โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ถอดรหัสคนทำงานยุค AI ทำไม ประสบการณ์ และ การคิดลึก คือไม้ตายที่หุ่นยนต์สู้ไม่ได้

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพไฮไลต์

ในยุคที่ AI ทำงานแทนเราได้เกือบหมด แต่ทำไม 'คนมีประสบการณ์' ถึงยิ่งได้เปรียบ? ชวนเจาะลึกทักษะคิดเชิงกลยุทธ์และวิจารณญาณที่หุ่นยนต์เลียนแบบไม่ได้ พร้อมแนวทางพัฒนาตัวเองให้ยืนหนึ่ง

เมื่อความเร็วไม่ใช่คำตอบเดี่ยว สถิติการใช้ เทคโนโลยี AI ในโลกการทำงาน

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ได้เข้ามาเปลี่ยนดิสรัปชันวิถีการทำงานอย่างก้าวกระโดด งานเอกสารหรืองานวิเคราะห์ที่เคยใช้เวลาค่อนข้างนาน ปัจจุบันสามารถทำเสร็จได้ในเวลาไม่กี่นาที อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความสะดวกรวดเร็วนี้ โจทย์สำคัญของ คนทำงานยุค AI ได้เปลี่ยนจาก “ใครทำงานเร็วกว่า” ไปสู่ “ใครตัดสินใจได้ถูกต้องและเฉียบขาดกว่า”

จากการสำรวจและรายงานสถิติที่น่าสนใจ พบว่าเทคโนโลยีนี้กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง

หัวข้อสถิติ รายละเอียดและผลกระทบ การยอมรับในองค์กรทั่วโลก องค์กรทั่วโลกกว่า 78% เริ่มนำ AI เข้ามาใช้ในกระบวนการทำงานแล้ว (ข้อมูลจาก McKinsey Global Survey ปี 2568) ประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้น ผู้ใช้งาน AI สามารถเพิ่มประสิทธิภาพและลดระยะเวลาการทำงานได้เฉลี่ยราว 30-40% มูลค่าตลาดหนังสือไทย ตลาดหนังสือไทยยังมีมูลค่าสูงกว่า 20,000 ล้านบาท สะท้อนว่าคนยังต้องการการเรียนรู้เชิงลึก

ทำไม 'ประสบการณ์' ถึงมีมูลค่ามากกว่าเดิมในยุค AI?

หลายคนอาจกังวลว่าเมื่อ AI ฉลาดขึ้น ความสำคัญของคนทำงานรุ่นเก๋าจะลดลง แต่ในความเป็นจริงกลับเป็นสิ่งตรงกันข้าม ทักษะ AI อาจช่วยให้พนักงานรุ่นใหม่สร้างผลลัพธ์ได้อย่างรวดเร็ว แต่สิ่งที่ระบบอัตโนมัติยังไม่สามารถทดแทนมนุษย์ได้คือ “บริบทและความเข้าใจเชิงลึก”

3 จุดแข็งที่ AI และเด็กจบใหม่ยังสู้คนมีประสบการณ์ไม่ได้

  • การประเมินความเสี่ยงเชิงกลยุทธ์: AI สามารถประมวลผลข้อมูลดิบได้ดี แต่ไม่เข้าใจความซับซ้อนของโครงสร้างองค์กรและความเสี่ยงทางธุรกิจที่ซ่อนอยู่
  • การตั้งโจทย์ที่เฉียบคม: คนที่มีประสบการณ์จะสามารถตั้งคำถามและมองเห็นประเด็นที่ครอบคลุมผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้ดีกว่า
  • วิจารณญาณในการตัดสินใจ: ในสถานการณ์ที่กดดันหรือซับซ้อน วิจารณญาณที่สะสมจากชั่วโมงบินคือตัวตัดสินความสำเร็จ

เกมนี้ไม่ใช่การต่อสู้ระหว่างมนุษย์กับหุ่นยนต์ หรือคนรุ่นเก่ากับคนรุ่นใหม่ แต่ผู้ชนะในยุคนี้คือ “คนที่มีประสบการณ์และใช้ AI เป็น” เพื่อลดงานรูทีนและเพิ่มขอบเขตการทำงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

จากโลกที่แข่งกัน “รู้” สู่โลกที่แข่งกัน “คิดลึก”

เมื่อข้อมูลกลายเป็นสิ่งที่ทุกคนเข้าถึงได้ง่ายเพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส ความได้เปรียบในการแข่งขันจึงไม่ใช่การแข่งขันกันที่ความจำ แต่อยู่ที่วิธีคิดและการเชื่อมโยงข้อมูล

ยิ่งข้อมูลหาง่าย ยิ่งต้อง 'พัฒนาตัวเอง' ผ่านการอ่านเชิงลึก

ข้อมูลจากสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) ระบุว่า งานมหกรรมหนังสือระดับประเทศยังคงได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม โดยสามารถดึงดูดผู้เข้าร่วมงานได้มากกว่า 1.3 ล้านคน และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 500 ล้านบาทต่อครั้ง สิ่งนี้ชี้ให้เห็นว่า แม้ข้อมูลบนโลกออนไลน์จะหาง่าย แต่ผู้คนยังคงโหยหาความรู้ที่ลึกซึ้งและผ่านการกลั่นกรองมาแล้วอย่าง “หนังสือ”

การอ่านหนังสือเปรียบเสมือนทางลัดในการสะสมประสบการณ์ เพราะช่วยสร้างวิธีคิดเชิงกลยุทธ์และวิจารณญาณ ซึ่งเป็นสิ่งที่การเสพคอนเทนต์แบบผิวเผินไม่สามารถให้ได้

เพื่อสนับสนุนให้คนทำงานไทยสามารถปรับตัวและพัฒนาทักษะได้อย่างยั่งยืน “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ได้เล็งเห็นความสำคัญของการเพิ่มพูนทักษะและการเรียนรู้เชิงลึก ทาง KTC จึงได้ร่วมมือกับร้านหนังสือและแพลตฟอร์มชั้นนำ มอบสิทธิพิเศษในหมวดหนังสือให้กับสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซีอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมการลงทุนในทุนมนุษย์ (Human Capital) ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการแข่งขันของเศรษฐกิจยุคใหม่ ช่วยเปลี่ยนทุกการอ่านให้เป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนทบต้น ทั้งในแง่ของวิถีคิด คุณภาพการตัดสินใจ และโอกาสในอาชีพการงานที่ AI ไม่มีวันแย่งไปได้

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ถอดรหัสคนทำงานยุค AI ทำไม ประสบการณ์ และ การคิดลึก คือไม้ตายที่หุ่นยนต์สู้ไม่ได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...