โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นักวิชาการค้านไทยเข้ากระบวนการไกล่เกลี่ยภาคบังคับ กังขาดีลมีผลประโยชน์พลังงาน

ไทยโพสต์

อัพเดต 7 มิถุนายน 2569 เวลา 15.41 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นักวิชาการค้านไทยเข้ากระบวนการUNCLOS กังขาดีลนี้มีเรื่องผลประโยชน์พลังงานอยู่หรือไม่กางข้อมูลยังไม่มีประเทศเอกราชใดยอมให้เรื่องอธิปไตยเหนือพื้นที่ทางทะเลเข้าสู่การหาข้อสรุปโดยกรรมการไกล่เกลี่ยระหว่างประเทศยกเว้นติมอร์เลสเตในช่วงประกาศเอกราชจากอินโดนีเซีย

7 มิถุนายน 2569 - ดร.ชิดตะวัน ชนะกุล นักวิชาการจากคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่ติดตามเรื่องสถานการณ์ไทย-กัมพูชามาอย่างต่อเนื่อง โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว โดยตั้งหัวเรื่องว่า “พูดอย่างทำอย่าง? รัฐบาลลากไทย เดินตามหมากเขมร!

โดยระบุว่า ..ปัจจุบัน นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กำลังดำเนินการเพื่อนำข้อพิพาททางทะเลระหว่างไทย-กัมพูชา เข้าสู่การไกล่เกลี่ยภาคบังคับ (compulsory conciliation) ภายใต้คณะกรรมการไกล่เกลี่ย (conciliation commission) โดยการอำนวยการขององค์การสหประชาชาติ ตามที่รัฐบาลกัมพูชาต้องการ ทั้งๆ ที่ประเทศไทยมีสิทธิปฏิเสธการเข้าร่วมกระบวนการดังกล่าวรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 52 ประกอบมาตรา 3 วรรค 2 มีสาระโดยสรุปว่า คณะรัฐมนตรีมีหน้าที่พิทักษ์รักษาเขตที่ประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตย เกียรติภูมิ ผลประโยชน์ของชาติ และความมั่นคงแห่งรัฐ

ดร.ชิดตะวัน ระบุว่า การที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นำข้อพิพาททางทะเลระหว่างไทย-กัมพูชา เข้าสู่การไกล่เกลี่ยภาคบังคับภายใต้อนุสัญญาว่าด้วยกฎหมายทางทะเล (UNCLOS) นอกจากไม่เป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ในการบริหารราชการแผ่นดิน โดยยึดประโยชน์ของชาติและประชาชนเป็นสำคัญ ยังผิดแผกแตกต่างไปจากแนวปฏิบัติของประเทศอื่นๆ ที่ต้องไม่นำเรื่องอธิปไตยเหนือดินแดน/ความมั่นคงของชาติไปอยู่ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศอาทิ ในปี 2568 เพื่อรับมือกับภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้น ฟินแลนด์ โปแลนด์ และอีกหลายประเทศในยุโรป ซึ่งเคยให้สัตยาบันต่ออนุสัญญาออตตาวาที่ห้ามการใช้ทุ่นระเบิด ได้ถอนตัวจากการเป็นภาคี สอดรับกับประเทศเจริญแล้วหลายประเทศที่ไม่ได้เข้าร่วมเป็นภาคีอนุสัญญาดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็น สหรัฐอเมริกา รัสเซีย สาธารณรัฐประชาชนจีน อินเดีย เกาหลีใต้ เป็นต้น

