สรุปดราม่า “เครื่องตีฟองนม” ชื่อลูกสาว โดนก๊อป คาเฟ่อเมซอนสั่งระงับกระจายสินค้าแล้ว
เจ้าของแบรนด์ ALIN เปิดโปงว่าตนแพ้ประมูลคาเฟ่อเมซอน แต่กลับเจอสินค้าหน้าตาเหมือนกันเป๊ะวางใช้งานในร้าน OR ออกแถลงการณ์ยืนยันประมูลโปร่งใส และสั่งหยุดกระจายสินค้าแล้ว
คุณโอม เจ้าของแบรนด์ Alin ออกมาโพสต์คลิปผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Watunyoo Pichayanukul พร้อมข้อความว่า “แบรนด์ผมกับลูกสาวโดนก๊อปครับ” ก่อนจะเล่าย้อนที่มาของปัญหาทั้งหมด
จุดเริ่มต้น ประมูลไม่ชนะ แต่เจอสินค้าหน้าเดิมในร้าน
คุณโอมเล่าว่าตนทำแบรนด์เครื่องตีฟองนมกับลูกสาว โดยใช้ชื่อลูกสาวตั้งเป็นชื่อแบรนด์ เปิดขายมาตั้งแต่เดือนกันยายน 2566 และขายดีมาก แต่ตอนนั้นยังไม่ได้จดเครื่องหมายการค้า
จุดเปลี่ยนมาถึงในช่วงกลางปี 2568 เมื่อร้านกาแฟดังร้านหนึ่งสนใจให้ตนไปเสนอขายเครื่องตีฟองนม โดยกำหนดชื่อผลิตภัณฑ์ชัดเจน แต่ผลที่ได้กลับไม่ใช่สัญญา
พอย้อนกลับไปตรวจสอบ พบว่าบริษัทคู่กรณีชนะการประมูล เพราะเสนอราคาต่ำสุด สิ่งที่ตามมาหนักกว่านั้นคือ เขาพบว่าสินค้าที่ชนะประมูลไปกลับมีหน้าตาเหมือนกับของตัวเองแทบทุกรายละเอียด ทั้งรูปทรงเครื่อง ดีไซน์กล่อง และโลโก้
เจ้าของแบรนด์รายนี้ออกมาเปิดเผยว่า ถูกร้านกาแฟชื่อดังที่มีหลายสาขาใช้เครื่องตีฟองนมจากบริษัทอื่น ซึ่งมีลักษณะสินค้าเหมือนกัน ทั้งรูปทรงของเครื่อง ดีไซน์กล่อง และโลโก้ของแบรนด์ จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์อย่างกว้างขวาง
ส่งโนติส 3 ข้อ แต่ไม่เป็นผล
เมื่อไม่ได้รับการแก้ไข คุณโอมตัดสินใจเดินหน้าตามขั้นตอนทางกฎหมาย โดยส่งโนติสแจ้งเตือนไปยังคู่กรณี ประกอบด้วยสามข้อ ได้แก่ ให้หยุดใช้เครื่องหมายการค้า ชี้แจงจำนวนของการซื้อ และส่งหนังสือไปยังบริษัทคู่ค้าว่าสินค้านี้ผิดกฎหมาย
แต่หลังไกล่เกลี่ยสองรอบก็ยังไม่ได้ข้อสรุป คุณโอมจึงตัดสินใจเดินหน้าฟ้องร้องและเปิดเรื่องให้สาธารณะรับรู้
OR ออกแถลงการณ์ด่วน ยันประมูลโปร่งใส
บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR ในฐานะผู้บริหารแบรนด์คาเฟ่ อเมซอน ออกเอกสารชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าว ระบุว่าเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2568 OR ได้ดำเนินการจัดซื้อเครื่องปั่นมือถืออเนกประสงค์ โดยเป็นวิธีประมูลแบบประกาศเชิญชวนทั่วไป มีผู้เข้าร่วมประมูลจำนวน 3 ราย และเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2568 OR ได้ประกาศผู้ชนะการประมูล
OR ยืนยันว่าไม่มีผู้เข้าร่วมประมูลคัดค้าน และยืนยันว่ากระบวนการประมูลโปร่งใส
อย่างไรก็ตาม เมื่อร้องเรียนเข้ามาอย่างเป็นทางการ OR ก็เลือกที่จะตัดสินใจทันที เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2568 OR ได้รับหนังสือจากผู้ร้อง ระบุถึงการละเมิดเครื่องหมายการค้า ALIN และ OR จึงยุติการกระจายสินค้าเครื่องปั่นมือถืออเนกประสงค์ดังกล่าว
เรื่องนี้กลายเป็นกรณีศึกษาที่คนในแวดวงธุรกิจพูดถึงกันมาก โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการจดเครื่องหมายการค้าตั้งแต่เนิ่น ๆ เจ้าของแบรนด์ขนาดเล็กที่เปิดตัวสินค้าแล้วขายดีในทันที มักมองข้ามขั้นตอนนี้ไป
ขณะที่คดีระหว่างคุณโอมกับบริษัทคู่กรณียังอยู่ในกระบวนการทางกฎหมาย ฝั่ง OR ได้ระงับการกระจายสินค้าไปแล้ว และยืนยันว่าพร้อมให้ความร่วมมือกับทุกฝ่ายตามกระบวนการที่ถูกต้อง
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง