โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เวสต์เทกซัส 68.55 ดอลลาร์สหรัฐฯ /บาร์เรล เบรนท์ 71.99 ดอลลาร์สหรัฐฯ /บาร์เรล

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคา

(-) ตลาดน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนท์ปรับลดลงเล็กน้อย หลังสมาชิกกลุ่มโอเปกพลัสมีมติปรับเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันดิบอีก 188,000 บาร์เรลต่อวันตั้งแต่เดือน ส.ค. 69 เป็นต้นไป ในการประชุมออนไลน์เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งจะส่งผลให้อุปทานน้ำมันดิบในตลาดโลกเพิ่มขึ้น ท่ามกลางราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลดลงภายหลังการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง

นอกจากนี้ แหล่งข่าวเปิดเผยว่า สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้มีการเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันดิบสู่ระดับใกล้เคียงสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 3.8 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือน มิ.ย. 69 ภายหลังจากที่ถอนตัวออกจากการเป็นสมาชิกกลุ่มโอเปกเพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดด้านการผลิตน้ำมันดิบในช่วงต้น พ.ค. 69 ที่ผ่านมา

(-) ซาอุดีอาระเบียประกาศปรับลดราคาขายน้ำมันดิบ Arab Light แบบเทอมสำหรับการส่งมอบแก่ลูกค้าเอเชียในเดือน ส.ค. 69 ลงมาอยู่ที่ระดับต่ำกว่าราคาเฉลี่ยน้ำมันดิบโอมานและน้ำมันดิบดูไบ 1.5 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 23 ปี

นอกจากนี้ บริษัทน้ำมันแห่งชาติอูดาบี (ADNOC) ได้ปรับลดราคาสำหรับการประมูลขายน้ำมันดิบปริมาณกว่า 16 ล้านบาร์เรลเช่นกัน สะท้อนให้เห็นถึงภาวะการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงขึ้นระหว่างผู้ผลิตน้ำมันดิบในตะวันออกกลาง ท่ามกลางอุปทานน้ำมันดิบที่ทยอยเพิ่มขึ้นจากผู้ผลิตหลายรายในภูมิภาค

(-/+) ประธานาธิบดีสหรัฐฯ นายโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวเมื่อวันจันทร์ที่ 6 ก.ค. 69 ว่า สหรัฐฯต้องการที่จะบรรลุข้อตกลงกับอิหร่านให้แล้วเสร็จ อย่างไรก็ตามหากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกันได้ สหรัฐฯ ก็พร้อมจะใช้ปฏิบัติการทางทหารอีกครั้ง หลังจากที่อิหร่านแสดงท่าทีท้าทายหลังพิธีศพของอดีตผู้นำสูงสุด อยาตอลลาห์ อาลี คาเมเนอี

ทั้งนี้ การเจรจาทางอ้อมระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านสิ้นสุดลงเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยไม่มีสัญญาณใดๆ ที่บ่งชี้ถึงความคืบหน้าไปสู่สันติภาพที่ยั่งยืน แม้จะมีการหยุดยิงเป็นระยะเวลา 60 วัน ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อเปิดทางสำหรับการเจรจาทางการทูตภายหลังการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลที่จุดชนวนความขัดแย้ง

(-/+) สายการเดินเรือรายใหญ่ Maersk และ Hapag-Lloyd เตรียมกลับมาใช้เส้นทางผ่านคลองสุเอซบางส่วน หลังสถานการณ์ความเสี่ยงในทะเลแดงคลี่คลาย โดยการกลับมาใช้เส้นทางดังกล่าวจะช่วยลดระยะเวลาเดินเรือระหว่างเอเชียและยุโรปได้ราว 4 สัปดาห์ ส่งผลให้ต้นทุนการขนส่งและความเสี่ยงด้านโลจิสติกส์ปรับลดลง ซึ่งอาจช่วยลดความตึงตัวของห่วงโซ่อุปทานและกดดันต่อพรีเมียมในตลาดน้ำมันดิบ

อย่างไรก็ดี การฟื้นตัวของการเดินเรือผ่านเส้นทางดังกล่าว จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของห่วงโซ่อุปทาน ลดต้นทุนการค้า และสนับสนุนการขยายตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจโลก เนื่องจากการเดินเรือผ่านคลอง สุเอซคิดเป็น 10% ของการค้าโลก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...