โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

วางเกมแบงก์แจ้งงบ ยก KBANK-KTB-KKP

ทันหุ้น

อัพเดต 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

#ธนาคาร #ทันหุ้น – แบงก์เตรียมประกาศงบ ชี้ภาพรวมส่อหย่อนกว่าต้นปี และมีเพียง KBANK-KTB ลุ้นกำไรโตกว่าช่วงเดียวกันปีก่อน กูรูแนะถือต่อหลังราคาซิ่งก่อนแจ้งงบ ไม่ไล่ราคา รอจังหวะย่อเก็บ แบงก์ใหญ่ยังให้ยิลด์จูงใจ 6% มองยาวโค้งสามทุกตัวสัญญาณงบฟื้นชัด เล็งหุ้นเด่น KBANK 260 บาท, KTB 45 บาท และ KKP 110 บาท

นายกวี ชูกิจเกษม ประธานเจ้าหน้าที่สายการบริหารพอร์ตการลงทุนบริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า สถานการณ์ราคาหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นพร้อมมีแรงซื้อเข้ามาชัดเจนในระยะนี้ มีปัจจัยสนับสนุนสำคัญ 2 ประการได้แก่ การคาดการณ์ผลประกอบการในไตรมาสที่ 2/2569 ที่จะทยอยประกาศออกมา และประเด็นการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลงวดกลางปีดึงดูดความสนใจจากนักลงทุนนิยมหุ้นปันผล

@โดดเด่นปันผล
อย่างไรก็ตาม แม้ราคาหุ้นกลุ่มนี้ในภาพรวมจะบวกขึ้นมาพอสมควรแล้ว แต่ด้วยเชิงพื้นฐานธุรกิจประกอบกับหุ้นธนาคารขนาดใหญ่มีอัตราการจ่ายเงินปันผลเฉลี่ยอยู่ที่ยิลด์ประมาณ 6% ถือว่าเป็นระดับที่สูงมากเมื่อเทียบกับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากหรือการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทอื่นๆ จึงทำให้ระยะต่อไปยังประเมินหุ้นกลุ่มนี้จะมีความน่าสนใจต่อไป และมีโอกาสปรับขึ้นได้ ขณะที่ความเสี่ยงราคาปรับลงจะจำกัดเนื่องจากนักลงทุนระยะยาวและนักลงทุนที่เน้นคุณค่า (VI) ยังถือครองหุ้นต่อไป

ทว่าในเชิงกลยุทธ์ คำแนะนำจำแนกได้เป็น 1.นักลงทุนที่ถือครองหุ้นธนาคารอยู่แล้วในพอร์ตสามารถถือต่อได้ และ 2. นักลงทุนที่ยังไม่มีหุ้นธนาคารอยู่ในมือ ไม่ควรไล่ราคาซื้อ ในจังหวะที่หุ้นถูกดันขึ้นมาแรงๆ อย่างในปัจจุบัน เพราะในราคาระดับสูงย่อมมีความเสี่ยงที่หุ้นจะปรับฐานระยะสั้นได้ จึงควรรอจังหวะที่ตลาดมีการพักตัวหรือราคาอ่อนตัวลงมาค่อยเข้าทยอยสะสมจะปลอดภัยกว่า

สำหรับหุ้นเด่นแนะนำ KBANK และKTB ถือเป็นธนาคารขนาดใหญ่ที่มีศักยภาพในการทำกำไรและมีปันผลสม่ำเสมอ

@คาดการณ์ Q2

ด้านนางสาวชยาภรณ์ โตเจริญ นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า ภาพรวมของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ในขณะนี้ แม้ราคาหุ้นในกลุ่มส่วนใหญ่จะมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอย่างต่อเนื่องจนเกือบครบทุกตัวแล้ว ทว่าทางฝ่ายวิจัยยังคงให้น้ำหนักการลงทุน มากกว่าตลาด (Overweight) เนื่องจากมองเห็นปัจจัยบวกที่จะเข้ามาสนับสนุนในระยะถัดไป

