โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ดีเอสไอ จ่อหมายเรียก 6 โรงกลั่นน้ำมัน ส่อเจตนาปิดบังอำพรางเอกสารใบกำกับขนส่งทางเรือ

ไทยโพสต์

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 16 ชั่วโมงที่ผ่านมา

อธิบดีดีเอสไอ เผย 6 โรงกลั่นน้ำมัน ปิดบังเอกสารสำคัญใบกำกับการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงทางเรือ 166 ฉบับ ช่วงไทยประสบปัญหาวิกฤติตะวันออกกลางเดือน ไม่กรอกข้อมูลให้ครบถ้วน ส่อเจตนาปิดบังอำพรางเพื่อเวียนใช้เอกสาร หลัง “กรมธุรกิจพลังงาน” เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษ คาด สัปดาห์หน้าคณะพนักงานสอบสวนฯ เตรียมประชุมมีมติออกหมายเรียกโรงกลั่นน้ำมันรับทราบข้อกล่าวหาตาม พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง

19 พฤษภาคม 2569 - พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนคดีการกักตุนน้ำมันเชื้อเพลิง โดยเฉพาะกรณีของโรงกลั่นน้ำมันทั้ง 6 แห่งในประเทศไทยที่พบความผิดปกติจากหลักฐานการร้องทุกข์กล่าวโทษโดยกรมธุรกิจพลังงาน อันเนื่องมาจากการไม่ปฏิบัติตามประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดวิธีการและเงื่อนไขในการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 ซึ่งถือเป็นความผิดตามกฎหมาย พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 ว่า ย้อนไปเมื่อวันที่ 27 เม.ย.69 คณะกรรมการตรวจสอบอย่างเข้มข้นเพื่อการปฏิรูปพลังงาน ได้นำเอาพยานหลักฐานเอกสารใบกำกับการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงทางเรือ จำนวน 166 ฉบับ ของคลังน้ำมัน 6 แห่ง ซึ่งเป็นผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 มาขอให้ดีเอสไอขยายผลตรวจสอบ

โดยเฉพาะในช่วงเดือน มี.ค.69-เม.ย.69 ที่ไม่เป็นไปตามประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดวิธีการและเงื่อนไขในการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 เนื่องด้วยตามประกาศกรมธุรกิจพลังงานฯ ใน 1 ใบกำกับการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง จะต้องประกอบไปด้วยรายละเอียด 8 หัวข้อสำคัญ คือ 1.ชื่อผู้ค้าน้ำมันที่จ่ายและสถานที่จ่ายต้นทาง 2.วันที่ออกและเลขที่ใบกำกับการขนส่ง 3.ชื่อผู้รับและสถานที่ส่งมอบปลายทาง 4.ชื่อและที่อยู่ของผู้ขนส่ง 5.เลขทะเบียนพาหนะที่ใช้ขนส่ง ในกรณีขนส่งทางเรือให้ระบุชื่อเรือที่ใช้ในการขนส่ง 6.วันที่ออกเดินทางจากสถานที่จ่ายต้นทาง 7.ชนิดและปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่ขนส่ง และ 8.ระบุหมายเลขประจำตรา (SEAL) หรือรหัส ELECTRONIC SEAL หรือระบบที่ใช้ในการควบคุมและติดตามยานพาหนะในการขนส่ง

ปรากฏว่าในบางโรงกลั่นกลับไม่ได้ระบุรายละเอียดบางหัวข้อในใบกำกับการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง อาทิ ไม่ระบุวันที่ออกและเลขที่ใบกำกับการขนส่ง ไม่ระบุหมายเลขประจำตรา (SEAL) หรือรหัส ELECTRONIC SEAL หรือระบบที่ใช้ในการควบคุมและติดตามยานพาหนะในการขนส่ง ไม่ระบุวันที่ออกเดินทางจากสถานที่จ่ายต้นทาง เป็นต้น มันก็อาจทำให้เกิดการเวียนใช้ใบกำกับการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงได้

พ.ต.ต.ยุทธนา กล่าวอีกว่า สำหรับพฤติการณ์ของ 6 โรงกลั่นน้ำมัน ยังไม่ถือว่าเป็นการกักตุนน้ำมัน แต่หากมองดูบทบาทความสำคัญของการกรอกรายละเอียดในเอกสารใบกำกับการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ เพราะถ้าไม่กรอกให้ครบถ้วนทุกหัวข้อ ก็ถือเป็นการฝ่าฝืนประกาศกรมธุรกิจพลังงาน และมีโทษทางอาญาตาม พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 ประกอบประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดวิธีการและเงื่อนไขในการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 รวมแล้วมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท

ซึ่งแม้อัตราโทษน้อย แต่พนักงานสอบสวนจะต้องพิจารณาเป็นรายกรรม เพราะเป็นการกระทำต่างกรรมต่างวาระ โดยใน 1 ใบกำกับการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง ก็ถือเป็นความผิด 1 กรรม ซึ่งการไม่ปฏิบัติตามประกาศกรมธุรกิจพลังงาน อาจเป็นช่องโหว่เปิดโอกาสให้ไปกระทำความผิดได้ เช่น ใน 166 รายการใบกำกับการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงทางเรือของโรงกลั่นน้ำมันทั้ง 6 แห่งที่ไม่ปฏิบัติตามประกาศกรมธุรกิจพลังงาน ก็มีการกระทำจำนวนรายการมากน้อยต่างกันไป

