โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ออกสาวแล้วไง?: ชายแท้ออกสาว ‘เคี้ยน จิรทีปต์’ ผู้เรียนบัลเล่ต์แต่เด็ก ไม่เขินตอนแฟนชวนเล่นแต่งหญิง แฮปปี้ที่ได้ดูแลวิกผม และเลิกสนคนที่คิดว่าไม่แมน เพราะไม่เห็นต้องรู้สึกผิดที่ “เราเป็นเรา”

Mirror Thailand

อัพเดต 18 มิ.ย. เวลา 14.59 น. • เผยแพร่ 18 มิ.ย. เวลา 14.59 น.
ภาพไฮไลต์

เคี้ยน จิรทีปต์: “ออกสาวแล้วไง? ยุคไหนแล้วแม่ ทำไมต้องติดอยู่กับนิยามเดิมๆ”

ผู้ชายคนนี้ชื่อ ‘เคี้ยน’ มีแฟนสาวชื่อ ‘แจน’ เขาบอกว่า หลายครั้งคนก็เรียกพวกเขาเล่นๆ ว่า “เมียออกหลัว ผัวออกสาว” ซึ่งการไม่ได้รู้สึกกดดันตัวเองให้ต้องเป็นไปตามกรอบ Gender Role ว่าผู้ชายควรเป็นแบบไหน ผู้หญิงควรเป็นอย่างไร ทำให้ความสัมพันธ์ตอนนี้เฮลตี้ “มีความสุขมาก”

และนี่คือชีวิตม่วนจอยของ ‘เคี้ยน จิรทีปต์’ ชายแท้ออกสาว ที่พร้อมเปิดประตูเซย์ฮัลโหลให้คนมาทำความรู้จักความเป็นชายในแบบของเขา ไม่ว่าจะการเป็นผู้ชายที่เรียนบัลเล่ต์มาตั้งแต่ ม.1 รักที่จะดูแลผิวพรรณ ชอบเต้นกับแฟน หรือแฟนจะชวนเล่นแต่งหญิงเป็นเพื่อนก็ไม่เขิน จนถึงแฟนส่งไปประกวด ONE MAN ONE WOMAN เวทีแต่งหญิง-แต่งชายในคนเดียว อินเนอร์ตัวแม่ก็ประทับจนคว้ารางวัลกลับมาได้! อีกทั้งการเป็นชายแท้เล่นวิก ยังต่อยอดไปสู่ธุรกิจขายวิกผมกับแฟน ซึ่งเขากำลังสนุกและแฮปปี้สุดๆ ที่ได้เรียนรู้การทำสปาวิก ดูแลมันให้ออกมาเริ่ด ปัง เป๊ะ พร้อมเสิร์ฟ

แจน จัญจุรา ผู้เป็นแฟนสาวเล่าว่า ตลอด 5 ปีที่คบกัน คาแรกเตอร์ออกสาวของเคี้ยน ทำให้รู้สึกเหมือนมีแฟนที่ละเอียดอ่อนต่อความรู้สึก คอยเข้าใจและรับฟังผู้หญิง ช่วยกันดูแลเรื่องความสวยความงาม และพร้อมเล่นสนุกไปกับเธอแทบจะทุกอย่าง ดังนั้นแม้จะมีคนสบประมาทว่ารักครั้งนี้ไม่มั่นคง หรือตั้งคำถามว่า ระวังแฟนทิ้งไปชอบผู้ชาย เธอก็แทบจะไม่สนใจอะไร เพราะความรักที่เขาแสดงออก มันเพียงพอที่จะทำให้รู้สึกมั่นคงและพิสูจน์ว่านี่คือรักดีๆ ที่เธออยากมีต่อไป

เช่นเดียวกับ เคี้ยน ที่แม้จะถูกมองว่าไม่แมน เพียงเพราะไม่ตรงตามกรอบความเป็นชายที่บางคนคาดหวัง และทำให้เจอคำพูดเหยียดเพศอย่างหนักจนกระทบใจอยู่พักหนึ่ง ซึ่งคอมเมนต์แย่ๆ เหล่านั้นก็ล้วนมาจากการชี้นิ้วว่าตัดสินว่าทำตัวไม่สมกับการเป็น ‘ผู้ชาย’ ที่เขาคิดว่ามันเข้าข่ายความคิดแบบ Toxic Masculinity ที่มีส่วน ‘ทำร้าย’ คนทุกเพศ เคี้ยนจึงตั้งมั่นว่าจะเลิกสนใจความคิดนั้นๆ และขอเป็นตัวเองดีกว่าอึดอัดกับการเป็นใครก็ไม่รู้ที่ไม่ใช่ตัวเอง

นี่คือ ‘เคี้ยน’ 1 ใน 7 คน จากโปรเจกต์ “ออกสาวแล้วไง? : Feminine Energy - Redefining Strength” โดย Mirror Thailand ซึ่งขอโอบกอดพลังความสาวใน Pride 2026 เพราะความสาวไม่ใช่เรื่องผิด และความสาวคือ ‘ความสุข’ ของบางคนที่ได้เฉิดฉายเพราะได้ ‘เป็นตัวเอง’

Q: ถ้าให้เติมประโยค “ออกสาวแล้วไง?…” จะเติมว่าอะไร

เคี้ยน: ออกสาวแล้วไง? นี่มันยุคไหนแล้วแม่ ทำไมต้องติดอยู่กับนิยามเดิมๆ

แจน: มีแฟนออกสาวแล้วไง? ใส่ใจแล้วกัน

Q: จุดเริ่มต้นที่ทำให้หลายคนรู้จักจนมีคนเรียกคู่เราว่า ‘เมียออกหลัว ผัวออกสาว’ มาจากไหน

เคี้ยน: ส่วนใหญ่คนจะรู้จักเพราะเราเต้นด้วยกัน แล้วก็รู้จักในนาม เมียออกหลัว ผัวออกสาว (หัวเราะ)

แจน: คือแรกๆ ไม่ได้ตั้งใจว่าจะจับแฟนแต่งหญิงเล่นเป็นคอนเทนต์ แต่ด้วยความที่คนเห็นว่าคาแรกเตอร์แจนดูแมน แล้วเคี้ยนดูสาวกว่า เอฟซีก็ลิงก์ไปเรื่องแต่งหญิง เลยเหมือนได้ไอเดียขึ้นมา เพราะบุคลิกของพวกเราในชีวิตจริงก็ต่างกันอยู่แล้ว ตอนเด็กแจนเป็นนักกีฬาบาสเกตบอล โตมาในวงการกีฬา ก็จะมีความแมนในบุคลิก ไม่ใช่คนสาวมาก แต่แฟนเราเต้นบัลเล่ต์ บุคลิกก็เลยสลับกันไปเลย จริตจะก้านเขาก็จะสาวกว่าเรา

เคี้ยน: จริงๆ ผมเต้นบัลเล่ต์มาตั้งแต่ ม.1 ถึง ม.6 เพราะได้มีโอกาสเรียนบัลเล่ต์ ซึ่งเมื่อก่อนพี่เราที่เป็นผู้ชายเขาก็เรียนบัลเล่ต์เหมือนกัน บวกกับพอมีแฟนคนนี้ และเขาชวนแต่งหญิง จากเคี้ยนที่เป็นคนเครียดมากๆ แต่พอมีแฟนที่คอยหาคอนเทนต์มาเล่นกับเรา มาเต้นกับเรา มาจับเราแต่งหญิงเล่นกัน ก็ทำให้เรารู้สึกสนุก เป็นอะไรใหม่ๆ ในชีวิต เหมือนการที่เราออกสาว ทำให้เราผ่อนคลาย ได้ระบายอะไรในใจที่มันอัดอั้น หรืออะไรที่เราเคยไม่สามารถระบายออกมาได้ สิ่งนี้ทำให้ผมมีความสุขขึ้น และหายเครียดได้มาก

แจน: ด้วยความที่ช่วงโควิด เราอยากได้เพื่อนสาว เพราะไม่ได้เจอใครเลย เราเลยหาอะไรคลายครียด ชวนกันมาแต่งหญิงเล่นกัน ซึ่งตอนนั้นมีวิกของแม่ๆ ที่รู้จัก ก็ขอเขามาเล่น มาทำคอนเทนต์ และคนก็รู้จักมากขึ้นอีกตอนแจนชวนเคี้ยนไปประกวด ONE MAN ONE WOMAN เพราะเพื่อนเราเป็นพี่เลี้ยงนางงาม ก็เลยลองส่งไป ซึ่งก็ไม่ได้คิดว่าจะได้รางวัลกลับมา แต่ดันได้ที่สอง!

