‘ซีไอเอ็มบีไทย’ปั้นคนพันธุ์ใหม่ ‘เน็กซ์ เจน เวลท์’รุกอาเซียน
ท่ามกลางมรสุมการดิสรัปต์ (Disruption) ของเทคโนโลยีทางการเงินและระลอกคลื่นใหม่อย่าง เวอร์ชวล แบงก์ (Virtual Bank) ที่กำลังเข้ามาเปลี่ยนโครงสร้างอุตสาหกรรมธนาคารพาณิชย์ ทรัพยากรบุคคล (Human Capital) กลายเป็นตัวแปรสำคัญที่สุดในการชี้ขาดแพ้-ชนะ บนสมรภูมิที่เทคโนโลยีเพียงอย่างเดียวไม่สามารถตอบโจทย์ความละเอียดอ่อนของกลุ่มลูกค้าที่มีความมั่งคั่งสูงได้
ธนาคาร ซีไอเอ็มบีไทย (CIMB Thai) จึงได้ขับเคลื่อนกลยุทธ์สู่การเป็น “นิช แบงก์” (Niche Bank) มุ่งเน้นการเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารความมั่งคั่ง (เวลท์ แมเนจเมนต์ - Wealth Management) ในระดับภูมิภาคอาเซียน ผ่านโครงการ “เน็กซ์ เจน เวลท์” (Next Gen Wealth) โมเดลเฟ้นหาและบ่มเพาะคนรุ่นใหม่ (อายุงาน 0-2 ปี หรือเด็กจบใหม่) เพื่อสร้างกองทัพคนพันธุ์ใหม่มาบ่มเพาะเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารความมั่งคั่งให้เติบโตไปพร้อมกับองค์กร ในการเชื่อมโยงเครือข่ายระดับภูมิภาค (CIMB as a Whole Group) เพื่อเจาะตลาดกลุ่มความมั่งคั่ง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
บริษัทเลิกจ้าง Gen Z หลังทำงานไม่กี่เดือน เพราะทัศนคติการทำงาน
ทำไมลดน้ำหนักแล้ว 'หน้าแก่'ทั้งที่เครื่องชั่งบอกว่าอายุร่างกายเด็กลง?
32 คนพันธุ์ใหม่‘เน็กซ์ เจน เวลท์’
“เกด-กนกไพ วงศ์สถิตย์พร” รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ทรัพยากรบุคคล ธนาคาร ซีไอเอ็มบีไทย (CIMB THAI)ให้สัมภาษณ์“กรุงเทพธุรกิจ” ถึงทิศทางเชิงยุทธศาสตร์ในครั้งนี้ว่าคำว่า เวลท์ ของ ซีไอเอ็มบี ไทย ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่ภายในพรมแดนประเทศไทย แต่เป็นการมองภาพการเติบโตในลักษณะ ครอส-บอร์เดอร์ (Cross-border) ทั่วทั้งภูมิภาคอาเซียน สินค้าที่จะมานำเสนอต้องตอบโจทย์ CIMB as a whole ธนาคารจึงดีไซน์โครงการ เน็กซ์เจน เวลท์ เปิดรับสมัครคนรุ่นใหม่ไฟแรงอย่างเปิดกว้าง ไม่จำกัดคณะหรือสาขาวิชาที่จบมา มุ่งเน้นที่ “ทัศนคติและแรงผลักดันภายใน” เป็นสำคัญ ส่งผลให้ในรุ่นแรกมีผู้สนใจส่งใบสมัครเข้ามาอย่างหลายพันคน ก่อนจะถูกสกรีนอย่างเข้มข้นผ่านมาตรฐานระดับสากลจนเหลือเพียง 32 คนสุดท้าย
โดยสกรีน CV ดูสกิลที่ต้องการ จากนั้นใช้การ Phone Interview เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ที่ยื่นใบสมัครมี Passion อยากจะมาในเส้นทางสายอาชีพนี้จริงๆ แล้วจึงเชิญมาที่ Assessment Center เป็นเวลา 1 วันเต็ม โดยดึงเอาพี่ๆ ที่มีประสบการณ์จริงระดับ RM (Relationship Manager) หรือ Team Lead มาร่วมประเมินน้องๆ ตั้งแต่การทำ Group Discussion ไปจนถึงการ Role Play จำลองสถานการณ์เมื่อเจอลูกค้าจริง ซึ่งนี่ถือเป็นด่านแรกของการเริ่มกระบวนการ Blend (หลอมรวม) สองเจนเนอเรชันเข้าด้วยกันตั้งแต่วันแรก
