'นิติ ภวัครพันธุ์' ในสังคมที่ 'แตกแยก' คุณปกครองคนด้วย 'ความกลัว' ไม่ได้
เปลี่ยนผ่าน | ทีมข่าวการเมือง มติชนทีวี
‘นิติ ภวัครพันธุ์’
ในสังคมที่ ‘แตกแยก’
คุณปกครองคนด้วย ‘ความกลัว’ ไม่ได้
หมายเหตุ – เนื้อหาบางส่วนจากข้อคิดเห็นของ “ศ.ดร.นิติ ภวัครพันธุ์” ภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในวงสนทนาหัวข้อ “ย้อนมองภูมิทัศน์การเมืองไทยใน 3 ทศวรรษ”
จากงานเสวนา “ทบทวนภูมิทัศน์การเมืองไทย : โจทย์ใหม่ของสังคม-การเมืองไทย” จัดโดยคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา และคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2569
อันนี้เป็นข้อสังเกต ยังไม่มีการศึกษาใดๆ ทั้งสิ้น ผมอยากพูดอย่างนี้ว่า ในสังคมไทย ถ้าเรามองมาตั้งแต่การแตกแยกเรื่องเสื้อสี ย้อนกลับไปอย่างน้อยสองทศวรรษ อย่างหนึ่งที่ผมเห็นก็คือ สังคมไทยมัน “แตกกระจาย” (fragmented) มาก
สีเสื้อนี่ชัดเจน การที่เราดูถูกว่า เราอยู่ในเมืองมีการศึกษากว่า (คนอีกกลุ่ม) พวกนี้ชัดเจน ไม่ต้องพูดถึงความโกรธของคนรุ่นหลังๆ ตอน “ให้มันจบที่รุ่นเรา” นักเรียนเลวอะไรต่างๆ ที่ผู้มีอำนาจเที่ยวมาจับใส่คุก อันนี้ยิ่งชัด
มันสะท้อนให้เห็นว่า สิ่งที่เราเคยยึดถือ ไม่ว่าจะเป็นอุดมการณ์ ไม่ว่าจะเป็น morality คือการแยกแยะได้ว่าอะไรถูกอะไรผิด หรือเหตุผลที่เคยเชื่อกันมา มันไม่มั่นคงแล้วครับ มันง่อนแง่นมาก
นั่นคือเหตุผลว่า ทุกวันนี้ทำไมเราเห็นข้าราชการ-นักการเมืองบางกลุ่มมาพยายามบอกว่า คุณต้อง “รักชาติ” อย่างงู้น อย่างงี้ อย่างงั้น ผมคิดว่า ในแง่หนึ่ง เขาก็รู้สึกว่ามันแตก มันไม่ไหวแล้ว
เพราะฉะนั้น ผมพยายามจะเชื่อมอารมณ์กับอุดมการณ์
https://www.facebook.com/share/v/1ChGzzka1x
(อุดมการณ์ต่างๆ ในสังคมไทย) แตกหมด ดูสิครับ “สถาบันศาสนา” ตอนนี้มีใครอยากจะทำบุญ? ไม่มีหรอกครับ พระมั่วสีกา โกงเงินสารพัด สถาบันศาสนาเรานี่ผมว่าเห็นชัดที่สุด
“สถาบันการเมือง” นี่ก็ด่ากันมาจนทุกวันนี้ ยังด่าอยู่นะ คอร์รัปชั่นอะไรต่างๆ ระบบราชการ สตง.เห็นชัดเลย ถ้าการเมืองเห็นชัดเลย กรณี กกต.มีตัวอย่างที่เราจะพูดได้ไม่จบ มันเต็มไปด้วยเรื่องที่เราตั้งคำถาม
“เราโกรธ”
เพราะฉะนั้น ความขัดแย้งอันนี้ ผมคิดว่าในแง่หนึ่งทำให้อุดมการณ์ทางการเมืองมันอ่อนแอ ไร้พลัง มันไม่มีอุดมการณ์ที่เราเชื่อ
สิ่งที่เราคิดว่า “ชาตินิยมไทย” (ทรงพลัง) ยกตัวอย่างตอนนั้น (มีความขัดแย้ง) กับกัมพูชา แล้วทุกคนก็กลัวกันมาก อาจจะบอกนี่ไง (ชาตินิยม) ยังเข้มแข็ง ผมไม่แน่ใจว่า มันเข้มแข็งจริง หรือคุณไม่กล้าพูดสิ่งที่คุณคิด เพราะกลัวว่าจะโดนเล่นงาน
บวกกับ “พลังทางเศรษฐกิจ” เราก็อ่อนแอ “กับดักรายได้ปานกลาง” พูดกัน จนเลิกพูดไปได้แล้ว
การที่สังคมมันแตกกระจาย ผู้มีอำนาจเห็นแน่นอน ผู้มีอำนาจ (จึง) ใช้อีกอารมณ์หนึ่ง คือ “ความกลัว” (เข้ามาแก้ไขปัญหานี้)
ในวิชาสังคมวิทยาอารมณ์ เขาจะพูดถึงอารมณ์ที่สำคัญๆ ความโกรธ ความกลัว เราจะเห็นว่าในช่วงอย่างน้อย 10-15 ปีที่ผ่านมา ผู้มีอำนาจ-รัฐไทยใช้ “ความกลัว” มาบีบบังคับ ข่มขู่ ปราบปราม จับกุม คดีเยอะมากในศาล
การบีบบังคับอันนี้ ผมคิดว่าในระยะสั้นอาจจะมีผล (สำเร็จ) แต่ในระยะยาว ผมตั้งคำถาม เพราะอะไรรู้ไหม?
ในเชิงวิชาการ คุณไม่สามารถปกครองคนได้ด้วยความกลัว คุณไม่สามารถสร้างอุดมการณ์ร่วมกันได้ด้วยความกลัว หรือสร้างศรัทธาร่วมกันได้ด้วยความกลัว หรือสร้างพันธสัญญา (commitment) ร่วมกันได้ด้วยความกลัว
เพราะฉะนั้น ความกลัวมันไม่มีผล ไม่สามารถทำให้คนศรัทธาหรือมีอุดมการณ์ร่วมกันได้ แล้วในทางตรงกันข้าม มัน “ตีย้อนกลับ” (backfire) คุณยิ่งไปบังคับเขา เขายิ่งต่อต้าน กูไม่ยอมมึง
ผมอยากจะเชื่อว่า “มนุษย์” ไม่มากก็น้อยมีจิตใจอยากเป็นอิสระ ไม่อยากโดนบังคับ ไม่รู้ผมฝันหวานหรือเปล่า?
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘นิติ ภวัครพันธุ์’ ในสังคมที่ ‘แตกแยก’ คุณปกครองคนด้วย ‘ความกลัว’ ไม่ได้
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly