โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ตร.เร่งคลี่คดีรถไฟชนรถเมล์มักกะสัน เผย แจ้งข้อหาแล้ว 3 ราย

The Reporters

อัพเดต 21 พ.ค. เวลา 09.19 น. • เผยแพร่ 21 พ.ค. เวลา 09.19 น.

ตร.เร่งคลี่คดีรถไฟชนรถเมล์มักกะสัน เผย แจ้งข้อหาแล้ว 3 ราย ‘คนขับรถไฟ - คนขับรถเมล์ - พนง.คุมไม้กั้น’ ประมาททำผู้อื่นเสียชีวิต-เจ็บสาหัส เร่งตรวจระเบียบการรถไฟประกอบสำนวน ก่อนพิจารณาแจ้งข้อหาเพิ่ม พร้อมสอบสวนรถคันอื่นที่จอดคร่อมรางเข้าข่ายผิดกฎหมายจราจรหรือไม่

วันนี้ (21 พ.ค. 69) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ต.อ.อุรัมพร ขุนเดชสัมฤทธิ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลมักกะสัน เปิดเผยความคืบหน้าคดีรถไฟชนรถเมล์ซึ่งเป็นรถไฟขนสินค้าขบวน 2126 พุ่งชนรถโดยสารประจำทางปรับอากาศสาย 206 เหตุเกิดใกล้สถานีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ มักกะสัน เมื่อเวลา 15.42 น. วันที่ 16 พ.ค.ที่ผ่านมาว่า ขณะนี้มีการแจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหารวม 3 ราย ได้แก่ พนักงานขับรถไฟ คนขับรถเมล์ และพนักงานกั้นทางรถไฟ ในข้อหา “กระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและบาดเจ็บสาหัส”

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีพบสารเสพติดในร่างกายพนักงานขับรถไฟ พ.ต.อ.อุรัมพร กล่าวว่า พนักงานขับรถไฟตรวจพบสารเสพติดในร่างกาย ขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างรวบรวมข้อกฎหมายและระเบียบของการรถไฟ เพื่อพิจารณาประกอบว่าการเสพดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ หากเข้าข่ายความผิดก็จะพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม โดยสารที่พบเป็นกัญชา

พ.ต.อ.อุรัมพร กล่าวว่า คณะพนักงานสอบสวนกำลังตรวจสอบรายละเอียดตามระเบียบของการรถไฟและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ว่ามีข้อห้ามเกี่ยวกับการเสพสารเสพติดอย่างไร ซึ่งจะแยกจากพระราชบัญญัติการจราจรทางบก เนื่องจากการรถไฟมีระเบียบเฉพาะของหน่วยงานอยู่ พร้อมระบุว่า หากพบสารแอมเฟตามีนก็จะสามารถแจ้งข้อกล่าวหาได้ทันที แต่ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานสอบสวน โดยได้ตั้งคณะทำงานสอบสวนขึ้นมาตรวจสอบรายละเอียดความผิดต่าง ๆ และหากพบว่ามีความผิดอื่นเพิ่มเติมก็จะดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาต่อไป

เมื่อถามถึงกรณีรถเมล์และรถคันอื่นจอดคร่อมรางรถไฟ จะมีการดำเนินคดีเพิ่มเติมหรือไม่ พ.ต.อ.อุรัมพร กล่าวว่า ประเด็นดังกล่าวอยู่ระหว่างการหารือของคณะพนักงานสอบสวน โดยจะต้องเรียกผู้เกี่ยวข้องมาสอบปากคำในฐานะพยาน เพื่อพิจารณาว่าการขับรถเข้าไปจอดบนรางมีส่วนเกี่ยวข้องกับความผิดหรือไม่ รวมถึงจะตรวจสอบว่ามีการกระทำผิดเกี่ยวกับเครื่องหมายจราจรบนทางหรือไม่ หากพบว่ามีความผิดก็จะดำเนินการตามกฎหมาย

ส่วนกรณีจะมีการดำเนินคดีกับรถคันอื่นที่ขับผ่านทางรถไฟหรือไม่นอกเหนือจากรถเมล์นั้น พ.ต.อ.อุรัมพร กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม เพราะยังอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าการขับรถดังกล่าวเป็นการกระทำโดยเจตนาหรือไม่ และเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติการจราจรทางบกหรือความผิดเกี่ยวกับเครื่องหมายจราจรหรือไม่ โดยยืนยันว่า ยังไม่ได้สรุปว่าจะมีการแจ้งข้อกล่าวหากับผู้ใดเพิ่มเติมในขณะนี้

ด้าน พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า กฎหมายจราจรกำหนดไว้อย่างชัดเจนว่าผู้ขับขี่ต้องหยุดหรือชะลอรถบริเวณใดบ้าง แต่ทั้งนี้ต้องพิจารณาเป็นรายกรณี ว่าผู้ขับขี่แต่ละคันตั้งใจหยุดแล้วหรือไม่ หรือสภาพการจราจรด้านหน้าทำให้ไม่สามารถเคลื่อนรถต่อได้

พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวว่า หากพบว่ามีการกระทำผิดกฎหมายจราจร ก็จะถูกดำเนินคดีหรือเปรียบเทียบปรับตามกฎหมาย แต่หากไม่มีเจตนา ก็ต้องพิจารณาข้อเท็จจริงเป็นรายคันไป โดยพนักงานสอบสวนจะตรวจสอบรายละเอียดอย่างรอบคอบก่อนดำเนินการใด ๆ ต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...