โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘อาสพลธ์’ ผนึกองค์กรปราบโกง ลุยล้างบางทุจริตคอรัปชั่นทุกหัวระแหง

เดลินิวส์

อัพเดต 19 มิถุนายน 2569 เวลา 5.22 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
‘อาสพลธ์’ ผนึกองค์กรปราบโกง ลุยล้างบางทุจริตคอรัปชั่นทุกหัวระแหงง กมธ.ปปช.ล้างคอรัปชั่น สร้างความตระหนักภัยทุจริต ลุยก้าวข้ามพรมแดน สร้างสังคมที่โปร่งใส และเป็นธรรม

เมื่อวันที่ 18 มิ.ย.ที่โรงแรม Chatritum Grand Bangkok นาย อาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ปปช.) สภาผู้แทนราษฎร ได้เข้าร่วมการประชุมเชิงวิชาการด้านการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันในระดับภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ครั้งที่ 4 ทั้งนี้ผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ภาคประชาสังคม ภาควิชาการ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

โดยที่ประชุมด้วยการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลของภาครัฐ ได้ส่งสารสำคัญอย่างชัดเจนว่า ธรรมาภิบาลที่ดีในยุคดิจิทัลไม่ได้เกิดขึ้นจากเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว หากแต่ต้องอาศัยสถาบันที่เข้มแข็ง ภาวะผู้นำที่ยึดมั่นในจริยธรรม และความไว้วางใจจากประชาชนเป็นรากฐานสำคัญ การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลจึงควรถูกมองว่าเป็นกระบวนการปฏิรูปธรรมาภิบาล

โดยแนวทางที่เป็นรูปธรรมคือการเริ่มดำเนินการทีละขั้นจากพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงที่สุดก่อน เช่น การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ การใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ งบประมาณแบบเปิด (Open Budget) และระบบจัดซื้อจัดจ้างแบบเปิด (Open Public Procurement) ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ความโปร่งใสสามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกได้อย่างมาก ทั้งในประเทศไทยและหลายประเทศในภูมิภาค ที่ได้เริ่มพัฒนาเครื่องมือด้านความโปร่งใสอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะเป็นฐานข้อมูลเปิด (Open Data) หรือแพลตฟอร์มจัดซื้อจัดจ้างอิเล็กทรอนิกส์ที่พัฒนาโดยภาคประชาสังคมและสถาบันการศึกษา ซึ่งเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถติดตามและตรวจสอบเส้นทางการใช้จ่ายงบประมาณของรัฐได้

สำหรับการแก้ปัญหาไม่ได้อยู่ที่การเพิ่มเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยภาวะผู้นำที่มีจริยธรรม และการปฏิรูปที่เริ่มต้นจากจุดเล็ก ๆ โดยมุ่งเน้นไปยังพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงที่สุดก่อน เราไม่สามารถต่อสู้กับการทุจริตได้ หากไม่สามารถมองเห็นตัวบุคคลที่อยู่เบื้องหลังอย่างแท้จริง

บทเรียนจากเรื่องความโปร่งใสของผู้ได้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง (Beneficial Ownership Transparency) สะท้อนสารสำคัญอย่างเรียบง่ายแต่ทรงพลังว่า การทุจริตมักซ่อนตัวอยู่หลังบริษัทนอมินีหรือบริษัทที่จัดตั้งขึ้นเพื่อปกปิดตัวตน ดังนั้น หากเราไม่สามารถระบุได้ว่าใครคือผู้ได้รับประโยชน์หรือผู้ควบคุมกิจการตัวจริง เราก็เปรียบเสมือนกำลังต่อสู้ในความมืด

ดังที่ผู้แทนจาก Open Ownership ได้กล่าวไว้ การระบุตัวผู้ได้รับประโยชน์ที่แท้จริงถือเป็นหัวใจสำคัญของการสืบสวนทางการเงิน เนื่องจากผู้กระทำผิดมักซ่อนตัวอยู่หลังนิติบุคคลต่าง ๆ ดังที่โลกได้เห็นจากกรณี Panama Papers และ Pandora Papers

สำหรับประเทศไทย เราคุ้นเคยกับปัญหานี้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะกรณีการใช้นอมินีถือครองที่ดินหรือดำเนินธุรกิจแทน เพื่อปกปิดผู้มีอำนาจควบคุมตัวจริง ข่าวดีคือหลายประเทศกำลังเร่งปรับปรุงกฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน รวมถึงพัฒนาระบบเปิดเผยข้อมูลผู้ได้รับประโยชน์ที่แท้จริงให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายยังคงมีอยู่ ข้อมูลที่จำเป็นมักกระจัดกระจาย ไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ และยากต่อการเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน ขณะที่บุคคลที่อยู่เบื้องหลังบริษัทเหล่านี้หลายครั้งกลับเป็นผู้มีอำนาจเสียเอง ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้การผลักดันกฎหมายในลักษณะนี้เป็นเรื่องยาก

ถึงกระนั้น ตัวอย่างจากประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคได้แสดงให้เห็นว่า แม้จะยังไม่มีกฎหมายที่สมบูรณ์แบบ แต่ความร่วมมือระหว่างสื่อมวลชนที่กล้าหาญ ภาคประชาสังคม และชุมชนที่เข้มแข็ง สามารถเปิดเผยความจริงและผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้จริง โดยได้รับการสนับสนุนจากมาตรการคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส ผู้สื่อข่าว และมาตรฐานข้อมูลที่สามารถเชื่อมโยงกันได้

