คปภ. เผยธุรกิจประกันไทยปี 68 ชี้ยังแกร่ง-เบี้ยประกันแตะ 9.69 แสนล้าน
คปภ. เผยภาพธุรกิจประกันไทยปี 68 ชี้ยังแกร่งแม้เผชิญความผันผวนโลก เบี้ยประกันแตะ 9.69 แสนล้าน
เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เปิดเผยภาพรวมธุรกิจประกันภัยไทย ประจำปี 2568 พบว่า ธุรกิจประกันภัยไทยยังคงขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง แม้จะเผชิญสภาวะเศรษฐกิจที่มีความเสี่ยงและผันผวนสูง ซึ่งมีเบี้ยประกันภัยรับตรงรวมทั้งระบบ 969,221 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 3.17% แบ่งเป็น 1. เบี้ยประกันภัยรับตรงธุรกิจประกันชีวิต 676,436 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.62% และ 2. เบี้ยประกันภัยรับตรงธุรกิจประกันวินาศภัย 292,785 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.17%
นายชูฉัตร กล่าวว่า สำหรับภาพรวมธุรกิจประกันชีวิต ปี 2568 เมื่อพิจารณาตามประเภทผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเบี้ยประกันภัยรับตรงสูงสุด พบว่า 5 อันดับแรก ได้แก่ 1. ประกันชีวิตสามัญ (Ordinary) 402,807 ล้านบาท 2. สัญญาเพิ่มเติมประกันสุขภาพ (Rider Health) 135,083 ล้านบาท 3. ประกันชีวิตแบบกลุ่ม 41,861 ล้านบาท 4. ประกันชีวิตควบการลงทุน (Unit Linked) 41,374 ล้านบาท และ 5. ประกันบำนาญ (Annuity) 21,494 ล้านบาท แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มที่ประชาชนให้ความสำคัญกับการวางแผนสุขภาพ การออมระยะยาว และการลงทุนควบคู่ความคุ้มครองมากยิ่งขึ้น
เผยประกันสุขภาพ–ยูนิตลิงค์–ท่องเที่ยว ขยายตัวโดดเด่น
นายชูฉัตร กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ธุรกิจประกันชีวิตยังมีผลิตภัณฑ์ที่ขยายตัวโดดเด่น ได้แก่ ประกันชีวิตควบการลงทุน (Unit Linked) เติบโต 15.48% สัญญาเพิ่มเติมประกันสุขภาพ (Rider Health) เติบโต 12.36% และประกันบำนาญ (Annuity) เติบโต 10.18% ขณะที่เบี้ยประกันภัยปีต่ออายุ (Renewal Year Premium) ยังคงมีสัดส่วนสูงถึง 72% ของเบี้ยประกันภัยรวม สื่อให้เห็นว่าประชาชนยังคงให้ความสำคัญกับการมีหลักประกันความคุ้มครองอย่างต่อเนื่อง
สำหรับด้านผลการดำเนินงานของธุรกิจประกันชีวิต ปี 2568 มีกำไรสุทธิ 74,894 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 65.57% จากปีก่อน โดยเป็นผลจากผลการรับประกันภัยและรายได้ จากการลงทุนที่ปรับตัวดีขึ้น ขณะที่สินทรัพย์ลงทุนของธุรกิจประกันชีวิต ณ สิ้นปี 2568 อยู่ที่ 4.49 ล้านล้านบาท โดยยังคงลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลเป็นสัดส่วนสูงถึง 61% ของสินทรัพย์ลงทุนทั้งหมด สะท้อนถึงเสถียรภาพและความมั่นคงทางการเงินของธุรกิจประกันชีวิตไทย
นายชูฉัตร กล่าวว่า ขณะที่ธุรกิจประกันวินาศภัย เมื่อพิจารณาประเภทผลิตภัณฑ์ที่มีเบี้ยประกันภัยรับตรงสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1. ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ 142,952 ล้านบาท 2. ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล 31,771 ล้านบาท 3. ประกันภัยเบ็ดเตล็ดเกี่ยวกับทรัพย์สิน (IAR & Property) 30,315 ล้านบาท 4. ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) 20,648 ล้านบาท และ 5. ประกันสุขภาพ 19,419 ล้านบาท แสดงให้เห็นว่าประกันภัยรถยนต์ยังคงเป็นกลุ่มประกันภัยที่มีสัดส่วนเบี้ยประกันภัยสูงที่สุดของธุรกิจประกันวินาศภัย โดยเฉพาะประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ ขณะที่ประกันสุขภาพและประกันอุบัติเหตุมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง สอดคล้องกับพฤติกรรมของประชาชนที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพ การเตรียมความพร้อมรองรับค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ รวมถึงการบริหารความเสี่ยงจากเหตุไม่คาดคิดในชีวิตประจำวันมากขึ้น
นายชูฉัตร กล่าวว่า นอกจากนี้ ธุรกิจประกันวินาศภัยยังคงเติบโตจากความต้องการความคุ้มครองที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะประกันสุขภาพ (Health) ที่เติบโต 19.75% ประกันภัยการเดินทาง (Travel) เติบโต 15.49% และประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล (Accident AH) เติบโต 6.76% ชี้ให้เห็นถึงการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการเดินทางทั้งในและต่างประเทศ ส่งผลให้ความต้องการความคุ้มครองด้านประกันภัยมีความหลากหลายมากขึ้น ขณะเดียวกัน จำนวนกรมธรรม์ใหม่ของธุรกิจประกันวินาศภัยเพิ่มขึ้นเป็น 80.55 ล้านกรมธรรม์ หรือเพิ่มขึ้น 6.08% ด้านผลการดำเนินงานของธุรกิจประกันวินาศภัย ปี 2568 มีกำไรสุทธิ 11,677 ล้านบาท แม้ลดลงจากปีก่อน 25.20% แต่ยังคงมีฐานะทางการเงินที่มั่นคง โดยมีสินทรัพย์ลงทุนรวม 350,252 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน 0.68% และยังคงเน้นการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความมั่นคง อาทิ พันธบัตรรัฐบาล เงินฝาก และหุ้นกู้
นายชูฉัตร กล่าวทิ้งท้ายว่า ทั้งนี้ สำนักงาน คปภ. จะมีการกำกับดูแลและส่งเสริมการพัฒนาระบบประกันภัยไทยให้มีความมั่นคง โปร่งใส และสามารถตอบสนองความต้องการด้านความคุ้มครองของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับแผนพัฒนาการประกันภัย ฉบับที่ 5 (พ.ศ. 2569–2573) ที่มุ่งยกระดับระบบประกันภัยไทยให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านการบริหารความเสี่ยงของประเทศในระยะยาว
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : คปภ. เผยธุรกิจประกันไทยปี 68 ชี้ยังแกร่ง-เบี้ยประกันแตะ 9.69 แสนล้าน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th