ขึ้นบัญชีดำ ‘6 เมนูฮิต’ เลี่ยงเด็ดขาด เสี่ยง 'พยาธิใบไม้ตับ' เชื่อมโยง ‘มะเร็งท่อน้ำดี’
จากที่มีรายงานการตรวจคัดกรองนักศึกษาน้องใหม่ ปีการศึกษ 2569 ของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม จำนวน 12,700 กว่าคน พบมี ติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับ มากถึง 4,233 คน คิดเป็น 33% ในขณะที่มีการตรวจคัดกรองน้องใหม่ของ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม (มรม.) จำนวน 1,922 คน พบติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับจำนวน 380 รายหรือคิดเป็น 19%
วิธีตรวจคัดกรองจากปัสสาวะ
การตรวจคัดกรองดังกล่าวใช้วิธีการตรวจจากปัสสาวะ ซึ่งสถาบันวิจัย"มะเร็งท่อน้ำดี" ม.ขอนแก่น ให้ข้อมูล เรื่องของประสิทธิภาพของชุดตรวจ OV-RDT (ชื่อทางการค้า: OV-ATK)ว่า ในปัสสาวะคนอีสาน ทางทีมผู้วิจัยจากสถาบันวิจัยมะเร็งท่อน้ำดีได้ตีพิมพ์ผลงานวิจัยในวารสาร Infectious Diseases of Poverty (2023) 12:102 (Scopus Tier 1, 95th) ความไวและความจำเพาะ: เมื่อเทียบกับวิธีตรวจอุจจาระ (FECT) พบว่าชุดตรวจนี้มีความไว (Sensitivity) 94.2% และความจำเพาะ (Specificity) 93.2%
ความสอดคล้องของผลการตรวจ: ชุดตรวจ OV-AKT มีความสอดคล้องในระดับดีเยี่ยมกับวิธีตรวจปัสสาวะแบบ ELISA และวิธี FECT (ค่า Kappa ระหว่าง 0.842–0.874) ,ขีดจำกัดในการตรวจวัด (LOD): สามารถตรวจพบแอนติเจนในปัสสาวะได้ที่ระดับความเข้มข้นต่ำสุดถึง 28.5 ng/ml และการทำปฏิกิริยาข้าม (Cross-reactivity): มีโอกาสเกิดปฏิกิริยาข้ามกับพยาธิชนิดอื่นน้อยมากเพียง 2%
กลุ่มเสี่ยง รับชุดตรวจพยาธิใบไม้ตับ ฟรี
ชุดตรววจคัดกรองพยาธิใบไม้ตับ ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นการตรวจจากปัสสาวะนั้น จัดอยู่ในสิทธิประประโยชน์สร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคโดยคนไทยทุกคนทุกสิทธิ์สามารถขอรับชุดตรวจคัดกรองนี้ได้ ฟรี ซึ่งตรวจง่าย รู้ผลไวภายใน 10 นาที ช่วยคัดกรองความเสี่ยงตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เพื่อเข้าสู่การรักษาได้อย่างทันท่วงที โดยผู้มีสิทธิรับชุดตรวจ
อายุ 15 ปีขึ้นไป และมีประวัติเสี่ยง เช่น
• เคยติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับ
• เคยกินยาถ่ายพยาธิใบไม้ตับ
• รับประทานปลาน้ำจืดดิบหรือสุก ๆ ดิบ ๆ
ตรวจสอบหน่วยบริการที่เข้าร่วม และจองรับบริการได้ผ่านแอป เป๋าตัง เมนู กระเป๋าสุขภาพ
ปี 68 เจอพยาธิใบไม้ตับกว่า 40,000 คน
จากข้อมูลปี 2551-2565 ประเทศไทยยังพบผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตจากมะเร็งท่อน้ำดีในอัตราสูงมาก ตั้งแต่ปี 2551–2565 อัตราตายอยู่ที่ประมาณ 13–35 ต่อแสนประชากร ส่วนใหญ่พบผู้ป่วยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ข้อมูลจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) ระบุว่า ในส่วนของบริการชุดตรวจคัดกรองการติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับด้วย OV-ATK KIT ผลดำเนินงานในปี 2568 ซึ่งเป็นปีแรกของการให้บริการ มีประชาชนเข้ารับการตรวจแล้วกว่า 140,000 ราย มีหน่วยบริการที่ให้บริการและเบิกจ่ายค่าบริการแล้ว 316 แห่งทั่วประเทศ
จากผู้เข้ารับการตรวจทั้งหมด พบว่า 29.27 % หรือกว่า 40,000 คน มีผลตรวจเป็นบวก แต่มีเพียง 23.29 %ที่มารับยาฆ่าพยาธิ
สำหรับอาการรุนแรง โรคพยาธิใบไม้ตับ คือ มีไข้ น้ำหนักลด ท้องมาน เท้าบวม ตับโตและกดเจ็บ ตัวเหลืองตาเหลือง อุจจาระสีซีดหรือเทา และปัสสาวะสีเข้ม
