‘ภัณฑิล’ บี้ ‘กกต.-ดีเอสไอ’ เร่งขยายผล ‘คดีฮั้ว สว.’ ถึงผู้สั่งการตัวจริง ข้องใจเชื่อมโยงเครือข่ายการเมือง ‘เส้นทางการเงิน’
เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. 69 ที่รัฐสภา นายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม. พรรคประชาชน (ปชน.) แถลงถึงการติดตามการดำเนินการของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กรณีฮั้ว สว. ว่า การแถลงครั้งนี้มุ่งเน้นเฉพาะประเด็นการได้มาซึ่ง สว. ซึ่งสังคมตั้งข้อสงสัยมาอย่างต่อเนื่องว่า อาจมีการจัดวางกระบวนการอยู่เบื้องหลัง เนื่องจากคดีพิเศษเลขที่ 24/2568 มีผู้ต้องหา 8 รายที่ปรากฏในเอกสาร ที่อัยการส่งกลับมายังดีเอสไอ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของเครือข่าย และยังมีบุคคลในระดับผู้สั่งการ หรือหัวระบบ ที่ยังไม่ถูกเปิดเผยชื่อ
นายภัณฑิล กล่าวต่อว่า การออกมาเปิดเผยข้อมูลครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เดินหน้าตรวจสอบอย่างจริงจัง และไม่ควรให้คดีสิ้นสุด เพียงการดำเนินคดีกับบุคคลบางส่วน ทั้งนี้ในวันที่ 25 มิ.ย. นี้ อนุกรรมาธิการของ กกต. ที่ศึกษาการได้มาซึ่ง สว. จะเชิญ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชาติ (ปช.) และอดีต รมว.ยุติธรรม และเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ เข้าชี้แจงอีกครั้ง เพื่อให้ตอบข้อสงสัยว่า มีเครือข่ายใดเข้าไปแทรกแซง ครอบงำ หรือจัดวางกระบวนการเลือก สว. ทั้งระบบหรือไม่ ส่วนข้อมูลในสำนวนนั้น ในจำนวนผู้ต้องหา 8 รายแรก มี 2 รายที่ดำรงตำแหน่งเป็น สว. ปัจจุบัน ซึ่งการกล่าวถึงบุคคลดังกล่าวเป็นการอ้างอิงตามข้อมูลในสำนวน ไม่ใช่ข้อกล่าวหาส่วนตัว และทุกฝ่ายสามารถออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงได้ ซึ่งคดีนี้ถูกกล่าวถึงในฐานะคดีอั้งยี่และฟอกเงิน มูลค่าราว 400-500 ล้านบาท โดยดีเอสไอจำแนกเครือข่าย ออกเป็นหลายระดับ ตั้งแต่ผู้สั่งการ ผู้วางระบบ ผู้ปฏิบัติ ผู้ได้รับเลือกเป็น สว. ไปจนถึงผู้ทำหน้าที่ลงคะแนนสนับสนุน สะท้อนว่าผู้ต้องหา 8 รายแรกยังไม่ใช่ทั้งหมดของคดี และยังไม่ใช่ข้อยุติว่าใครกระทำผิด
“ขอตั้งข้อสังเกตว่าสำนวนคดีมีความยาวหลายพันหน้าและมีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก ทั้ง สว., นักการเมือง, ผู้ดำรงตำแหน่งฝ่ายบริหาร และบุคคลในแวดวงการเมือง แต่กลับมีการส่งตัวผู้ต้องหาเพียง 8 รายในลอตแรก จึงเป็นคำถามสำคัญว่า การดำเนินคดีจะขยายผลไปถึงผู้สั่งการตัวจริงหรือไม่” นายภัณฑิล กล่าว
นายภัณฑิล กล่าวต่อว่า ขอยกตัวอย่างข้อมูลของบุคคลบางราย ที่ถูกระบุว่ามีความเชื่อมโยงกับเส้นทางการเงิน และบุคคลทางการเมืองในพรรคแกนนำรัฐบาล ทั้งในฐานะอดีตผู้ช่วย สส., อดีตผู้สมัคร สส. และคณะทำงานรัฐมนตรี ซึ่งเห็นว่า เมื่อบุคคลที่ถูกกล่าวถึงมีความเกี่ยวข้องทางการเมืองในทิศทางเดียวกัน พรรคการเมืองที่มีชื่อเกี่ยวข้อง ควรเปิดให้มีการตรวจสอบอย่างชัดเจน
นายภัณฑิล กล่าวด้วยว่า ข้อมูลทั้งหมดนี้ยังไม่ใช่ข้อยุติว่าใครกระทำผิด แต่เป็นข้อเท็จจริงที่ควรได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียด เพราะประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่เพียงว่า ใครได้เป็น สว. แต่รวมถึงคำถามว่า ใครเป็นผู้สั่งการ ใครเป็นผู้จ่ายเงิน และการลงมติของวุฒิสภาเป็นไปโดยอิสระ ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ (รธน.) หรืออยู่ภายใต้อิทธิพลของเครือข่ายใด จึงขอยังเรียกร้องให้ดีเอสไอ เร่งขยายผลไปถึงกลุ่มผู้สั่งการ และ กกต. ต้องชี้แจงความคืบหน้าการพิจารณาสำนวนคดีฮั้ว สว. สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ต้องตรวจสอบเส้นทางการเงินและทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง และพรรคการเมืองที่มีบุคคลเกี่ยวข้องหลายระดับ ต้องแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่าจะเปิดให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงหรือไม่