ได้ถอนฟ้องจำเลยบางราย ขณะที่ศาลมีคำสั่งประทับฟ้องเฉพาะจำเลยที่ 3 และที่ 7 ไว้พิจารณาในข้อหาปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ส่วนจำเลยรายอื่นศาลมีคำสั่งยกฟ้อง
ทั้งนี้ ศาลวินิจฉัยว่า วีระ สมความคิด เป็นผู้เสียหายโดยตรง เนื่องจากการขอข้อมูลข่าวสารดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชัน จึงมีอำนาจฟ้องคดีได้
ท้ายที่สุด ศาลพิพากษาว่า จำเลยที่ 3 และที่ 7 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ประกอบมาตรา 83 ลงโทษจำคุกคนละ 3 ปี
โดยมีรายงานว่า จำเลยที่ 3 คือ วัชรพล ประสารราชกิจ และจำเลยที่ 7 คือ สุภา ปิยะจิตติ ซึ่งภายหลังคำพิพากษา ทั้งสองได้ยื่นขอประกันตัวระหว่างอุทธรณ์ และศาลอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว โดยตีราคาหลักทรัพย์คนละ 400,000 บาท พร้อมกำหนดเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากศาล
ขณะที่ผู้สื่อข่าวพยายามติดต่อ วัชรพล ประสารราชกิจ และ สุภา ปิยะจิตติ เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงเพิ่มเติม แต่ยังไม่สามารถติดต่อได้ ณ เวลานี้