เคี้ยน: ความสวยเราเข้าตาไง (หัวเราะ)

Q: พอเป็นผู้ชายสเตรทที่ออกสาว จากประสบการณ์เวลาใครสักคนมองเข้ามา ความสาวนั้นถูกมองในแง่มุมใดบ้าง

เคี้ยน: ในมุมของเคี้ยน พอเราเป็นผู้ชายออกสาว สิ่งที่เห็นเลยคือผู้ชายด้วยกัน มักจะเบลมกันเอง “เห้ย ออกสาวนี่เป็นหรือเปล่า เป็นเกย์ปะเนี่ย” ทั้งๆ ที่มันไม่ได้เกี่ยวว่าเราจะเป็นผู้ชายหรือเป็นอะไร คนทุกเพศสามารถออกสาวได้หมด เมื่อก่อนจะโดนพูดว่า “ผมว่าแฟนพี่ไม่กลับแล้วแหละ”, “ระวังแฟนพี่จะไปมีผัวนะครับ” พูดเหมือนเราต้องนอกใจแน่ๆ คือออกสาวแล้วไง ไม่เคยออกนอกลู่นอกทาง แล้วก็มีคนมาบอกว่าเราคบกันเพราะเป็นคอนเทนต์ “คบผู้หญิงบังหน้า” หรือบางคนก็ใช้คำที่ลบแบบมากๆ จนบั่นทอนจิตใจ แรกๆ ก็รู้สึกแย่ครับ เพราะเราใส่ใจกับคอมเมนต์ของทุกคน บางคำพูดอ่านแล้วรู้สึกเหมือนโดนเหยียบย่ำ แต่พอผ่านไป ก็มาคิดว่า เราใช้ชีวิตกับแฟนสองคนนะ ซึ่งแฟนก็ไม่ได้มายด์เรื่องที่เราจะสาว หรือว่าเราจะแต่งหญิงด้วยกัน เพราะบางที ผมแต่งหญิง เขาก็แต่งชาย (หัวเราะ) เราก็ตกผลึกได้ว่า การออกสาวมันไม่ได้ทำร้ายใคร ไม่ได้ทำร้ายสังคม ไม่ได้ทำให้เศรษฐกิจมันแย่อะไร เอาที่เรามีความสุขก็พอแล้ว

เมื่อก่อนคอมเมนต์แย่ๆ อาจจะเยอะ แต่เดี๋ยวนี้คอมเมนต์ก็เริ่มดีขึ้นครับ ก็เป็นแนวแซวเล่นมากกว่าว่า “แฟนพี่มีแฟนยังครับ ผมชอบแฟนพี่จังเลยครับ”

แจน: ถ้าในเชิงบวก ส่วนมากผู้หญิงก็จะมาแซวว่า เออ น่ารักดี มีเพื่อนเล่น มีเพื่อนสาว แต่ถ้าเชิงลบ ก็แบบจะตัดสินไปเลยว่าเราไม่ได้เป็นแฟนกันจริง คือบางทีแจนก็แต่งบอยนะบางคอนเทนต์ แต่คนกลับไปโฟกัสว่าผู้ชายแต่งหญิงดูแปลกมากกว่าผู้หญิงที่แต่งบอย

คือยังไงมันก็จะมีคนที่เขายังไม่เปิดกว้าง มองว่าแฟนต้องเป็นเก้งเท่านั้น ถึงแต่งสาวแบบนี้ สเตอริโอไทป์ว่าการเป็นแฟนกัน ผู้ชายก็ต้องดูเป็นผู้ชาย ผู้หญิงก็ต้องแต่งหญิง การจะมาแต่งสลับกันคือคุณต้องเป็น LGBTQ+ แล้วแหละ หรือความจริงถ้าคุณอยากจะเรียกว่าเราเป็น LGBTQ+ ก็ได้ เพราะเราก็ไม่ได้ติดถ้าคุณอยากเชื่อแบบนั้น เพราะเดี๋ยวนี้คนเราก็คบกันได้ทุกเพศอยู่แล้ว

