"รองปธน.สหรัฐ" จวก "อิสราเอล" ตื่นตระหนกเกินเหตุ โจมตีข้อตกลงสันติภาพเลวร้าย มุ่งสร้างประโยชน์ให้ "อิหร่าน"
รองประธานาธิบดีเจดี แวนซ์ ของสหรัฐ ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์ วิจารณ์อิสราเอลถึงท่าทีที่มีต่อข้อตกลงระหว่างสหรัฐและอิหร่านว่า อิสราเอลมีอาการตื่นตระหนกแบบแปลกประหลาด ต่อข้อตกลงที่สหรัฐบรรลุกับอิหร่าน ตนสัมผัสได้ถึงความวิตกกังวลในระบบการเมืองของอิสราเอลที่เชื่อว่า ทุกสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่ออิหร่านจะเกิดขึ้น โดยที่อิหร่านไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมใดๆ ซึ่งเนื้อหาของข้อตกลง ไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลย สหรัฐจะยังไม่ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรอิหร่าน หากอิหร่านยังคงให้การสนับสนุนองค์กรที่สหรัฐ จัดให้เป็นกลุ่มองค์กรก่อการร้าย แวนซ์ยังกล่าวหาอีกว่า อิสราเอลขาดความไว้วางใจต่อพันธมิตรที่สำคัญที่สุดของตน ปฏิกิริยาตอบสนองของอิสราเอล ถือเป็นเรื่องแปลก เพราะมีรากฐานมาจากความไม่ไว้วางใจ แต่สหรัฐได้พิสูจน์ตัวเองมาโดยตลอด ในฐานะพันธมิตรที่เชื่อถือได้ของประเทศในภูมิภาคดังกล่าว สหรัฐได้ดำเนินการหลายอย่างที่เป็นประโยชน์ต่ออิสราเอลและรัฐบาลอิสราเอล ดังนั้น ข้อกล่าวหาว่าสหรัฐ ทำข้อตกลงที่เลวร้าย เป็นสิ่งที่ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงและไม่สมเหตุสมผล เมื่อพิจารณาจากความสัมพันธ์อันยาวนานระหว่างทั้งสองประเทศ แวนซ์ยังกล่าวถึงนักวิจารณ์ข้อตกลงบางรายในรัฐบาลอิสราเอล โดยเฉพาะ อิตามาร์ เบน-กวีร์ และเบซาเลล สโมทริช รัฐมนตรีสายขวาจัดของอิสราเอลว่า ตนต้องการทราบว่า ข้อเสนอทางเลือกของบุคคลเหล่านี้คืออะไร อิสราเอลเป็นประเทศที่มีประชากรราว 9 ล้านคน และไม่สามารถแก้ไขทุกปัญหาความมั่นคงแห่งชาติ ด้วยการใช้กำลังสังหารเพียงอย่างเดียวได้ คำกล่าวดังกล่าวสะท้อนจุดยืนของรัฐบาลสหรัฐที่มองว่า การทูตและการเจรจา ยังคงเป็นเครื่องมือสำคัญในการจัดการกับความขัดแย้งในภูมิภาค
ขณะเดียวกัน ทางด้านของนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮูของอิสราเอล ก็ได้ออกแถลงการณ์ระบุว่า การต่อสู้ยังไม่สิ้นสุด และยังมีความท้าทายรออยู่ข้างหน้า ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยการตัดสินใจอย่างรอบคอบ การปกป้องผลประโยชน์ด้านความมั่นคงของอิสราเอลอย่างมั่นคง และในขณะเดียวกัน ก็ต้องรักษาความสัมพันธ์อันสำคัญยิ่งกับมิตรสหายชาวอเมริกัน ที่ยืนเคียงข้างอิสราเอลตลอดการต่อสู้ที่ผ่านมา ทั้งนี้ แม้เนทันยาฮูจะยังไม่ได้แสดงความเห็นโดยตรงต่อรายละเอียดของข้อตกลงดังกล่าว แต่สมาชิกบางส่วนในรัฐบาล ได้มองว่า ข้อตกลงดังกล่าวเป็นการรับรองผลประโยชน์ที่ของอิหร่าน จากสถานการณ์ที่ผ่านมา ขณะที่ประเด็นที่อิสราเอลให้ความสำคัญสูงสุดอย่างเรื่องความมั่นคงกลับถูกเลื่อนออกไป โดยรายละเอียดของข้อตกลงระหว่างสหรัฐและอิหร่านนั้น แม้จะกล่าวถึงการลดปริมาณยูเรเนียมเสริมสมรรถนะของอิหร่าน แต่กลับไม่มีการระบุถึงแนวทางจัดการโครงการขีปนาวุธของอิหร่าน ซึ่งเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญที่อิสราเอลต้องการให้มีการรื้อถอน ระหว่างช่วงสงคราม