ในกรณีกัมพูชา องค์การสหประชาชาติรายงานว่า แม้ประเทศนี้เป็นภาคีอนุสัญญาออตตาวาตั้งแต่ปี 2542 แต่พบว่ามีการใช้ทุ่นระเบิด และไม่เคยปฏิบัติตามธรรมเนียมระหว่างประเทศด้วยการถอนตัวจากอนุสัญญาดังกล่าวเลย เช่นเดียวกัน เพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาติ นอกเหนือจากการปฏิเสธไม่เข้าร่วมกระบวนการไกล่เกลี่ยภาคบังคับ หลายประเทศในโลกก็ไม่ได้เข้าร่วมเป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยกฎหมายทางทะเล (UNCLOS) อาทิ อิสราเอล สหรัฐอเมริกา เปรู ตุรกี ฯลฯ นอกจากนี้ มาตรา 317 ของอนุสัญญา กำหนดให้แต่ละประเทศที่เป็นภาคีและให้สัตยาบัน สามารถถอนตัวจากอนุสัญญาดังกล่าวได้ น่าสนใจว่า จนถึงปัจจุบันยังไม่มีประเทศเอกราชใด ยินยอมให้เรื่องอธิปไตยเหนือพื้นที่ทางทะเล เข้าสู่การพิจารณาหาข้อสรุปโดยคณะกรรมการไกล่เกลี่ยระหว่างประเทศ ยกเว้นเพียงติมอร์เลสเต เนื่องด้วยในเวลานั้น ประเทศอยู่ในสภาพอ่อนแอ และมีความจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากองค์กรระหว่างประเทศในการประกาศเอกราชจากอินโดนีเซีย

“สำหรับประเทศไทย การที่นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ อ้างว่า ข้อเสนอแนะของคณะกรรมการไกล่เกลี่ยพื้นที่ข้อพิพาททางทะเล ไม่มีผลผูกพันตามกฎหมาย จึงเป็นประเด็นที่ชวนกังขาว่า เมื่อไม่มีผลผูกพัน เหตุใดรัฐบาลจะต้องเสียเวลาและนำเงินภาษีอากรของประชาชนจำนวนมหาศาลไปใช้จ่ายเพื่อการนี้ นอกจากนี้ เนื่องจากการพิจารณาไกล่เกลี่ยใช้เวลาประมาณ 2 ปี ดังนั้น ดุลยพินิจในเรื่องนี้อาจตกอยูกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศคนใหม่ และจากสายสัมพันธ์อันดีระหว่างกลุ่มทุนพลังงานกับนักการเมืองไทย จึงมีความเป็นไปได้สูงว่าจะมีการนำมติของคณะกรรมการไกลเกลี่ยมาใช้เพื่อแสวงหาประโยชน์โดยเร็ว โดยไม่ได้สนใจว่าประเทศไทยในภาพรวมจะเสียพื้นที่ทางทะเลหรือไม่

ดร.ชิดตะวัน ระบุต่อไปว่า น่าสนใจว่า เมื่อพิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างนักการเมืองไทยกับกลุ่มทุนพลังงาน โดยเฉพาะบริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่ของฝรั่งเศสซึ่งได้ลงนามในข้อตกลงสำรวจนอกชายฝั่งกับรัฐบาลกัมพูชานับแต่ปี 2552 แต่ต้องรอพื้นที่ทางทะเลระหว่างไทย-กัมพูชามีความชัดเจน ซึ่งประจวบเหมาะกับเหตุการณ์ที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และคณะ เดินทางเยือนประเทศฝรั่งเศสเมื่อปลายเดือนพฤษภาคม 2569 โดยมีประเด็นการหารือเรื่องพลังงานและข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา อีกทั้งนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ระบุว่า จะปรึกษา“นักกฎหมายชาวฝรั่งเศส”เกี่ยวกับการไกล่เกลี่ยภาคบังคับในเรื่องพื้นที่ทางทะเลระหว่างไทย-กัมพูชา

“ จึงมีเหตุที่คนไทยควรตั้งข้อสงสัยต่อการปฏิบัติหน้าที่ของนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ในฐานะเจ้าหน้าที่ของรัฐ การที่รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล มักใช้เรื่องกฎหมายระหว่างประเทศ การได้เปรียบในเวทีนานาชาติ ฯลฯ มาเป็นข้ออ้าง โดยไม่สนใจว่า ประเทศต้องสุ่มเสี่ยงสูญเสียอธิปไตยเหนือดินแดนทั้งทางบกและทางทะเล จึงเป็นกรณีที่ไม่สอดรับกับแนวปฏิบัติของรัฐบาลประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก และอาจเข้าข่ายกระทำการที่ฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ประมวลจริยธรรมข้าราชการการเมือง พ.ศ. 2564 และเป็นความผิดร้ายแรงตามประมวลกฎหมายอาญาเรื่องความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายนอกราชอาณาจักรด้วย!”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...