ส่วนทิศทางผลประกอบการที่กำลังจะทยอยประกาศออกมาไตรมาส 2/2569 มีโอกาสอ่อนตัวทั้งเมื่อเทียบช่วงเดียวกันปีก่อนและไตรมาส 1/2569 ด้วยผลกระทบส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ที่มีแนวโน้มลดลง ผลกระทบนี้สืบเนื่องมาจากปรากฏการณ์ Rollover ของการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาซึ่งส่งผลกระทบอย่างเต็มที่ ประกอบกับไตรมาสแรกธนาคารส่วนใหญ่มีการรับรู้รายได้จากเงินปันผลค่อนข้างมาก ซึ่งบางส่วนถูกบันทึกมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรขาดทุนไปแล้ว ทำให้ในไตรมาส 2/2569 เมื่อไม่มีฐานรายได้ส่วนนี้ผลงานรวมจึงหย่อนลง

หากพิจารณาเป็นรายธนาคาร แม้ภาพรวมงบไตรมาส 2/2569 เทียบไตรมาส 1/2569 น่าจะอ่อนลงเกือบทุกธนาคาร แต่หากมองในมุมของการเติบโตเมื่อเทียบกับปีก่อนคาดว่าจะมีเพียงKBANK และธนาคารกรุงไทยKTB เท่านั้นที่ยังสามารถรักษาการเติบโตในเชิงบวกได้ ขณะที่ SCB มีประเด็นต้องติดตามคือ การตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) ซึ่งเป็นธนาคารเดียวที่ไม่ได้มีการใส่ปัจจัยความเสี่ยงนี้เข้าไปในการคำนวณสำรองเพิ่มเหมือนธนาคารอื่นๆ ประเด็นนี้จะพลิกกลายเป็นปัจจัยลบเฉพาะตัวได้หากสถานการณ์เศรษฐกิจไม่เป็นไปตามคาด

@Q3 กลับมางบสวย

ขณะที่ภาพรวมไตรมาส 3/2569 คาดหวังกลุ่มธนาคารมีสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจนมากขึ้น สนับสนุนจากทิศทางอัตราดอกเบี้ยที่เริ่มทรงตัว และไม่น่าจะมีการปรับลดลงอีก ซึ่งจะส่งผลให้แรงกดดันต่อส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ลดน้อยลง รวมถึงความคาดหวังในเรื่องของการบริหารจัดการรายได้ค่าธรรมเนียมที่มีโอกาสปรับตัวดีขึ้นจะกลับเข้ามาเสริมฐานกำไร

และผลประกอบการในไตรมาส 4 โดยปกติจะเป็นไตรมาสที่ต่ำที่สุดของปีสำหรับกลุ่มธนาคาร เนื่องจากจะมีค่าใช้จ่ายทางการตลาดและค่าใช้จ่ายพนักงานที่พุ่งสูงขึ้นตามฤดูกาลซึ่งเป็นรูปแบบปกติที่เกิดขึ้นทุกปี

ทั้งนี้หุ้นธนาคาร ที่ยังแนะนำให้เข้าลงทุนได้แก่ KBANK เป็นตัวเลือกอันดับต้นของกลุ่ม ให้ราคาเป้าหมายพื้นฐาน 260 บาท, KTB โดดเด่นในแง่ของผลประกอบการที่คาดว่าจะเติบโตได้ดีเมื่อเทียบกับปีก่อนเช่นเดียวกับ KBANK ราคาเป้าหมายพื้นฐาน 45 บาท และ KKP เป็นหุ้นที่ได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวของตลาดทุนและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ซึ่งช่วยหนุนรายได้ในส่วนที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยให้มีความน่าสนใจมากขึ้น ราคาเป้าหมายพื้นฐาน110 บาท

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...