ทั้งนี้ ทางเดินท่อน้ำดีโป่งพอง เกิดเป็นมะเร็งท่อน้ำดี หรือเชื้อโรคจากท่อน้ำดีเข้าสู่กระแสเลือดเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เสียชีวิตได้
ขณะนี้ประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อโรคพยาธิใบไม้ตับ ไม่น้อยกว่า 6 ล้านคน และประชาชนกลุ่มนี้ อาจจะพัฒนาเป็น โรคมะเร็งท่อน้ำดีในระยะเวลา 20-30 ปีข้างหน้า
ไทยมะเร็งท่อน้ำดีสูงสุดในโลก
ทั้งนี้ การติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับ จะนำไปสู่การเป็นมะเร็งท่อน้ำดี ซึ่งจัดเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญอย่างมากของประเทศไทย ขนาดที่มีรายงานว่า คนไทยป่วยมะเร็งท่อน้ำดีต่อแสนประชากรมากที่สุดในโลก ประเทศไทยถูกขนามนามว่า เป็นเมืองหลวงของโรคมะเร็งท่อน้ำดี (The Capital City of Cholangiocarcinoma) เพราะมีจำนวนผู้ป่วยที่สูงมากที่สุดในโลกต่อจำนวนแสนประชากร
ข้อมูลของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) พบว่า อัตราผู้ป่วยสะสมในระยะ 10 ปี มีจำนวนสูงกว่า 200,000 ราย โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่อยู่ในเขตสุขภาพที่ 1, 7, 8, 9 และ 10(พื้นที่ภาคเหนือตอนบนและภาคอีสาน) โดยเฉลี่ยมีผู้ป่วยประมาณ 20,000 รายต่อปี คิดเป็นอัตรา 38 ต่อแสนประชากร
ส่วนข้อมูลล่าสุดของสถาบันมะเร็งแห่งชาติ มีผู้ป่วยมะเร็งตับและท่อน้ำดีสูงถึงปีละ 19,491 คน หรือวันละ 53 คน และมีผู้เสียชีวิตปีละ 14,971 คน หรือวันละ 41 คน
ขณะที่ข้อมูลการให้บริการผู้ป่วยโรคมะเร็งในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง 30 บาท) ปีงบประมาณ 2568 ในส่วนบริการรักษาผู้ป่วยนอก 5 อันดับแรกนั้น มะเร็งตับและท่อน้ำดีในตับ จัดอยู่อันดับที่ 4 มี 26,591 คน จำนวน 129,387 ครั้ง
ส่วน บริการรักษาผู้ป่วยใน 5 อันดับแรก พบว่า มะเร็งตับและท่อน้ำดีในตับ เป็นโรคที่มีผู้ป่วยเข้ารับบริการสูงสุด 20,312 คน จำนวน 44,230 ครั้ง
ขึ้นบัญชี 6 เมนูเลี่ยงเด็ดขาด
กรมควบคุมโรค ระบุถึงเมนูเสี่ยง พยาธิใบไม้ตับ มาจากการกินปลาน้ำจืดดิบหรือสุกๆ ดิบๆ ตัวการหลัก คือ ปลาน้ำจืดที่มีเกล็ดขาว เช่น ปลาตะเพียน ปลาชาวนา ปลาสร้อย เป็นต้น โดย 6 เมนูที่ควรหลีกเลี่ยงเด็ดขาด เพราะเชื่อมโยงกับมมะเร็งท่อน้ำดี ได้แก่
- ก้อยปลา
- ลาบปลาดิบ
- ปลาส้มดิบ
- ปลาร้าดิบ
- ปลาจ่อม
- หม่ำปลา
ส่วนเมนูที่ควรระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ ก้อยปลา ลาบปลา พล่าปลา ทำจากเนื้อปลาดิบที่นำมาปรุงรส ปลาร้าดิบ การทำส้มตำปลาร้าดิบ แจ่วบอง หรือน้ำพริกที่ใส่ปลาร้าไม่ผ่านความร้อน ,ปลาส้ม ปลาจ่อม หม่ำปลา เมนูปลาหมักดองที่มักกินแบบดิบ และปลาปิ้ง ปลาเผา หากเนื้อปลาบริเวณกลางตัวยังดิบหรือสุกๆดิบๆ ก็ยังคงมีตัวอ่อนพยาธิ
ในการป้องกันทำได้โดยการกินปลาที่สุกจริง สุกทั่วถึงด้วยความร้อน ,แช่แข็ง – 20 องศาเซลเซียสนาน 7 วัน หรือนาน 4 วัน (ปลาทั้งตัว) ,แยกเขียง แยกอุปกรณ์ระหว่างของดิบและของสุก ,ล้างมือและอุปกรณ์ให้สะอาดหลังสัมผัสปลา ,ล้างผัก ผลไม้ให้สะอาดก่อนกินและใส่ภาชนะที่สะอาดก่อนกิน และเมื่อพบความเสี่ยง ควรตรวจคัดกรอง
พยาธิอื่นๆที่เสี่ยงจากเมนูสัตว์ดิบ
อย่างไรก็ตาม การกินสัตว์ดิบนั้น ไม่เฉพาะปลาน้ำจืดเท่านั้นที่มีพยาธิ ส่วนของหอยโข่ง หอยเชอร์รี่ กุ้งฝอย หรือกุ้งน้ำจืด เนื้อหมูหรือเนื้อไก่ก็มีเช่นเดียวกัน และไม่ได้มีเพียงพยาธิใบไม้ตับ แต่ยังมีพยาธิอื่นอีก เช่น พยาธิปอดหนู หรือ พยาธิหอยโข่ง Angiostrongylus cantonensis ,พยาธิตืดหมู ในรูปแบบของ Cysticercosis และ พยาธิตัวจี๊ด Gnathostoma spinigerum เป็นต้น
อ้างอิง : กรมควบคุมโรค , สปสช., สถาบันวิจัยมะเร็งท่อน้ำดี ม.ขอนแก่น ,แพทยสภา