Q: รู้สึกท็อกซิกต่อชีวิตมากแค่ไหน กับภาพความคาดหวังให้ผู้ชายต้องดูแมนตาม ‘กรอบ’ สังคมบางอย่าง

เคี้ยน: เราจะได้ยินบ่อยมากๆ กับความคาดหวังให้ผู้ชายต้องดูเข้มแข็ง ซึ่งจริงๆ เคี้ยนรู้สึกว่า ผู้ชายไม่จำเป็นต้องเข้มแข็งตลอดเวลาก็ได้ ผู้ชายไม่จำเป็นต้องเหมือนกันทุกคน ผู้ชายสามารถมีระเบียบได้ ผู้ชายสามารถอ่อนไหวได้ สามารถนุ่มนิ่มได้ สามารถเสียใจและร้องไห้ได้ ไม่จำเป็นต้องเก็บความรู้สึก หรือห้ามแสดงความรู้สึก มันเลยค่อนข้างจะเป็นมุมมองแบบ Toxic Masculinity เหมือนกัน เวลาเราโดนเบลม เพราะไม่ตรงตามภาพที่คนอื่นอยากเห็น

สำหรับผมมันท็อกซิกมากๆ ยกตัวอย่าง ผู้หญิงเขาก็มีหลายบุคลิก เป็นผู้หญิงเท่ เป็นผู้หญิงสมาร์ท เป็นผู้หญิงหวาน เป็นผู้หญิงเปรี้ยว แล้วทำไมผู้ชายจะต้องเข้มแข็งอย่างเดียว เราอยากเป็นผู้ชายหน่อมแน้ม เราอยากเป็นผู้ชายนุ่มนิ่ม และบางทีการที่เราได้เป็นอย่างนี้เราก็ได้เข้าใจในมุมของผู้หญิงมากขึ้นเหมือนกัน

การที่คนมองว่าผู้ชายต้องแมนๆ มันอาจผูกกับภาพของความมั่นคง พอเราดูออกสาว บางคนมองว่าเราดูเหลาะแหละ ไม่มั่นคง แต่จริงๆ ความมั่นคงมันไม่ได้วัดกันที่ personal หรือ นิสัย มันวัดกันที่การกระทำและความรับผิดชอบต่อคนที่เรารักมากกว่า

แจน: แจนรู้สึกมั่นคงนะคะ เพราะเขาไม่เจ้าชู้ รักเดียวใจเดียว คือมันไม่ใช่ว่าออกสาวแล้วผู้หญิงคนอื่นเลยไม่มาจีบอย่างนี้นะ แต่คือเรารู้สึกว่าเขาทรีตเราดี และเป็นแฟนคนแรกของเรา ซึ่งคบคนแรกก็อยู่ยาวมา 5 ปี ก็ไม่คิดว่าจะมั่นคงขนาดนี้ พิสูจน์ได้เลยว่าไม่ต้องแมนจ๋าก็รักเราจริง

ส่วนตัวเราชอบผู้ชายที่ดู feminine หน่อย อาจจะเพราะว่าเราชอบผู้ชายที่ดูแลตัวเอง ซึ่งส่วนมาก คนที่เป็นเกย์เขาจะดูหล่อ แล้วแฟนเราก็คือทรงนั้น ตอนมาจีบแรกๆ ยังคิดว่าเขาเป็นอยู่เลย แต่การออกสาวของเขาก็ทำให้เขาจีบผู้หญิงติดนะ (หัวเราะ)

Q: ที่เคี้ยนบอกว่าการออกสาวของตัวเอง ทำให้เข้าใจ ‘ผู้หญิง’ มากขึ้น มีเรื่องไหนบ้างที่ทำให้เรารู้สึกแบบนั้น และอยากแชร์ให้ฟัง

