โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

CEO Nothing เผย RAM กลายเป็นชิ้นส่วนแพงที่สุดในสมาร์ตโฟน

sanook.com

เผยแพร่ 15 มิ.ย. เวลา 10.21 น. • Sanook
Carl Pei ซีอีโอ Nothing เผย RAM กลายเป็นชิ้นส่วนที่แพงที่สุดในสมาร์ตโฟน แซงทั้งชิปเซ็ตและหน้าจอ หลังความต้องการจาก AI และ Data Center ดันราคาหน่วยความจำพุ่ง

Carl Pei ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้ง Nothing ออกมาให้มุมมองที่น่าสนใจเกี่ยวกับต้นทุนสมาร์ตโฟนยุคใหม่ โดยระบุว่า RAM หรือหน่วยความจำ ได้กลายเป็นหนึ่งในชิ้นส่วนที่แพงที่สุดของสมาร์ตโฟนแล้ว และในบางกรณีอาจมีต้นทุนสูงกว่าชิปเซ็ตหรือหน้าจอเสียอีก

ประเด็นนี้น่าสนใจมาก เพราะที่ผ่านมาเวลาพูดถึงต้นทุนมือถือ หลายคนมักนึกถึงชิปประมวลผล กล้อง หรือหน้าจอเป็นหลัก แต่ในปี 2026 ต้นทุนของหน่วยความจำกำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่อาจทำให้ราคาสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ขยับสูงขึ้นทั่วทั้งตลาด

RAM แพงกว่าชิปเซ็ตและหน้าจอแล้ว?

Carl Pei ได้ออกาเปิดเผยว่าหน่วยความจำในสมาร์ตโฟนกลายเป็นต้นทุนที่หนักมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเขาระบุว่า Memory อาจคิดเป็นมากกว่า 50% ของต้นทุนฮาร์ดแวร์รวม ในสมาร์ตโฟนบางรุ่น เขายังยกตัวอย่างว่าในกรณีของ Nothing Phone (4a) ต้นทุนหน่วยความจำเพิ่มขึ้นอย่างหนัก โดยมีการปรับขึ้นหลายรอบตั้งแต่ช่วงวางแผนผลิตจนถึงหลังเปิดตัวสินค้า

screenshot-2026-06-15-094022_

RAM แพงขึ้นเพราะ?

สาเหตุหลักมาจากความต้องการหน่วยความจำที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะจากอุตสาหกรรม AI และ Data Center ที่ต้องใช้หน่วยความจำจำนวนมากในการประมวลผลโมเดล AI ขนาดใหญ่

เมื่อ Data Center และอุตสาหกรรม AI ต้องการชิปหน่วยความจำจำนวนมหาศาล ผู้ผลิตสมาร์ตโฟนจึงต้องแข่งขันแย่งกำลังการผลิตกับกลุ่มอุตสาหกรรมอื่น ส่งผลให้ราคาชิ้นส่วนประเภท DRAM และ Storage ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

มือถือปี 2026 กับตุ้นทุนที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

รายงานจากหลายสื่อระบุว่า ราคาหน่วยความจำมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง และผู้ผลิตสมาร์ตโฟนอาจต้องเผชิญทางเลือกที่ยากขึ้น คือเพิ่มราคาขาย หรือปรับลดสเปกบางส่วนเพื่อคุมต้นทุน

ในช่วงที่ผ่านมา สมาร์ตโฟนรุ่นใหม่บางรุ่นเริ่มมีราคาสูงกว่ารุ่นก่อนแล้ว โดยบางตลาดพบว่าราคาเปิดตัวเพิ่มขึ้นราว 100 ดอลลาร์สหรัฐ เมื่อเทียบกับรุ่นเดิมในระดับเดียวกัน

screenshot-2026-06-15-095551_

Nothing Phone (4a)

กลุ่มมือถือไหนที่กระทบเยอะ

มือถือเรือธงอาจยังพอรับมือกับต้นทุนที่สูงขึ้นได้ เพราะมีราคาขายและมาร์จินมากกว่า แต่สำหรับมือถือระดับกลางและรุ่นคุ้มค่า ต้นทุน RAM ที่เพิ่มขึ้นอาจกลายเป็นปัญหาใหญ่ เพราะผู้ผลิตต้องรักษาราคาให้อยู่ในระดับที่ผู้บริโภครับได้ ขณะเดียวกันผู้ใช้ก็คาดหวัง RAM 8GB, 12GB หรือมากกว่านั้นเป็นมาตรฐานใหม่ โดยเฉพาะในยุคที่ฟีเจอร์ AI บนเครื่องต้องการหน่วยความจำเพิ่มขึ้น

ยุค AI ทำให้ RAM สำคัญกว่าเดิม

เดิมที RAM มีหน้าที่หลักในการช่วยให้เปิดแอปหลายตัว สลับแอปได้ลื่น และเล่นเกมได้ดี แต่ยุค AI ทำให้ RAM มีบทบาทมากขึ้น เพราะฟีเจอร์ AI แบบ On-device ต้องใช้หน่วยความจำในการโหลดโมเดลและประมวลผลข้อมูลภายในเครื่อง

นั่นหมายความว่า มือถือที่มี RAM น้อยอาจไม่ได้เสียเปรียบแค่เรื่องความลื่นไหล แต่ยังอาจพลาดฟีเจอร์ AI บางอย่างในอนาคตด้วย

ผู้บริโภคควรรีบซื้อมือถือไหม?

Carl Pei ให้มุมมองว่า หากกำลังวางแผนซื้อสมาร์ตโฟนใหม่ การรอโปรโมชันหรือรอราคาลดอาจไม่ใช่กลยุทธ์ที่ได้ผลเหมือนเดิม เพราะเมื่อชิ้นส่วนมีต้นทุนสูงและมีความต้องการมาก ผู้ผลิตอาจมีพื้นที่ในการลดราคาน้อยลง

อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้บริโภคทั่วไป การตัดสินใจซื้อยังควรดูจากความจำเป็นจริงเป็นหลัก หากมือถือเดิมยังใช้งานได้ดี ก็ไม่จำเป็นต้องรีบเปลี่ยน แต่ถ้ากำลังจะซื้อเครื่องใหม่อยู่แล้ว การเลือกรุ่นที่มี RAM เพียงพอสำหรับใช้งานระยะยาวอาจเป็นเรื่องที่ควรให้ความสำคัญมากขึ้น

แต่สถานการณ์จะเป็นแบบนี้อีกนานไหม คงต้องรอลุ้นกันต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...