เปิดใจทั้งน้ำตา! ออย มุกดาหาร เล่าชีวิตล่าสุดหลังตกงาน ปมโพสต์เดือด ถนนไม่ใช่ที่พระเดิน
จากประเด็นร้อนแรงที่ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ กรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “ออย มุกดาหาร” ได้แสดงความคิดเห็นต่อเหตุการณ์อุบัติเหตุรถกระบะพุ่งชนขบวนพระธุดงค์ ซึ่งเป็นเหตุให้พระสงฆ์มรณภาพ 10 รูป และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกหลายราย โดยข้อความที่โพสต์ระบุว่า “ถนนเป็นของรถ ไม่ใช่ที่เดินของพระ ต่อให้เด็กไม่ชนวันนี้ วันหน้าก็อาจมีคนเมา คนเบรกแตก หรือคนวูบจากโรคประจำตัว #หยุดเดินธุดงค์ข้างทางได้แล้ว”
ข้อความดังกล่าวได้ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก มีทั้งผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยเข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก จนกลายเป็นประเด็นถกเถียงสำคัญในสังคมออนไลน์
ต่อมา บริษัทต้นสังกัดของหญิงรายดังกล่าวได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงว่า บุคคลดังกล่าวไม่ได้มีสถานะเป็นพนักงานของบริษัทแล้ว พร้อมระบุว่าจะไม่เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม เพื่อเคารพสิทธิส่วนบุคคลของผู้เกี่ยวข้อง
เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคมที่ผ่านมา เจ้าของโพสต์ได้ออกมาไลฟ์สดพร้อมน้ำตา พร้อมโพสต์ข้อความชี้แจงถึงเจตนาที่แท้จริง โดยระบุว่า สิ่งที่โพสต์ออกไปในวันแรกเกิดจากความสะเทือนใจต่อเหตุการณ์การสูญเสียครั้งใหญ่ และได้เล่าย้อนถึงชีวิตในวัยเด็กว่าตนเองเติบโตมาในวัดด้วยฐานะยากจน อาศัยข้าวก้นบาตรประทังชีวิต และเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวที่ได้มีโอกาสเรียนหนังสือร่วมกับสามเณร จึงมีความเคารพและศรัทธาในพระพุทธศาสนา รวมถึงครูบาอาจารย์มาโดยตลอด
เธอยอมรับว่าเป็นคนพูดตรงไปตรงมา และใช้ถ้อยคำที่ไม่สละสลวย จึงทำให้การสื่อสารผ่านตัวอักษรถูกตีความไปในอีกความหมายหนึ่ง จนสร้างความเข้าใจผิดในวงกว้าง ทั้งที่เจตนาที่แท้จริงคือความเป็นห่วงพระสงฆ์ที่ต้องเดินธุดงค์ริมถนน ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ และต้องการให้มีมาตรการดูแลความปลอดภัยที่ชัดเจน เช่น การจัดทำเส้นทางเฉพาะ หรือมีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความปลอดภัย เพราะพระสงฆ์ถือเป็นบุคคลที่มีคุณค่าต่อสังคม
หญิงสาวยังเปิดเผยอีกว่า เหตุการณ์ลักษณะเช่นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในจังหวัดมุกดาหาร แต่ที่ผ่านมาไม่ค่อยได้รับความสนใจจากสังคม จึงอยากผลักดันให้ภาครัฐให้ความสำคัญกับการป้องกันอุบัติเหตุ โดยมีแนวคิดผลักดันนโยบาย “อุบัติเหตุต้องเป็นศูนย์” พร้อมเตรียมเขียนจดหมายถึงนายกรัฐมนตรีและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเสนอให้มีการสร้างทางเดินหรือมาตรการด้านความปลอดภัยสำหรับพระสงฆ์และประชาชนผู้ใช้ทางเท้า
ในช่วงท้ายของการไลฟ์สด หญิงสาวกล่าวทั้งน้ำตาว่า ยอมรับความผิดพลาดจากการใช้ถ้อยคำที่ไม่เหมาะสม และพร้อมรับผลจากสิ่งที่เกิดขึ้น โดยระบุว่าขณะนี้ได้ตกงาน ไม่มีรายได้ และมองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นผลจากการกระทำของตนเอง หากมีผู้ใดเห็นใจและต้องการให้โอกาสทำงานก็ยินดี พร้อมย้ำว่า สิ่งที่ต้องการสื่อมาตั้งแต่ต้นคือไม่อยากเห็นพระสงฆ์หรือประชาชนต้องสูญเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนอีก พร้อมแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของพระสงฆ์ที่มรณภาพจากเหตุการณ์ดังกล่าว.
อ่านข่าวเพิ่มเติม