โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรือหลายสิบลำแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หลังสหรัฐฯ และอิหร่าน ทำข้อตกลง

JS100

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • JS100:จส.100
เรือหลายสิบลำแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หลังสหรัฐฯ และอิหร่าน ทำข้อตกลง

บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลการเดินเรือ Kpler ระบุว่า มีเรืออย่างน้อย 172 ลำเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซนับตั้งแต่สหรัฐฯ และอิหร่านลงนามข้อตกลงเพื่อยุติสงครามเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน ซึ่งรวมถึง 42 ลำในวันเสาร์ (20 มิ.ย.69) เพียงวันเดียว แต่ยังคงต่ำกว่าค่าเฉลี่ยก่อนเกิดความขัดแย้งซึ่งอยู่ที่ประมาณ 138 ลำต่อวัน

นอกจากนี้ ยังมีเรือบรรทุกน้ำมันอิหร่านอย่างน้อย 30 ลำเดินทางออกจากอ่าวเปอร์เซีย หลังจากที่สหรัฐฯ ยกเลิกการปิดล้อมทางทะเลซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลง และกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรที่ใช้มานานหลายทศวรรษ โดยออกใบอนุญาตให้จำหน่ายน้ำมันดิบ ปิโตรเคมี และผลิตภัณฑ์น้ำมันอื่นๆ ของอิหร่านได้จนถึงวันที่ 21 สิงหาคม โดยในวันจันทร์ (22 มิ.ย.69) มีเรือบรรทุกน้ำมันอิหร่าน 5 ลำที่เคยถูกสหรัฐฯ คว่ำบาตร เดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซพร้อมน้ำมันมากถึง 4 ล้านบาร์เรล

นอกจากนี้ในวันจันทร์ ยังมีเรือบรรทุกก๊าซธรรมชาติเหลว 4 ลำ เข้าเทียบท่าเรือราสลาฟฟานของกาตาร์ และในวันอังคาร (23 มิ.ย.) มีเรือบรรทุกน้ำมัน 3 ลำและเรือบรรทุกสินค้าอีก 3 ลำเดินทางออกจากอ่าวเปอร์เซีย

การขนส่งทั้งหมดนี้ดำเนินการตามเส้นทางเหนือที่อิหร่านอนุมัติ ซึ่งผ่านน่านน้ำของอิหร่าน แทนที่จะใช้เส้นทางใต้ที่สหรัฐฯ แนะนำ ซึ่งอยู่ใกล้กับชายฝั่งของโอมาน

จากข้อมูลการติดตามเรือ พบว่าเรือบรรทุกน้ำมันกว่า 250 ลำ และเรือบรรทุกสินค้ากว่า 440 ลำ ยังคงอยู่ในอ่าวเปอร์เซีย เรือบรรทุกน้ำมันกว่าร้อยละ 80 จอดนิ่งหรือทอดสมอ

#ช่องแคบฮอร์มุซ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...