เคี้ยน: พอเราได้สัมผัสชีวิตที่เราออกสาว มันก็ได้เริ่มรู้อะไรหลายๆ อย่าง เริ่มตกผลึก และเข้าใจความเป็นผู้หญิงมากขึ้น เข้าใจในความอดทนอะไรหลายๆ อย่างของผู้หญิงที่เขาเจอมา กว่าจะสวย กว่าจะแต่งหน้า กว่าจะต้องทำเล็บ ทำผม ไปจนถึงการโดนคุกคามทางสายตา เพราะพอเราแต่งหญิงออกไปข้างนอกกับแฟน บางทีเราเองก็ยังไม่ได้รู้สึกปลอดภัย เพราะบางคนเขาไม่ได้มองว่าเราสวย แต่อาจจะมองด้วยสายตาแบบที่เราอธิบายไม่ถูกเหมือนกัน ทำให้บางทีก็รู้สึกว่าผู้หญิงเขาใช้ชีวิตยากเหมือนกัน กับการอาจจะโดนคุกคามทางสายตา หรือด้วยคำพูด

Q: แล้วแจนแฮปปี้แค่ไหนกับการมีแฟนออกสาว

แจน: การมีแฟนออกสาวเราว่ามันสนุกนะ เหมือนได้มีเพื่อนเล่น เพราะเขาไม่ได้แมนจ๋า เขาออกสาวกว่าเราตั้งแต่แรกอยู่แล้วแหละ เท่าที่เห็น (หัวเราะ) เราก็เลยคิดว่า เขาดูเข้าใจความสวยความงาม เข้าใจการดูแลตัวเองมากกว่าแจน เพราะแจนไม่ค่อยใส่ใจเรื่องนั้น จนเพิ่งมาดูแลเรื่องสกินแคร์ต่างๆ ก็เพราะเขา เขาดูแลหมดเลย ทั้งเล็บ ผม หน้า ผิว และกลายเป็นช่วยเราดูแล และตอนนี้ก็ช่วยกันขายวิกผมไปด้วย ซึ่งธุรกิจนี้ก็เริ่มมาจากการแต่งหญิงนั่นแหละ เพราะพอเราเอาวิกมาเล่น เล่นไปเล่นมาก็รู้สึกว่า เอ้ย ชอบ งั้นเปิดร้านวิกไปเลย แต่ว่าวิกผมไหม คนขายเยอะ ซึ่งมันแข่งยากในตลาด เราเลยเอาวิกผมแท้เพราะในไทยมีน้อย แต่ความจริงร้านเราก็ไม่ได้มีแค่วิกผู้หญิง ของผู้ชายก็มี เพราะแจนก็แต่งบอยตอนทำคอนเทนต์บ้าง เลยอยากได้วิกผู้ชาย ก็คืออยากเล่นอันไหนก็เอาอันนั้นมาขาย แค่นั้นเลย สนองนีทตัวเอง

เคี้ยน: เราก็ได้เรียนรู้วิธีการทำสปาวิก ทีแรกก็ไม่รู้ครับ ก็ไปดู ไปอ่าน และด้วยความที่เรามีพี่ที่เคยทำผมเวลาเราไปงานนู่นนั่นนี่ เราก็ถามความรู้มาบ้าง ก็เลยได้มีความรู้ตรงนั้น ตอนนี้ก็แฮปปี้กับธุรกิจ สนุกดีครับ

ถามว่าชายแท้เล่นวิกสนุกไหม ก็สนุกดีครับ เหมือนเราใส่เสื้อผ้า มันคือแฟชั่น ที่เราไม่จำเป็นต้องกำหนดว่าแฟชั่นนี้มันเหมาะสำหรับผู้ชายเท่านั้น แฟชั่นนี้มันเหมาะสำหรับผู้หญิงเท่านั้น การที่ผู้ชายไว้ผมยาว หรือการที่ผู้หญิงตัดผมสั้น มันก็เป็นเรื่องของความชอบส่วนตัว

Q: เคี้ยนคิดว่าการพยายามเป็นคนอื่นเพื่อให้สังคมยอมรับ มันสร้างความอึดอัดอย่างไรในชีวิตบ้าง

