ม็อบกุ้งใต้เดือด! ขีดเส้นตายรัฐบาล 10 วัน แก้ด่วน 6 เรื่อง
ม็อบกุ้งใต้ระอุ! รวมพลยื่นหนังสือผ่าน 'พิทักษ์เดช-จูรี' ขีดเส้นตายรัฐบาล 10 วัน ขู่ไร้ความคืบหน้าพร้อมยกระดับเคลื่อนไหวเข้มข้น
3 ก.ค. 2569 - กลุ่มเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงกุ้งจากสมาคมเครือข่ายผู้เลี้ยงกุ้งไทย นำโดย นายครรชิต เหมะรักษ์ นายกสมาคมฯ ได้รวมตัวกันเดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อ นายพิทักษ์เดช เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช และนายจูรี นุ่มแก้ว สส.สงขลา เพื่อส่งต่อไปยังรัฐบาลให้เร่งแก้ปัญหาภายใน 10 วัน หากยังไม่มีความคืบหน้าในเรื่องนี้ก็พร้อมจะเรียกร้องให้เข้มข้นขึ้น
โดยตัวแทนเกษตรกรเปิดเผยว่า ที่ผ่านมาเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งถูกปล่อยปละละเลยและไม่ได้รับการเหลียวแลจากภาครัฐเท่าที่ควร จนต้องเผชิญกับวิกฤตราคากุ้งหน้าฟาร์มและราคาปากบ่อตกต่ำอย่างรุนแรงจนต่ำกว่าต้นทุนการผลิต สวนทางกับค่าพลังงาน ราคาอาหารสัตว์น้ำ และปัจจัยการผลิตอื่นๆ ที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซ้ำร้ายปัญหาระดับโครงสร้างอย่างการจัดตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการห่วงโซ่การผลิตกุ้งทะเลและผลิตภัณฑ์ หรือ "บอร์ดกุ้ง" (Shrimp Board) ก็ยังไม่มีความคืบหน้าและถูกดองไว้ ทำให้เกษตรกรขาดกลไกในการสะท้อนปัญหาและร่วมกำหนดแนวทางแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม
จากหนังสือโดยสมาคมเครือข่ายผู้เลี้ยงกุ้งไทยได้ยื่นข้อเรียกร้องด่วนที่สุด 6 ข้อ ประกอบด้วย
1.ให้มีคณะกรรมการบริหารจัดการห่วงโซ่การผลิตกุ้งทะเลและผลิตภัณฑ์ (Shrimp Board) ทำงานร่วมระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน สมาคม/ชมรม/สหกรณ์ และผู้แทนเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงกุ้ง เพื่อร่วมกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาและพัฒนาอุตสาหกรรมกุ้งอย่างเป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง
2.ให้มีโครงการรักษาเสถียรภาพราคากุ้งทะเลหรือกำหนดมาตรการพยุงราคากุ้งอย่างเร่งด่วน เพื่อให้ราคากุ้งหน้าฟาร์มหรือราคาปากบ่อไม่ต่ำกว่าต้นทุนการผลิต
2.1 โครงการส่งเสริมการรณรงค์บริโภคสินค้ากุ้งในประเทศ (โดยกระทรวงพาณิชย์)
2.2 พิจารณาส่งเสริมและผลักดันการบริโภคสินค้ากุ้งภายในประเทศ เสนอกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อเพิ่มโอกาสทางการตลาด บรรจุ “เมนูกุ้ง” เป็นวัตถุดิบประกอบอาหารในโครงการอาหารกลางวันนักเรียนอย่างน้อย สัปดาห์ละ 1 มื้อ และโรงพยาบาล (สำหรับผู้ที่ไม่แพ้อาหารทะเล)
3.ผลักดันมาตรการสำคัญการยกระดับการแก้ไขปัญหากุ้งทะเลเป็นวาระแห่งชาติ ทั้ง 11 มาตรการ
4.พิจารณากำหนดมาตรการควบคุมปัจจัยการผลิต อาทิ พลังงาน อาหารกุ้ง ลูกกุ้ง และเวชภัณฑ์สัตว์น้ำ
5.ให้มีโครงการสนับสนุนพลังงานทางเลือกโซลาร์เซลล์ในฟาร์มกุ้งอย่างเร่งด่วน
6.ให้พิจารณาไม่อนุมัติการนำเข้ากุ้งในช่วงราคากุ้งตกต่ำ
ทั้งนี้ กลุ่มเกษตรกรได้ยื่นคำขาดและส่งสัญญาณเตือนอย่างดุดันไปยังรัฐบาล โดยระบุว่า "จะให้เวลาภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจงหรือดำเนินมาตรการแก้ไขปัญหาภายใน 10 วัน หากพ้นกำหนดแล้วรัฐบาลยังนิ่งเฉย หรือไม่มีความคืบหน้าในการช่วยเหลืออย่างเป็นรูปธรรม กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งทั่วประเทศจะนัดรวมตัวเพื่อยกระดับการเรียกร้องและเคลื่อนไหวที่เข้มข้นขั้นสูงสุดต่อไป"
ภายหลังได้ยื่นหนังสือต่อนายพิทักษ์เดช และนายจูรีแล้ว ได้มีการ “จุดธูป” เพื่อให้เป็นเชิงสัญลักษณ์
“ธูปนี้ก็เป็นเชิงสัญลักษณ์ เพื่อให้รัฐมนตรีเกษตรฯ ได้รีบตั้งบอร์ดกุ้งให้ก่อน เพื่อให้ประชาชนได้เข้าไปเป็นปากเสียงให้กับพี่น้องเกษตรกร ถ้าได้กลิ่นธูปนี้แล้วก็ขอให้รีบตั้งบอร์ดกุ้งให้ในเร็ววัน” นายจูรี ระบุ
ด้านนายพิทักษ์เดช กล่าวว่า ด้วยความห่วงใย ได้นำเรื่องนี้เข้าหารือในสภาฯ ตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา วันนี้ก็มองว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับปากท้องเกษตรกรน้อย ไม่ใช่มาพูดในฐานะฝ่ายค้านแล้วไปโจมตีเขา แต่ด้วยความรับผิดชอบ เมื่อเสียงส่วนใหญ่ได้เลือกให้เข้าไปทำหน้าที่ด้วยไม่ว่าจะเลือกหรือไม่เลือกก็ตาม
“ผมไม่เคยเลือกปฏิบัติ ไม่ว่าจะเลือกผมหรือไม่เลือกผม แต่วันนี้ที่ออกมาเพื่อปกป้องสิทธิให้คนเลี้ยงกุ้งได้ลืมตาอ้าปากด้วย ที่ผ่านมาก็เห็นว่าผมเคยตั้งญัตติในสภา พูดเรื่องกุ้ง นำเสนอไปถึงกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาว่าให้นำกุ้งไปเป็นเมนูอาหารให้เด็กๆ เพิ่มไปกับอาหารผู้ป่วย เพิ่มไปกับกรมราชฑัณฑ์ แต่ก็ไม่ทำ ในฐานะที่ผมทำหน้าที่ในฝ่ายนิติบัญญัติผมก็จะติดตามเรื่องนี้อย่างเต็มที่” นายพิทักษ์เดช ระบุ.