กฎเหล็ก ‘No Test, No Train, No Sales’
"การใช้กระบวนการจำลองสถานการณ์จริงผ่านแอสเซสเมนต์ เดย์ (Assessment Day) เราดู Emotional Intelligence ดูการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า และการทำงานร่วมกับคนอื่น เป็นการจำลองภาพการทำงานจริง 1 วันเต็มๆ ว่าต้องเจอกับแรงกดดันอะไรบ้าง เราไม่ได้หาคนเก่ง แต่หาคนที่เหมาะกับเรา คนที่มี Passion มีเคมีที่เข้ากับวัฒนธรรมองค์กรของเราจริงๆ ที่นี่ไม่มีใครเก่งคนเดียว ทุกคนต้องเก่งเป็นทีม และต้องเอาลูกค้าเป็นศูนย์กลาง จาก 100 คน เหลือ 32 คนเรา ไม่ได้มองว่า CIMB เป็นฝ่ายเลือกเค้าฝ่ายเดียว แต่เค้าเองก็เป็นฝ่ายเลือกที่จะอยู่กับเราด้วยเช่นกัน”
กนกไพ เล่าว่า สำหรับคนรุ่นใหม่ทั้ง 32 คน ธนาคารได้วางโปรแกรมบ่มเพาะเป็นระยะเวลา 6 เดือน โดยเอาแรงกดดันเรื่องเป้าหมายยอดขายออกไปในระยะแรก เพื่อให้คนรุ่นใหม่สามารถโฟกัสกับการพัฒนาศักยภาพได้อย่างเต็มที่ภายใต้กฎเหล็ก “No Test, No Train, No Sales”
“โปรแกรมจัดยาว 6 เดือนเต็ม โดยที่น้องๆ ยังได้เงินเดือนตามปกติ ช่วงแรกจะยังไม่ต้องรับแรงกดดันเรื่องยอดขาย (Deliver ยอด) เหมือนรุ่นพี่ โดย 2 เดือนแรกจะเน้นเทรนความรู้ด้านผลิตภัณฑ์ (Product Knowledge) และการสอบใบอนุญาต (License) ต่างๆ หากไม่ผ่านการทดสอบเราจะไม่ให้เสนอขายลูกค้าเด็ดขาด นอกจากนี้ยังมีการเทรนด้าน Human Skill เช่น การ Approach ลูกค้า การแต่งหน้า ทำผม แต่งตัว ให้เหมาะสมและสร้างความเชื่อมั่น”
ศาสตร์การ‘Blend’เปลี่ยนความต่างเป็นพลัง
ในยุคที่Generation Gap กลายเป็นความท้าทายหลักขององค์กรขนาดใหญ่ แต่สำหรับ CIMB THAI กลับมองมุมต่าง โดย เชื่อว่าความต่างคือพลังบวกชั้นดี หากพนักงานทั้งหมดขับเคลื่อนภายใต้เป้าหมายเดียวกัน “กนกไพ” อธิบายถึงแนวคิดการหลอมรวมคนสองยุคว่า ความต่างเป็นพลังได้ ถ้ามี ‘เป้าหมายร่วมกัน’ คือทำเพื่อลูกค้า เอาลูกค้ามาเป็นศูนย์กลาง (Customer Centric) สองกลุ่มนี้จะ Blend เข้ามาเลย รุ่นพี่มีประสบการณ์ น้องใหม่มีไอเดียผสมผสานทำงานกันเป็นทีม
"หัวใจสำคัญที่เมื่อเบลนทีมกันแล้วจำเป็นต้องคือ‘Agility’ หรือ ‘Resilience’คือความมานะอุตสาหะ คือความบากบั่นที่ต้องพยายามทำให้ได้ ถ้าทำแล้วพอร์ตยังไม่ดี ทำแล้วขนมปังยังไม่ฟู ก็ต้องหาทางทำใหม่ให้ประสบผลสำเร็จให้ได้ นี่คือเป้าหมายเดียวกันที่ทุกคนในซีไอเอ็มบี ไทยต้องมี"
‘Work-Life Integration’ทำงานเต็มที่ ชีวิตเต็มเป้าหมาย
เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมและความต้องการของคนรุ่นใหม่ ซีไอเอ็มบี ไทย ใช้แนวคิด “เวิร์ก-ไลฟ์ อินทิเกรชัน” (Work-Life Integration) เพื่อให้งานและการใช้ชีวิตสามารถหลอมรวมและส่งเสริมซึ่งกันและกันอย่างมีเป้าหมาย พนักงานต้องใช้ชีวิตของได้ดีมีคุณภาพ ทำงานตรงตามเป้าหมายขององค์กรด้วย ใช้ชีวิตให้ดีในทุกบทบาท ทั้งบทบาทหน้าที่การทำงาน และบทบาทส่วนตัว สร้างระบบนิเวศการทำงานที่ดี ให้ความสำคัญกับ “เอ็มพลอยอี วอยซ์” (Employee Voice) หรือเสียงสะท้อนจากระดับปฏิบัติการ และสนับสนุนงบประมาณให้พนักงานจัดตั้งคอมมูนิตี้หรือชมรมต่าง ๆ ตามไลฟ์สไตล์ของตัวเองเพื่อผ่อนคลายความเครียด
“เรามีชมรมสำหรับพนักงานที่ตั้งขึ้นจากเสียงเรียกร้องของพนักงานเอง ไม่ว่าจะเป็นชมรมกีฬา เช่น แบดมินตัน ปิงปอง ฟุตซอล รวมถึงชมรมทางด้านศิลปะ ดนตรี และ AI Club มีทาวน์ฮอลล์ (Townhall) ทุกๆ 2-3 เดือน ให้พนักงานได้ยืนคุยกัน สื่อสารกันภาษาง่ายๆ หรือช่องทาง Whistle-blow ที่พนักงานสามารถส่งข้อเสนอแนะหรือร้องเรียนมาถึงผู้บริหารได้โดยตรง เพื่อนำไปปรับปรุงองค์กรให้ดีขึ้น”
อย่างไรก็ตามการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมความมั่งคั่ง เวลท์ แมเนจเมนต์ - Wealth Management ต้องขับเคลื่อนด้วย “มนุษย์ที่เข้าใจความต้องการของมนุษย์” และการเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่สายเทคโนโลยีมาผนึกประสบการณ์จากรุ่นพี่ ภายใต้โครงสร้างองค์กรที่ยืดหยุ่นและเป้าหมายร่วมกัน น่าจะเป็นสูตรผสมที่ลงตัวและกลายมาเป็น นิว เอส-เคิร์ฟ (New S-Curve) ที่ส่งให้ ซีไอเอ็มบี ไทย เติบโตอย่างยั่งยืนในเวทีระดับภูมิภาค
ปั้น RM รากฐานสำคัญวงการการเงิน
“ก้อย -กษิรา คล่องอนันต์” Head, Wealth Talent Excellent ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย โค้ชของน้องๆ Next Gen Wealth เปิดเผยว่า CIMB THAI Academy แตกต่างจากสถาบันการเงินอื่นๆ เพราะเราอยากปั้น RM รุ่นใหม่ให้ได้ทั้งความรู้วิชาการ การเงิน และการทำกิจกรรมต่างๆ ไม่ให้เครียดเกินไป เพื่อติดปีกทักษะรอบด้านเติบโตโดยธรรมชาติ ซึ่งพอได้เริ่มโค้ชชิ่งน้องๆ มาสักพัก คนนอก อาทิ เทรนเนอร์จากภายนอกที่มาเทรนน้องๆ ต่างสัมผัสได้ถึงพลังงานจากน้องๆของเรา
ยกตัวอย่าง ทักษะการพูด เด็กรุ่นใหม่ที่เก่งการเงินแต่ไม่เก่งพูด แต่พอเข้ามาอยู่สังคมโค้ชชิ่ง เข้าร่วมกิจกรรมที่ปลุกทักษะข้างในที่ซ่อนอยู่ ทำให้น้องกล้าพูด กล้าแสดงออก เรากล้าพูดได้เลยว่า Academy ที่นี่ไม่เหมือนใครจริงๆ เป็น One Stop Service
“ถามว่า การปั้น RM รุ่นใหม่ขึ้นมา ถ้าวันหนึ่งเขาออกไปโบยบินข้างนอกล่ะ ตอบได้เลยว่าเราดีใจที่น้องๆจะไปเติบโต แต่ถ้าน้องๆทำผลงานที่ดีได้ดี ก็การันตีได้ว่าอนาคตจะรุ่งโรจน์เช่นกัน การที่ CIMB THAI จะเป็นรากฐานสำคัญของการสร้าง RM คุณภาพให้วงการการเงินก็สอดคล้องกับเจตจำนงของแบงก์ที่ต้องการ Advancing Customers & Society ส่งเสริมความก้าวหน้า สร้างคุณค่าให้สังคม”