เคี้ยน: รู้สึกอึดอัด เพราะถึงเราจะไม่ได้ออกสาวมาก แต่บุคลิกเรา ก็ไม่ได้แมนมากเหมือนกัน ทีนี้พอเวลาเราไปขายงาน หรือว่าไปแคสต์งาน เขาก็จะชอบคนบุคลิกแบบแมนๆ เข้มๆ หนักแน่น ซึ่งเราก็ไม่ได้ตรงตามสแตนดาร์ด เลยรู้สึกค่อนข้างเฟล แต่พอเราได้รู้ว่าใจเราจริงๆ เป็นยังไง เราชอบแบบไหน เราก็ไม่ได้สนใจอะไรพวกนั้นแล้ว เพราะมันก็ไม่ได้มีผลกับชีวิตเราขนาดนั้นเหมือนกัน เราเคยพยายามครับ พยายามที่จะแมน ซึ่งมีช่วงหนึ่งที่เฟลมากจากการโดนคอมเมนต์แย่ๆ แต่พอเราแมนปุ๊บ มันเหมือนเราขี้แอ็ค เหมือนเราแอ็คเป็นผู้ชาย แบบ “ดีครับ ผมเคี้ยนครับ (ทำเสียงขึงขัง) และมันกลับดูไม่ธรรมชาติ มันดูแปลก ตอนนี้ก็เลยโนสนโนแคร์

Q: ตอนนี้พูดได้เลยไหมว่า ความกังวลจากอคติของคนอื่นได้ค่อยๆ หายไปแล้ว เมื่อมันถูกแทนที่ด้วยความมั่นใจที่เกิดจากความสุขที่ได้เป็นตัวเอง

เคี้ยน: ไม่รู้สึกกังวลแล้วครับ รู้สึกเฉยๆ เหมือนเราใส่เสื้อผ้า เราสามารถเปลี่ยนเสื้อใส่ได้ตามวัน จะสีเหลือง สีชมพู สีเขียว เราสามารถเปลี่ยนได้ เช่นเดียวกับคาแรกเตอร์ของเราที่มีหลากหลายแบบได้ เราอาจจะเจอคอมเมนต์เยอะแยะทั้งเชิงบวกและเชิงลบ แต่เคี้ยนไม่ได้รู้สึกว่าเคี้ยนแปลก และไม่ได้ประหลาดจากคนอื่น เคี้ยนก็เป็นคนคนหนึ่งเหมือนกัน แค่มีจริตที่ออกสาวเฉยๆ เพราะการที่เราออกสาว มันไม่จำเป็นว่าเราต้องเป็นผู้หญิง เป็นเกย์ หรือเป็นเพศที่ถูกมองว่า feminine เราสามารถเป็นผู้ชายที่ออกสาวได้ และการที่เราออกสาว มันก็ไม่ได้แปลว่าความเป็นผู้ชายในตัวเรามันลดลง เราก็ยังเป็นผู้ชายเหมือนเดิม ใช้ชีวิตเป็นผู้ชายเหมือนเดิม

Q: คิดว่าอะไรบ้างที่ประกอบสร้างให้คนคนหนึ่งเป็นคนที่มั่นใจในตัวเองได้

เคี้ยน: ผมคิดว่าสังคม คนรอบข้าง และคนใกล้ตัว ถ้าผมไม่มีกำลังใจที่ดี ผมก็อาจจะติดอยู่กับคอมเมนต์แย่ๆ ก็เลยรู้สึกขอบคุณแฟนมากๆ

Q: ถ้าให้ reclaim power ความออกสาวสู่สังคม อยากสื่อสารบอกทุกคนดังๆ ผ่านช่องทางนี้ว่าอะไรบ้าง

เคี้ยน: เวลาพูดถึงความสวยงาม ผมอยากบอกว่าผู้ชายก็สามารถสวยได้ครับ และคำว่าออกสาว มันเป็นพลังของความ feminine เวลาที่เราออกสาว เราก็จะกลายเป็นตัวแม่ ซึ่งผมมองว่ามันเป็นพลังบวกในการสร้างความมั่นใจให้กับใครอีกหลายคนได้เยอะเลย

บทความต้นฉบับได้ที่ : ออกสาวแล้วไง?: ชายแท้ออกสาว ‘เคี้ยน จิรทีปต์’ ผู้เรียนบัลเล่ต์แต่เด็ก ไม่เขินตอนแฟนชวนเล่นแต่งหญิง แฮปปี้ที่ได้ดูแลวิกผม และเลิกสนคนที่คิดว่าไม่แมน เพราะไม่เห็นต้องรู้สึกผิดที่ “เราเป็นเรา”

บทความที่เกี่ยวข้อง

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...