โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เตรียมรับมือพายุแม่เหล็กโลก! ลุ้นเกิดปรากฏการณ์แสงเหนือ หลังดวงอาทิตย์ปะทุรุนแรงต่อเนื่อง

SPACEMAN

อัพเดต 3 กรกฎาคม 2569 เวลา 15.47 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • SPACEMAN มนุษย์อวกาศ

ศูนย์พยากรณ์สภาพอวกาศรายงานว่า ดวงอาทิตย์ของเรากำลังอยู่ในช่วงที่มีความตื่นตัวอย่างมาก โดยได้ปลดปล่อยพลังงานมหาศาลออกมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์แสงเหนือหรือออโรร่า (Aurora) ที่สว่างไสวและมองเห็นได้ในหลายพื้นที่บนโลกในช่วงสุดสัปดาห์นี้

เหตุการณ์สุดระทึกนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2569 หลังจากที่ดวงอาทิตย์ได้ปล่อยพลังงานในรูปแบบของแสงวาบสุริยะ (Solar Flare) ในระดับ X1.1 ซึ่งถือเป็นการปะทุในระดับที่รุนแรงที่สุด ตามมาด้วยการปะทุระดับ M-class อีกถึง 10 ครั้งภายในระยะเวลาเพียง 24 ชั่วโมง การระเบิดเหล่านี้หลายครั้งเกิดขึ้นพร้อมกับการพ่นมวลโคโรนา หรือซีเอ็มอี (Coronal Mass Ejections - CMEs) ซึ่งเป็นการพ่นกลุ่มพลาสมาและสนามแม่เหล็กขนาดใหญ่ออกสู่อวกาศ และมีทิศทางบางส่วนพุ่งตรงมายังโลกของเรา

ดร. ทามิทา สคอฟ (Tamitha Skov) นักฟิสิกส์สุริยะ ได้เปรียบเปรยพฤติกรรมของดวงอาทิตย์ในช่วงนี้ว่าเป็นเหมือน "ดวงอาทิตย์ปืนกล" (Machine-gun sun) โดยระบุว่ามีพายุสุริยะมากกว่า 5 ลูกกำลังเดินทางมายังโลก และอย่างน้อยสามลูกมีโอกาสสูงที่จะทำให้เกิดปรากฏการณ์แสงเหนือที่สวยงาม การปะทุที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องนี้ทำให้ยากต่อการสร้างแบบจำลองพยากรณ์ ทั้งนี้คาดว่าพายุลูกแรกอาจเดินทางมาถึงโลกในช่วงวันที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ซึ่งอาจก่อให้เกิดพายุแม่เหล็กโลก (Geomagnetic Storm) ในระดับ G2 (ระดับปานกลาง) หรือสูงกว่านั้น

ทางด้านศูนย์พยากรณ์สภาพอวกาศขององค์การบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ โนอา (NOAA) กำลังเร่งวิเคราะห์ข้อมูลเพิ่มเติมอย่างใกล้ชิด โดยรายงานว่าอย่างน้อยหนึ่งในกลุ่มคลื่นพลังงานที่ถูกปล่อยออกมาเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม มีทิศทางพุ่งตรงมายังโลก ทางหน่วยงานยังคงพยากรณ์ว่าอาจเกิดพายุแม่เหล็กโลกในระดับ G2 ซึ่งเป็นผลพวงหลักมาจากการปะทุระดับ X เมื่อช่วงปลายเดือนมิถุนายน และอาจมีพายุแม่เหล็กโลกในระดับ G1 (ระดับอ่อน) ปกคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ในช่วงวันที่ 3 กรกฎาคม ปรากฏการณ์นี้อาจดันให้แนวการเกิดแสงเหนือขยับลงมาทางทิศใต้มากกว่าปกติ ทำให้ผู้คนในพื้นที่ตอนเหนือของสหรัฐอเมริกา เช่น รัฐนิวยอร์กและไอดาโฮ มีโอกาสมองเห็นแสงเหนือได้หากท้องฟ้ามืดและเปิดโล่ง

ความยิ่งใหญ่ของปรากฏการณ์ออโรร่าในครั้งนี้จะขึ้นอยู่กับว่ากลุ่มมวลพลาสมา CMEs แต่ละระลอกจะทำปฏิกิริยากันอย่างไรเมื่อเดินทางมาถึง รวมถึงทิศทางของสนามแม่เหล็กที่ต้องเหมาะสมพอดีในการถ่ายโอนพลังงานเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลก แม้ว่าในช่วงนี้พื้นที่ซีกโลกเหนือจะมีช่วงเวลากลางคืนที่สั้นและมีแสงสนธยาที่อาจรบกวนการสังเกตการณ์ แต่สำหรับนักดาราศาสตร์และช่างภาพ นี่คือช่วงเวลาสำคัญที่ไม่ควรพลาดในการเตรียมกล้องและอุปกรณ์ให้พร้อม เพื่อบันทึกภาพท้องฟ้าในช่วงต้นเดือนกรกฎาคมนี้

ข้อมูลอ้างอิง: NASA/SDO

  • Sun Releases Strong Flare
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...