บางโรงกลั่นกระทำแค่ครั้งเดียว บางโรงกลั่นกระทำ 1-2 ครั้ง แต่บางโรงกลั่นกระทำสูงถึงหลาย 10 ครั้ง จึงเป็นพฤติการณ์ที่ทำให้พนักงานสอบสวนตั้งข้อสังเกตว่า เป็นการจงใจกระทำการใดหรือไม่ แต่ตอนนี้เราก็มีข้อมูลประมาณ 70-80% แล้วที่ยืนยันได้ว่ามีการกระทำที่เป็นการจงใจแน่นอน ซึ่งระหว่างนี้คณะพนักงานสืบสวนก็ต้องดำเนินการขยายผลสืบสวนสอบสวนปากคำอีกสักระยะหนึ่ง คาดว่าภายในสัปดาห์หน้า จะคลี่คลายกระจ่าง และจะได้มีการเรียกประชุมคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนเพื่อพิจารณา พฤติการณ์ความผิดและพยานหลักฐาน ก่อนมีมติร่วมกันเพื่อออกหมายเรียกผู้ต้องหาให้เข้ามารับทราบข้อกล่าวหาต่อไป

มีรายงานด้วยว่า 6 โรงกลั่นน้ำมันที่ถูกเจ้าหน้าที่กรมธุรกิจพลังงานนำเอาพยานหลักฐานสำคัญ ใบกำกับการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงทางเรือ จำนวน 166 ฉบับ ที่ไม่เป็นไปตามประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดวิธีการและเงื่อนไขในการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษกับดีเอสไอเมื่อวันที่ 27 เม.ย.69 มีดังนี้

1.บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน): Thaioil (TOP) กำลังการกลั่น 275,000 บาร์เรลต่อวัน ผู้ถือหุ้นหลัก กลุ่ม ปตท.

2.บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน): GC (PTTGC) กำลังการกลั่น 145,000 บาร์เรลต่อวัน ผู้ถือหุ้นหลัก กลุ่ม ปตท.

3.บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน): IRPC กำลังการกลั่น 215,000 บาร์เรลต่อวัน ผู้ถือหุ้นหลัก กลุ่ม ปตท.

4.บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน): Bangchak (BCP) กำลังการกลั่น 120,000 บาร์เรลต่อวัน ผู้ถือหุ้นหลัก บางจาก (รวมโรงกลั่นบางจากพระโขนง)

5.บริษัท บางจาก ศรีราชา จำกัด (มหาชน): Bangchak Sriracha (BSRC) กำลังการกลั่น 174,000 บาร์เรลต่อวัน ผู้ถือหุ้นหลัก บางจาก (เดิมคือ ESSO)

และ 6.บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน): Star Petroleum (SPRC) กำลังการกลั่น 175,000 บาร์เรลต่อวัน ผู้ถือหุ้นหลัก เชฟรอน (Chevron)

พ.ต.ต.ยุทธนา กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีของบริษัท ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด จ.อ่างทอง คณะพนักงานสืบสวนพบความผิดปกติของกรรมการบริหารบริษัทจริง โดยเฉพาะผู้ที่มีชื่อเป็นกรรมการบริษัทในโครงสร้าง (นายอุดม ดารุณิกรณ์) มีหลักฐานน่าเชื่อว่าเป็นนอมินีหรือตัวแทนอำพราง เพราะในการสั่งจ่ายเงินหรือในการรับประโยชน์ของบริษัท มันไปตกอยู่กับคนอีกกลุ่มหนึ่งแทน ซึ่งหลักฐานเหล่านี้ก็มาจากการขยายผลดูเส้นทางการเงินจากบัญชีธนาคารนิติบุคคลที่ไปเชื่อมโยงกับบุคคลภายนอกโครงสร้างกรรมการบริษัท โดยเป็นการจ่ายเงินตอบแทนไปยังบุคคลอื่นแทนที่จะจ่ายเงินเข้าบัญชีกรรมการ

ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นเครือข่ายญาติพี่น้องของนักธุรกิจน้ำมันชื่อดัง (นายสมบูรณ์ สุขเจริญไกรศรี หรือเสี่ยตือคอสโม่) และเมื่อตรวจดูฐานะอาชีพศักยภาพของกรรมการบริษัทที่ปรากฏชื่อ (นายอุดม ดารุณิกรณ์) ก็ไม่สมฐานานุรูปกับสินทรัพย์บริษัทที่มีมูลค่าสูงหลักพันล้านบาท ทั้งนี้ คณะพนักงานสืบสวนได้มีการออกหมายเรียกพยานแก่กรรมการบริษัทและบุคคลที่พบความเกี่ยวข้องทางเส้นทางการเงินของบัญชีนิติบุคคลบริษัท ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด จ.อ่างทอง มาให้ปากคำในฐานะพยาน โดยคาดว่าถ้อยคำให้การและคำชี้แจงต่าง ๆ จะสามารถใช้ประกอบดูรายละเอียดพยานหลักฐานของพนักงานสืบสวนได้ และเมื่อพบการกระทำความผิด ก็จะได้ นัดหมายประชุมคณะพนักงานสืบสวนเพื่อมีมติออกหมายเรียกผู้ต้องหาให้มารับทราบข้อกล่าวหาต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...