โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

15 อาหารสีม่วง ประโยชน์มากกว่าที่คิด! อุดมแอนโทไซยานิน ช่วยดูแลหัวใจ สมอง และลดการอักเสบ

sanook.com

เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
อาหารสีม่วงมีอะไรบ้าง? รวม 15 ผักและผลไม้สีม่วงที่อุดมด้วยสารแอนโทไซยานิน สารต้านอนุมูลอิสระที่มีส่วนช่วยดูแลหัวใจ สมอง และสุขภาพโดยรวม

ถ้าพูดถึง "อาหารเพื่อสุขภาพ" หลายคนอาจนึกถึงผักสีเขียวหรือผลไม้สีแดง แต่รู้หรือไม่ว่า อาหารสีม่วง ก็เป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่ได้รับความสนใจจากนักโภชนาการทั่วโลก เพราะอุดมไปด้วย สารแอนโทไซยานิน (Anthocyanins) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระตามธรรมชาติในกลุ่มโพลีฟีนอล

งานวิจัยจำนวนมากพบว่า การรับประทานผักและผลไม้หลากหลายสี รวมถึงอาหารสีม่วง เป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบการกินเพื่อสุขภาพ และ อาจมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด เบาหวานชนิดที่ 2 รวมถึงช่วยลดการอักเสบและความเครียดจากอนุมูลอิสระ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีอาหารชนิดใดที่สามารถป้องกันหรือรักษามะเร็งได้โดยตรง การลดความเสี่ยงขึ้นอยู่กับพฤติกรรมสุขภาพโดยรวม ทั้งการกินอาหาร การออกกำลังกาย และการไม่สูบบุหรี่

สารแอนโทไซยานิน (Anthocyanin) คืออะไร?

แอนโทไซยานินเป็นสารสีธรรมชาติในกลุ่มฟลาโวนอยด์ ทำให้ผักและผลไม้มีสีม่วง น้ำเงิน หรือแดงเข้ม

จากข้อมูลของ Harvard T.H. Chan School of Public Health และ American Institute for Cancer Research ระบุว่า การรับประทานผักผลไม้ที่มีสารโพลีฟีนอลสูงเป็นประจำ มีส่วนช่วย

  • ลดความเครียดจากอนุมูลอิสระ
  • สนับสนุนสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด
  • ช่วยควบคุมการอักเสบ
  • ส่งเสริมสุขภาพสมองเมื่อรับประทานร่วมกับอาหารที่สมดุล

15 อาหารสีม่วงที่ควรกิน

1. บลูเบอร์รี

หนึ่งในผลไม้ที่มีแอนโทไซยานินสูง

ประโยชน์

  • ใยอาหารสูง
  • วิตามินซี
    อาจช่วยชะลอการเสื่อมของสมองตามวัย
    ดีต่อสุขภาพหัวใจ

2. องุ่นม่วง

เปลือกองุ่นมีทั้งแอนโทไซยานินและเรสเวอราทรอล

มีส่วนช่วย

  • สุขภาพหลอดเลือด
  • ลดการอักเสบ
  • สนับสนุนสุขภาพหัวใจ

3. กะหล่ำปลีม่วง

ผักราคาประหยัดแต่สารอาหารสูง มี

  • วิตามิน C
  • วิตามิน K
  • แอนโทไซยานิน

เหมาะกินสดหรือทำสลัด

4. มะเขือม่วง

เปลือกมีสาร Nasunin ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระอีกชนิดหนึ่ง ช่วย

  • ปกป้องเซลล์จากอนุมูลอิสระ
  • เพิ่มใยอาหาร

5. มันเทศสีม่วง

มีทั้ง

  • แอนโทไซยานิน
  • ใยอาหาร
  • วิตามินเอ

ช่วยให้อิ่มนานและเหมาะเป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน

6. มันฝรั่งสีม่วง

มีแอนโทไซยานินมากกว่ามันฝรั่งทั่วไป งานวิจัยบางชิ้นพบว่าอาจช่วยเรื่องความดันโลหิต แต่ยังต้องมีการศึกษาต่อในมนุษย์

7. แครอทม่วง

มีทั้ง

  • Anthocyanin
  • Beta-carotene

จึงได้รับสารต้านอนุมูลอิสระหลากหลายชนิด

8. ข้าวโพดสีม่วง

เป็นวัตถุดิบยอดนิยมในอเมริกาใต้ มีสารโพลีฟีนอลสูง และกำลังได้รับความสนใจด้านโภชนาการ

9. บีทรูท

แม้สีจะเกิดจาก "เบทาเลน" (Betalains) ไม่ใช่แอนโทไซยานิน แต่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระเช่นกัน อาจช่วย

  • สุขภาพหลอดเลือด
  • การออกกำลังกาย

10. ลูกหม่อน (Mulberry)

ผลไม้ที่เริ่มหาซื้อได้ง่ายในไทย มี

  • แอนโทไซยานิน
  • วิตามินซี
  • ใยอาหาร

11. ลูกพลัม

มีสารโพลีฟีนอลหลายชนิด เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มใยอาหาร

12. แบล็กเคอร์แรนต์

เป็นหนึ่งในผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงมาก และมีแอนโทไซยานินในปริมาณสูง

13. มะเดื่อ

มีใยอาหารสูง เหมาะกับผู้ที่ต้องการดูแลระบบขับถ่าย

14. ข้าวไรซ์เบอร์รี

แม้ไม่ใช่ผักผลไม้ แต่เป็นอาหารสีม่วงที่คนไทยกินได้ง่าย อุดมด้วย

  • Anthocyanin
  • ใยอาหาร
  • วิตามินอี

15. ข้าวเหนียวดำ

อีกหนึ่งธัญพืชสีม่วงที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ และเป็นแหล่งคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน

กินอาหารสีม่วงทุกวันดีไหม?

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า แทนที่จะเน้นอาหารสีใดสีหนึ่ง ควรรับประทานผักและผลไม้ให้หลากหลายสีในแต่ละวัน เพื่อให้ได้รับสารอาหารและสารพฤกษเคมีหลายชนิด ซึ่งช่วยเสริมสุขภาพโดยรวมได้ดีกว่า

สรุป

อาหารสีม่วงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยเพิ่มความหลากหลายให้กับมื้ออาหาร และเป็นแหล่งของสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญ โดยเฉพาะ แอนโทไซยานิน ซึ่งมีบทบาทในการช่วยลดความเครียดจากอนุมูลอิสระและสนับสนุนสุขภาพหัวใจ สมอง และหลอดเลือด

อย่างไรก็ตาม ไม่มีอาหารชนิดใดที่สามารถป้องกันหรือรักษาโรคได้เพียงลำพัง การดูแลสุขภาพที่ดีที่สุดคือการรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เน้นผักและผลไม้หลากหลายสี ควบคู่กับการออกกำลังกายและการใช้ชีวิตที่เหมาะสม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...