โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เร่งสำรวจประชาชนกลุ่มตกหล่นกว่า 1 ล้านราย รับสิทธิ “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569”

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
กรมการปกครองเร่งสำรวจประชาชนกลุ่มตกหล่นกว่า 1 ล้านราย รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 ย้ำฝ่ายปกครองลงพื้นที่อำนวยความสะดวกถึงบ้าน ประชาชน “กลุ่มตกหล่น” สามารถตรวจสอบรายชื่อได้ผ่าน “ระบบตรวจสอบข้อมูลตกสำรวจการได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ”

สำรวจประชาชนกลุ่มตกหล่นกว่า 1 ล้านราย รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569

คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเห็นชอบโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 โดยกำหนดให้ผู้เคยได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐในปี 2565 จำนวน 13.19 ล้านราย ยืนยันตัวตนเพื่อเข้าร่วมโครงการผ่านช่องทางที่กระทรวงการคลังกำหนด

ได้มอบหมายให้กรมการปกครอง กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ดำเนินการสำรวจและรับลงทะเบียนประชาชนกลุ่มเป้าหมายที่ยังไม่เคยได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ “กลุ่มตกหล่น” จำนวน 1,044,785 ราย ซึ่งเป็นผู้ที่ปรากฏข้อมูลจากฐานข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน (จปฐ.) ของกระทรวงมหาดไทย และระบบสมุดพกครอบครัวอิเล็กทรอนิกส์ (MSO-LOGBOOK) ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

“ระบบตรวจสอบข้อมูลตกสำรวจการได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ”

สำหรับประชาชนกลุ่มดังกล่าว สามารถตรวจสอบรายชื่อได้ผ่าน “ระบบตรวจสอบข้อมูลตกสำรวจการได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ” ของกรมการปกครอง

(https://web-app.bora.dopa.go.th/welfare/) ของกรมการปกครอง ระหว่างวันที่ 4 – 21 มิถุนายน 2569 โดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองจะลงพื้นที่สำรวจและอำนวยความสะดวกในการรับลงทะเบียน ก่อนที่กรมการปกครองจะรวบรวมข้อมูลส่งให้กระทรวงการคลังตรวจสอบคุณสมบัติ และประกาศผลผู้ผ่านเกณฑ์ในวันที่ 17 กรกฎาคม 2569

เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองลงพื้นที่เชิงรุกถึงหมู่บ้านและครัวเรือน เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชน

กรมการปกครองได้กำชับให้ที่ทำการปกครองอำเภอประสานเทศบาลทุกแห่งและเมืองพัทยา มอบหมายบุคลากรในสังกัด รวมทั้งเจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่ ลงทะเบียนขอรับสิทธิเป็น “เจ้าหน้าที่สำรวจและรับลงทะเบียนกลุ่มตกหล่นตามบัญชีรายชื่อ” ผ่านระบบภายในวันที่ 4 – 10 มิถุนายน 2569 เพื่อสนับสนุนการลงพื้นที่สำรวจเชิงรุกให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ โดยตำแหน่งนายอำเภอ ปลัดอำเภอ เจ้าหน้าที่ห้องทะเบียน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สารวัตรกำนัน แพทย์ประจำตำบล ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน รวมถึงผู้บริหารและเจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามที่กำหนด จะได้รับสิทธิเป็นเจ้าหน้าที่สำรวจโดยตำแหน่งโดยอัตโนมัติ

นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยให้ความสำคัญกับการเข้าถึงสิทธิและสวัสดิการของประชาชนอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะผู้ที่มีความเดือดร้อนและสมควรได้รับความช่วยเหลือ

“เราไม่อยากให้มีพี่น้องประชาชนตกหล่นจากการได้รับสิทธิและสวัสดิการของรัฐบาล วันนี้กรมการปกครองได้รับมอบหมายให้ลงพื้นที่สำรวจตามบัญชีรายชื่อจากฐานข้อมูล จปฐ. และข้อมูลกลุ่มเปราะบางจากกระทรวง พม. รวมกว่า 1 ล้านรายที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ เพื่อให้ทุกคนได้รับโอกาสเข้าถึงสวัสดิการของรัฐอย่างเป็นธรรม”

พร้อมย้ำว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองจะลงพื้นที่เชิงรุกถึงหมู่บ้านและครัวเรือน เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ป่วยติดเตียงที่ไม่สามารถเดินทางได้ ขอให้รอการนัดหมายจากเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ เราจะลงไปยืนยันตัวบุคคลและยืนยันสิทธิผ่านระบบของกรมการปกครองถึงบ้าน เพื่อรวบรวมข้อมูลเข้าสู่กระบวนการรับรองและส่งให้กระทรวงการคลังพิจารณาตามขั้นตอนต่อไป

นอกจากนี้ หากพบประชาชนที่มีความเดือดร้อนด้านรายได้และไม่ได้อยู่ในบัญชีรายชื่อกลุ่มตกหล่น เจ้าหน้าที่สำรวจจะรวบรวมข้อมูลและนำเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบโดยคณะกรรมการหมู่บ้านหรือชุมชน และเวทีประชาคม เพื่อรับรองรายชื่อเป็นรายบุคคลตามเกณฑ์ที่กำหนด ได้แก่ ผู้มีรายได้ไม่เกิน 40,000 บาทต่อคนต่อปี ตามเกณฑ์ จปฐ. หรือผู้มีรายได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อครัวเรือนต่อปี ตามเกณฑ์กลุ่มเปราะบางของกระทรวง พม. ก่อนบันทึกข้อมูลเข้าสู่ระบบและเสนอให้คณะกรรมการบริหารงานอำเภอ (ก.บ.อ.) ตรวจสอบ พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการให้ความช่วยเหลือตามภารกิจและอำนาจหน้าที่ต่อไป

ทั้งนี้ หลังจากดำเนินการสอบทานข้อมูลแล้วเสร็จ อำเภอจะรายงานผลต่อจังหวัด และเขตรายงานต่อกรุงเทพมหานคร พร้อมยืนยันการส่งข้อมูลผ่านระบบภายในวันที่ 21 มิถุนายน 2569 เวลา 23.59 น. เพื่อให้กรมการปกครองรวบรวมรายชื่อส่งต่อกระทรวงการคลังตรวจสอบคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

อธิบดีกรมการปกครอง ได้กำชับให้นายอำเภอลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชน ขออย่าอ้างทำงานเวลาราชการ เพราะเราเป็นข้าราชการที่ทำหน้าที่ 24 ชม. ต้องเพื่อเป็นที่พึ่งของประชาชน และทำหน้าที่เป็นตัวแทนรัฐบาลในการเข้าถึงและช่วยเหลือประชาชนถึงครัวเรือน

“เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญเกี่ยวกับสิทธิและสวัสดิการของประชาชน เมื่อประชาชนมีปัญหาหรือประสบความเดือดร้อน เรามีเจ้าหน้าที่อยู่ทุกพื้นที่ทั่วประเทศ พร้อมเข้าไปรับฟังปัญหา อำนวยความสะดวก และช่วยเหลือประชาชนถึงบ้าน เราต้องเป็นที่พึ่งให้กับประชาชนให้ได้”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...