คลัง ยันพ่อแม่มีสิทธิอุทธรณ์ทวงคืนบัตรคนจน ไม่ตรวจภาษีย้อนหลัง
ปลัดคลังยันไม่มีนโยบายตรวจภาษีย้อนหลังกรณีลูกใช้ชื่อพ่อแม่ลดหย่อนภาษีทำหลุดสิทธิ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เปิดช่องพ่อแม่ยื่นอุทธรณ์ 17-31 ก.ค. 2569 เล็งดึง ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 รองรับกลุ่มตกเกณฑ์
5 มิ.ย. 2569 นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กรณีการนำข้อมูลลดหย่อนของผู้เสียภาษีมาเป็นเกณฑ์คัดกรองผู้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ ยืนยันว่าไม่มีนโยบายในการตรวจสอบภาษีย้อนหลังสำหรับลูกที่ใช้ชื่อพ่อแม่ในการหักลดหย่อน โดยได้สั่งการกรมสรรพากรให้นำข้อมูลมาตรวจสอบดูว่า ในบรรดาผู้ที่ยื่นแบบภาษีจำนวน 11 ล้านคน มีจำนวนกี่คนที่ใช้สิทธิหักลดหย่อนค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา จากนั้นจึงนำมาเทียบกับข้อมูลว่าบิดามารดาของบุคคลเหล่านั้นถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอยู่หรือไม่
ทั้งนี้กรณีผู้ที่ใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษีแต่ไม่ได้กลับไปดูแลบิดามารดาจริง ถือว่าไม่สมควรที่จะได้รับสิทธิลดหย่อนดังกล่าวตั้งแต่แรก หากบิดามารดาถูกตัดสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพราะถูกลูกนำชื่อไปใช้หักลดหย่อนภาษี บิดามารดาสามารถใช้สิทธิยื่นอุทธรณ์ได้ โดยในกรณีที่มีการอุทธรณ์ กระทรวงการคลังจะพิจารณาฝั่งบิดามารดาเป็นหลัก เนื่องจากถือว่าเป็นเจ้าของสิทธิที่ถูกนำชื่อไปลดหย่อนภาษี
“ถ้าพ่อแม่บอกว่าไม่ได้รับเงินดูแลจากลูกเลย พ่อแม่ควรได้สิทธิบัตรสวัสดิการฯ คืน ส่วนลูกจะเสียสิทธิในการหักลดหย่อนภาษีในปีถัดไปทันที เพราะถือว่าข้อมูลไม่ตรงกับความเป็นจริง”
สำหรับเกณฑ์การคัดกรองผู้มีสิทธิถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่นี้ยังคงเดินหน้าต่อไป โดยกระทรวงการคลังจะมีการประกาศผลในวันที่ 17 ก.ค.2569 และชี้แจงรายละเอียดอย่างชัดเจนว่าบุคคลดังกล่าวถูกตัดสิทธิ์ด้วยเกณฑ์ข้อใด และในแต่ละเกณฑ์นั้น มีผู้ที่ถูกคัดกรองออกไปเป็นจำนวนเท่าใด
ทั้งนี้ ผู้ที่ถูกตัดสิทธิจะได้รับทราบข้อมูลโดยตรงด้วยว่าตนเองหลุดจากสิทธิบัตรสวัสดิการด้วยเกณฑ์ข้อใด เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและให้ผู้ที่ถูกตัดสิทธิสามารถดำเนินการยื่นอุทธรณ์ได้ตรงตามความเป็นจริง ตั้งแต่วันที่ 17-31 ก.ค.2569
“ตอนนี้สังคมควรจะถกเถียงกันว่าคนที่ใช้สิทธิหักค่าลดหย่อนพ่อแม่แต่ไม่ได้ดูแลจริงมีมากน้อยแค่ไหนและคนเหล่านี้ไม่ควรได้รับสิทธิหรือเปล่า เกณฑ์ที่ออกมาเราบอกวิธีคิดเหตุและผลให้แล้ว ตอนนี้รอดูผลลัพธ์ดีกว่าว่าวันที่ 17 ก.ค. นี้ จำนวนผู้ได้รับสิทธิจาก 13.18 ล้านคนจะเหลือเท่าไร และสุดท้ายต้องตอบสังคมได้ว่าแต่ละเกณฑ์คัดคนออกเท่าไร ผมตั้งใจไว้แบบนั้น”
นายลวรณ เน้นย้ำว่า แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงจะทำให้เกิดแรงเสียดทานอยู่บ้างแต่ขอยืนยัน 3 เรื่อง คือ
1.เกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐในรอบนี้ถูกออกแบบมาเพื่อกลุ่มคนที่ยากจนและมีความลำบากที่สุด
2.สำหรับผู้ที่มีความยากจนในระดับที่น้อยกว่ากลุ่มที่ได้รับบัตร จะได้รับความช่วยเหลือจากมาตรการรัฐอื่นๆ
3.ผู้ที่ใช้สิทธิ์หักลดหย่อนภาษี แต่ไม่ได้มีการอุปการะเลี้ยงดูจริง จะต้องถูกตัดสิทธิการลดหย่อน
ทั้งนี้ในช่วงเดือนส.ค. 2569 และก.ย. 2569 ผู้ยื่นอุทธรณ์จะยังไม่ได้รับเงินช่วยเหลือตามเดิม ซึ่งในระหว่างนี้รัฐบาลอาจมีการพิจารณาเปิดลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ซึ่งในขณะนี้ยังมีโควตาสิทธิเหลืออยู่อีกประมาณ 4 ล้านสิทธิ คาดว่าจะสามารถนำมารองรับบุคคลที่หลุดจากเกณฑ์บัตรสวัสดิการได้ อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจในเรื่องนี้จะต้องขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาลเป็นหลัก
“กระบวนการทุกอย่างจำเป็นต้องรอให้เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนก่อนว่า หลังจากการคัดกรองแล้วมีผู้ที่หลุดออกจากสิทธิจำนวนเท่าใด และเมื่อนำไปเปรียบเทียบกับกลุ่มรายชื่อใหม่ที่กระทรวงมหาดไทยสำรวจเพิ่มเติมซึ่งเบื้องต้นคาดว่ามีอยู่ราว 1 ล้านคน จากนั้นรัฐบาลจึงจะนำข้อมูลมาบริหารจัดการว่า สิ่งที่สามารถให้ความช่วยเหลือได้ภายใต้วงเงินงบประมาณที่มีอยู่นั้นสามารถทำสิ่งใดได้บ้าง”