บทเรียนสำคัญประการสุดท้ายคือ “แนวป้องกันที่ดีที่สุดไม่ใช่เทคโนโลยีที่ใหม่ที่สุด แต่คือการรู้เท่าทันจุดอ่อนของตนเอง” การทุจริตที่อาศัยเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็นเอกสารปลอม การโจรกรรมข้อมูล หรือการโจมตีทางไซเบอร์ ไม่ใช่ความเสี่ยงใหม่ หากแต่เป็นความเสี่ยงที่มีอยู่มานานและพัฒนาความซับซ้อนมากขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้น ระบบต่าง ๆ จึงจำเป็นต้องปรับตัวให้ทัน ด้วยการเชื่อมโยงข้อมูลและตรวจจับพฤติกรรมเสี่ยงตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ก่อนที่การทุจริตจะเกิดขึ้น

ประเด็นนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ซึ่งดำเนินธุรกิจอยู่บนพื้นฐานของความไว้วางใจ และความไว้วางใจนั้นเองก็อาจกลายเป็นจุดอ่อนสำคัญ หากปราศจากระบบตรวจสอบเช่นเดียวกับองค์กรขนาดใหญ่ พวกเขาย่อมตกเป็นเป้าหมายของการหลอกลวงและอาชญากรรมออนไลน์ได้ง่าย บางครั้งอาจถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการกระทำผิดโดยไม่รู้ตัว

สิ่งที่ผู้ประกอบการเหล่านี้ต้องการคือเครื่องมือที่เรียบง่ายในการตรวจจับความเสี่ยง และช่องทางที่สามารถพึ่งพาได้เมื่อกลายเป็นผู้เสียหาย แน่นอนว่าอาชญากรก็ใช้เทคโนโลยีเช่นเดียวกัน และหลายครั้งผู้ที่ทำหน้าที่ป้องกันกลับตามหลังอยู่หนึ่งก้าวเสมอ จึงเกิดช่องว่างที่หลีกเลี่ยงได้ยาก

อย่างไรก็ตาม ข้อค้นพบสำคัญที่ได้รับในวันนี้คือ คำตอบไม่ได้อยู่ที่การเร่งจัดซื้อเทคโนโลยีหรือปัญญาประดิษฐ์รุ่นล่าสุด เพราะแม้จะล้ำสมัยเพียงใด เครื่องมือสำเร็จรูปก็ยังมีช่องโหว่อยู่เสมอ สิ่งสำคัญที่สุดคือการกลับมาพิจารณากระบวนการทำงานของตนเองอย่างจริงจัง ค้นหาจุดอ่อนที่มีอยู่ และยกระดับความปลอดภัยของระบบเดิมให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกองค์กรสามารถดำเนินการได้ โดยไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณจำนวนมหาศาล

และเมื่อการทุจริตข้ามพรมแดน สิ่งที่จะทำให้การตรวจจับเป็นไปได้ก็คือสิ่งเดียวกันกับที่เราได้พูดถึงตลอดทั้งวัน นั่นคือ “ความร่วมมือระหว่างประเทศอย่างจริงจัง” และความสัมพันธ์ในการทำงานที่ดีระหว่างประเทศต่าง ๆ ดังเช่นที่เราได้ร่วมกันดำเนินการอยู่ในวันนี้

สิ่งที่ได้รับจากการประชุมครั้งนี้คือ การลดปัญหาการทุจริตไม่ใช่ภารกิจที่เป็นไปไม่ได้อย่างที่หลายคนอาจเคยคิด ตรงกันข้าม เรารู้แล้วว่าต้องเดินไปในทิศทางใด เรามีเครื่องมือที่จำเป็น และเรามีบุคลากรที่พร้อมจะขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง อย่างน้อยที่สุด ทุกท่านที่อยู่ในห้องประชุมแห่งนี้ก็คือบุคคลที่สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงนั้นได้

เรามีองค์ความรู้ เรามีเครื่องมือ และเรามีพลังในการลงมือทำ ดังนั้น คำถามที่แท้จริงจึงไม่ใช่ว่า “เราทำได้หรือไม่” แต่คือ “เราต้องการทำหรือไม่” เพราะในความเป็นจริง เรารู้เส้นทางอยู่แล้ว และเรามีทุกสิ่งที่จำเป็นอยู่ในมือ ตนเชื่อว่าพวกเราทุกคนต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงนั้นเกิดขึ้น และนั่นคือเหตุผลที่เรามารวมตัวกัน ณ ที่แห่งนี้

ทั้งนี้ สิ่งที่เรียกว่า "ความหวัง"ไม่ใช่ความปรารถนา ไม่ใช่ความรู้สึก แต่คือ “การตัดสินใจ” ที่จะเดินหน้าต่อไปด้วยกัน ข้ามพรมแดน ข้ามภาคส่วน และข้ามข้อจำกัดต่าง ๆ เพื่อสร้างสังคมที่โปร่งใสและเป็นธรรมยิ่งขึ้น ขอให้ทุกท่านเก็บรักษาความหวังนั้นไว้ และนำความหวังดังกล่าวกลับไปสู่บ้าน ประเทศ และองค์กร

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...